จับตาหลังประมูลคลื่นความถี่ ผู้บริโภคได้อะไรในตลาดผูกขาด




วันนี้ (29 มิถุนายน 2568) สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) จัดการประมูลคลื่นความถี่ (Spectrum Auction) สำหรับกิจการโทรคมนาคมเคลื่อนที่สากล คลื่นความถี่ย่าน 850 MHz 1500 MHz 2100 MHz และ 2300 MHz โดยมีเอกชน 2 รายเข้าร่วมประมูล ได้แก่ เอไอเอสและทรู – ดีแทค
.
ขณะประมูลได้มีสมาชิกสหภาพแรงงานบริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT นับร้อยคนมาชุมนุมคัดค้านอยู่ภายนอก โดยให้เหตุผลว่าจะทำให้เกิดการผูกขาด ราคาแพงขึ้น และคุณภาพแย่ลง ผู้ชุมนุมยังได้พยายามเข้ามายังสถานที่จัดประมูลด้วยแต่ไม่สำเร็จ
.
สำหรับผลการประมูลปรากฎว่าเอกชน 2 ราย ใช้เวลาในการประมูลคลื่นความถี่เพียงแค่ 1 ชั่วโมงเท่านั้น โดยเคาะ 2 ครั้งใน 3 คลื่นความถี่ดังนี้ คลื่น 1500MHz มีผู้เสนอ 1 ราย ที่ราคา 1,163,490,000 บาทจำนวน 1 ใบอนุญาต คลื่น 2100MHz เสนอราคา 4,950,000,000 บาท จำนวน 3 ใบอนุญาต คลื่น 2300MHz เสนอราคา 3,110,000,000 บาท จำนวน 11 ใบอนุญาต ส่วนคลื่น 850MHz ไม่มีผู้ประสงค์เสนอราคา รวมมูลค่าประมูลรวมทั้งสิ้น 41,273 ล้านบาท
.
จะเห็นได้ว่าการประมูลคลื่นความถี่ในครั้งนี้มีเพียงผู้ให้บริการ 2 ทุนใหญ่ที่ร่วมประมูล ก่อให้เกิดความกังวลเรื่องความเสี่ยงในการลดการแข่งขันในตลาด เนื่องจากต้นทุนการเข้าประมูลที่สูงอาจเป็นอุปสรรคต่อผู้ประกอบการรายใหม่ ทำให้ตลาดถูกครอบครองโดยผู้ให้บริการรายใหญ่เพียงไม่กี่ราย และอีกประเด็นคือ ไม่มีมาตรการที่ชัดเจนในการควบคุมค่าบริการหรือกำหนดมาตรฐานคุณภาพการให้บริการ ซึ่งอาจทำให้ผู้บริโภคต้องเผชิญกับค่าบริการที่สูงขึ้นและทางเลือกที่ลดลง
.
สภาองค์กรของผู้บริโภคตั้งข้อสังเกตไว้ว่า แม้ว่าการเปิดประมูลคลื่นความถี่พร้อมกันอาจช่วยให้เกิดการบริหารจัดการคลื่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ก็ไม่มีหลักประกันที่ชัดเจนว่าผู้บริโภคจะได้รับประโยชน์สูงสุด โดยเฉพาะในด้านปริมาณและคุณภาพของการให้บริการ และราคาค่าบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ อีกทั้งการประมูลคลื่นความถี่ครั้งนี้ไม่มีการแข่งขันที่แท้จริง เนื่องจากมีผู้ให้บริการรายใหญ่เพียงสองราย ตลอดจนไม่มีการกำหนดเพดานราคาค่าบริการสูงสุดที่เหมาะสมกับปริมาณและคุณภาพการบริการที่จะเก็บจากผู้บริโภค รวมถึงผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่แบบโครงข่ายเสมือน (MVNO) ที่ต้องแข่งขันในตลาดเดียวกัน ซึ่งหมายความว่าไม่มีการรับประกันว่าผู้บริโภคหรือผู้ประกอบการรายเล็กจะได้รับความคุ้มครองอย่างเป็นธรรมจากการประมูลครั้งนี้ในตลาดที่มีผู้ประกอบการรายใหญ่เหลือแค่สองรายเท่านั้น
