ขอขยายเวลาทำงาน กมธ. สอบประวัติฯ ป.ป.ช. เพื่อความรอบคอบ-ลดข้อครหาสังคม
7 ตุลาคม 2568 ผมได้ร่วมอภิปรายวาระตั้งคณะกรรมาธิการสามัญเพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบประวัติ ความประพฤติ และพฤติกรรมทางจริยธรรมของบุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ โดยเสนอให้ขยายเวลาการดำเนินงานของคณะกรรมาธิการฯ ออกไปให้นานที่สุดเพื่อความรอบคอบ และลดข้อครหาของสังคมเนื่องจากมี สว. กว่า 105 คน มีคดีอยู่กับ ป.ป.ช.
.
ผมระบุว่าประเด็นนี้มีข้อควรพิจารณาเกี่ยวกับกรอบระยะเวลาในการดำเนินงานของคณะกรรมาธิการ ตามข้อบังคับของวุฒิสภากำหนดกรอบเวลาในการพิจารณาไว้ 60 วันและสามารถขยายเวลาได้อีกไม่เกิน 30 วัน ทั้งนี้ผมได้ฝากข้อสังเกตไปยังคณะกรรมาธิการที่จะได้รับการแต่งตั้งให้พิจารณาการขยายระยะเวลาในการดำเนินการ เนื่องจากการพิจารณาในลักษณะนี้ควรมีความรอบคอบและละเอียดถี่ถ้วน เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมและความน่าเชื่อถือในสายตาของสาธารณชน
.
จากประสบการณ์ในครั้งที่ผ่านมา คณะกรรมาธิการที่ได้รับมอบหมายให้ตรวจสอบคุณสมบัติกรรมการ ป.ป.ช. เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2567 ใช้ระยะเวลาประมาณ 3 เดือน เช่นเดียวกับกรณีการแต่งตั้งคณะกรรมาธิการเพื่อพิจารณาศาลปกครองสูงสุดเมื่อวันที่ 8 เมษายน 2568 ซึ่งใช้เวลาพิจารณาในระยะเท่ากัน กล่าวได้ว่าการขยายระยะเวลาให้เพียงพอย่อมส่งผลให้การดำเนินงานเป็นไปด้วยความรอบคอบและรัดกุมมากยิ่งขึ้น
.
นอกจากนี้ปัจจุบันมีสมาชิกวุฒิสภาจำนวนไม่น้อยกว่า 105 คนมีสถานะเป็นคู่กรณีในคดีกับคณะกรรมการ ป.ป.ช. โดยอีกฝ่ายหนึ่งคือ พ.ต.อ. ทวี สอดส่อง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และ พ.ต.ต. ยุทธนา แพรดำ อธิบดี DSI ดังนั้นเพื่อมิให้เกิดข้อสงสัยหรือความคลางแคลงใจต่อความเป็นกลางของกระบวนการพิจารณา หากสามารถขยายเวลาโดยยังไม่ต้องแต่งตั้งบุคคลเพิ่มเติมในระหว่างนี้ ก็จะเป็นประโยชน์ต่อความโปร่งใสและความน่าเชื่อถือของการดำเนินงาน
.
ในส่วนของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ปัจจุบันมีกรรมการปฏิบัติหน้าที่อยู่ประมาณ 7 ท่าน โดย พล.ต.อ. วัชรพล ประสารราชกิจ อดีตประธาน ป.ป.ช. ได้พ้นจากตำแหน่งเนื่องจากอายุครบตามวาระ ไม่สามารถดำรงตำแหน่งรักษาการได้ แต่นางสุวณา สุวรรณจูฑะ กรรมการ ป.ป.ช. ยังคงสามารถปฏิบัติหน้าที่ในฐานะรักษาการต่อไปได้ ซึ่งหมายความว่าคณะกรรมการที่เหลือจำนวน 6 รายยังสามารถดำเนินภารกิจได้ตามปกติ
อนึ่ง ผมไม่ได้มีข้อเสนอให้ที่ประชุมลงมติในเรื่องนี้ เนื่องจากเป็นไปตามข้อบังคับของวุฒิสภาอยู่แล้ว เพียงแต่ขอฝากข้อพิจารณาไปยังคณะกรรมาธิการที่จะปฏิบัติหน้าที่ให้ใช้ระยะเวลาในการดำเนินงานอย่างเหมาะสมโดยอ้างอิงจากประสบการณ์ของคณะกรรมาธิการในครั้งก่อน เพื่อให้การพิจารณาเป็นไปด้วยความรอบคอบ โปร่งใส และลดข้อกังวลหรือคำถามจากสาธารณชน
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น