ทันข่าววุฒิสภา “ประชามติ และรัฐธรรมนูญใหม่” คุยกับ นายเทวฤทธิ์ มณีฉาย
1. เปลี่ยนเงื่อนไขประชามติที่จะมีข้อยุติจากใช้เสียงข้างมากสองชั้น (Double Majority) กลับไปเป็นเสียงข้างมากธรรมดา (Simple Majority) เหมือนประชามติรับร่างรัฐธรรมนูญวันที่ 7 ส.ค.59 ประเด็นนี้สิ่งสำคัญเพื่อป้องกันเสียงที่เบี่ยงเบนจากคนที่ไม่ต้องการเปลี่ยนแปลง โดยการไม่ไปออกเสียง ตัวอย่างเรื่องรัฐธรรมนูญ หากเราไม่ต้องการให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ก็เพียงแค่รณรงค์ให้คนไม่ไปใช้สิทธิฯ ก็สามารถเอาเสียงผู้ไม่ออกมาใช้สิทธิปกติอยู่ที่ราว 25-30% ไปเป็นพวกได้เลย ดังนั้นโอกาสที่จะผ่านเกณฑ์เสียงข้างมากแรกคือเกินกึ่งหนึ่งของผู้มีสิทธิฯ หรือราว 26 ล้านเสียงที่ต้องมาใช้สิทธินั้นยากมาก แถมยังเป็นการบิดเบือน การที่คนมามากหรือน้อยควรเป็นเรื่องที่รัฐบาลและกกต.ควรอำนวยความสะดวกมากกว่า
2. ประชาชนสามารถเข้าชื่อออนไลน์เพื่อเสนอคำถามประชามติได้ อันนี้เพื่อให้สอดคล้องกับเทคโนโลยรและการเข้าชื่อเสนอกฎหมายที่ก็ทำได้
3. ออกเสียงประชามติพร้อมเลือกตั้งทั่วไป-เลือกตั้งท้องถิ่นได้ และ เรื่องกรอบเวลายืดหยุ่นขึ้น จากต้องจัดให้ออกเสียงได้หลังครม.มีมติ 90-120 วัน เป็น 60-150 วัน เพื่อให้ยืดหยุ่นลงล็อควันเลือกตั้ง
ดังนั้นก็จะสอดคล้องกับปฏิทินการเมืองที่ อ.บวรศักดิ์ เคนเอามากางต่อ รัฐสภา กรณี พ.ร.บ.ประชามติฉบับแก้ไขมีผลบังคับใช้ รัฐสภามีเวลามากขึ้น 1 เดือนในการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญ ม.156, ม.256 และเพิ่มเติมหมวด 15/1
โดย 15-19 ม.ค.ปีหน้า รัฐสภาควรลงมติในวาระ 3 เห็นชอบร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ จากนั้น 29 ม.ค. วันสุดท้ายที่นายกฯ และ กกต. ประกาศให้ทำประชามติได้ ตามด้วย 31 ม.ค. นายกฯ ประกาศยุบสภา และ 29 มี.ค. วันเลือกตั้งและทำประชามติ
ฯลฯ
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น