.
นอกจากนี้การประมูลคลื่นความถี่ครั้งนี้อาจเป็นโอกาสสำหรับบริษัทโทรคมนาคมรายใหญ่ที่จะทำให้ได้รับผลประโยชน์อย่างมาก ขณะที่อนาคตของบริษัทโทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT ยังคงไม่แน่นอน อีกทั้งการออกหลักเกณฑ์การประมูลความถี่ดังกล่าวมีลักษณะคล้ายกับการประเคนมากกว่าการประมูลแข่งขัน ซึ่งอาจสวนทางกับเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ ที่กำหนดให้ กสทช. มีบทบาทในการจัดการประมูลคลื่นความถี่เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประเทศและประชาชน พร้อมทั้งสร้างสมดุลระหว่างผลประโยชน์ของภาครัฐและความเป็นธรรมสำหรับผู้ประกอบการ โดยมีเงื่อนไขการประมูลที่กระตุ้นการแข่งขัน รวมถึงต้องมีมาตรการที่ชัดเจนในการคุ้มครองผู้บริโภคหลังการประมูลเพื่อประโยชน์ของประชาชนและผู้ใช้บริการในอนาคต
.
พรรคประชาชนตั้งข้อสังเกตว่าการที่ไม่มีผู้ให้บริการรายอื่นหรือรายใหม่เข้าร่วมประมูล สันนิษฐานได้ว่าการประมูลครั้งนี้จะไม่ได้ช่วยให้ตลาดโทรคมนาคมเกิดการแข่งขันและทำให้เกิดความหลากหลายของผู้ให้บริการอย่างแน่นอน ราคาสุดท้ายของการประมูลอาจจะจบที่ราคาตั้งต้น ซึ่งราคาตั้งต้นการประมูลยังต่ำเกินกว่าราคาที่รัฐจัดเก็บได้ในปัจจุบันซึ่งอาจเป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับเอกชน เสี่ยงทำรัฐสูญเสียรายได้มหาศาล พร้อมทั้งไม่มีหลักประกันเรื่องค่าบริการที่จะถูกลง หรือการันตีเรื่องคุณภาพให้กับผู้ใช้บริการ
.
ภายใต้ข้อจำกัดของตลาดที่เหลือผู้ให้บริการเพียงแค่ 2 ราย และภายใต้การกำกับในรูปแบบเดิมของ กสทช. ผมเห็นว่าการประมูลครั้งนี้จะไม่ทำให้ตลาดเกิดการแข่งขันและไม่ทำให้ผู้ให้บริการรายเล็กหรือรายใหม่มีโอกาสแข่งขันมากขึ้น ทำให้เกิดคำถามว่าการออกแบบกติกาเช่นนี้ประโยชน์สูงสุดตกที่ผู้บริโภคหรือไม่ ประชาชนผู้ใช้บริการที่ควรจะได้บริการที่มีคุณภาพ ราคายุติธรรม จากการแข่งขันที่โปร่งใส หรือประโยชน์จะตกอยู่ที่เป็นกลุ่มทุนรายใหญ่ที่สามารถเข้าถึงทรัพยากรของประเทศในราคาถูก กีดกันไม่ให้ผู้เล่นรายเล็กและรายใหม่ได้เกิด หลังจากนี้สังคมจึงต้องช่วยกันจับตาว่าอนาคตโทรคมนาคมไทยจะเป็นอย่างไร ผู้บริโภคอย่างเราจะได้รับผลกระทบหรือไม่ และการผูกขาดในตลาดนี้จะไปสิ้นสุดลงที่จุดใด

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

เอกสารงบประมาณ 2569 (ขาวคาดแดง)

แจกเอกสารประกอบการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ 69 : เศรษฐกิจ-สังคม-ความมั่นคง-ภัยพิบัติ-บริหาร

เก็บตกข้อเสนอภาควิชาการ เลือกตั้งเสรีและเป็นธรรม หน้าตาเป็นอย่างไร?