ส่องนโยบายแรงงาน 'ตรีนุช' กับงานเฉพาะหน้าที่ทำได้ในกรอบ 4 เดือน หากต้องการดันนโยบายผูกพันควรเสนอในการเลือกตั้งครั้งหน้า



ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีแรงงานคนใหม่ในรัฐบาลของอนุทิน ชาญวีรกูล นับเป็นรัฐมนตรีแรงงานคนที่ 3 หลังการเลือกตั้งปี 2566 ซึ่งก้าวเข้าสู่ตำแหน่งในช่วงเวลาที่แรงงานไทยกำลังเผชิญความไม่มั่นคงรอบด้าน ทั้งปัญหาค่าจ้างต่ำ การขาดแคลนแรงงานข้ามชาติ ภาวะการว่างงาน ภาระค่าครองชีพสูง การจ้างงานไม่เป็นธรรม และระบบสวัสดิการที่ไม่ครอบคลุม ตรีนุชอาจไม่ใช่หน้าใหม่ในทางการเมือง แต่การข้ามจากกระทรวงศึกษาธิการมาดูแลแรงงานนับสิบล้านชีวิตคือการเปลี่ยนสนามที่ท้าทาย และยังมีคำถามค้างคาใจว่าจะสามารถขับเคลื่อนนโยบายเพื่อคนทำงานอย่างแท้จริงได้มากน้อยเพียงใด และจะใช้เวลาที่มีอยู่อย่างจำกัด 4 เดือนแก้ไขปัญหาแรงงานได้อย่างไร
.
ผมเห็นว่าเนื่องจากรัฐบาลนี้เป็นรัฐบาลเฉพาะกิจมาเพื่อยุบสภา ไม่มีความชอบธรรมในการริเริ่มนโยบายใหม่ เนื่องจากทั้งพรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาลอย่างพรรคภูมิใจไทยและพรรคร่วมไม่ได้รับมติอย่างชอบธรรมในการเลือกตั้งเมื่อเดือนพฤษภา 2566 ดังนั้นจึงไม่ควรดำเนินนโยบายใด ๆ ที่จะเป็นผลผูกพันระยะยาว ทำได้เพียงแก้ปัญหาเฉพาะหน้าหรือปัญหาที่ค้างคาเท่านั้น ส่วนนโยบายใดที่ประสงค์ดำเนินการที่ส่งผลระยะยาวนั้นขอให้ทำเป็นชุดข้อเสนอและนโยบายเพื่อรณรงค์หาเสียงในการเลือกตั้งที่จะถึงนี้
.
อย่างไรก็ตามเมื่อพิจารณานโยบายที่ตรีนุชประกาศในการมอบนโยบายต่อส่วนราชการกระทรวงแรงงานเมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2568 เน้นไปที่การพัฒนาแรงงานยุคใหม่ การอัปสกิลและรีสกิลเพื่อรองรับเทคโนโลยีและเศรษฐกิจดิจิทัล ซึ่งถือเป็นคำพูดสูตรสำเร็จที่รัฐมนตรีแรงงานทุกยุคเคยกล่าวมาแล้ว ข้อเท็จจริงคือแรงงานจำนวนมากยังขาดโอกาสเข้าถึงการอบรมอย่างเท่าเทียม หลักสูตรจำนวนมากยังไม่ตอบโจทย์ตลาดงานจริง และงบประมาณด้านพัฒนาทักษะแทบไม่เคยตกถึงมือแรงงานอย่างแท้จริง ซึ่งประเด็นนี้ไม่ใช่การริเริ่มนโยบายใหม่ แต่เป็นการทำให้นโบายเดิมสามารถนำไปปฏิบัติได้อย่างแท้จริง ซึ่งรัฐมนตรีแรงงานคนใหม่ยังไม่ให้คำตอบว่าการฝึกทักษะจะเพิ่มผลสัมฤทธิ์ให้แรงงานได้อย่างไร
.
ด้านสวัสดิการแรงงานนอกระบบ ตรีนุชประกาศว่าจะยกระดับสิทธิประโยชน์ตามมาตรา 40 ของประกันสังคม เพิ่มเงินชดเชยและสิทธิการรักษาพยาบาลให้ดีขึ้น ประเด็นนี้เป็นเรื่องที่ต้องทำตั้งแต่รัฐมนตรีก่อนหน้าอยู่แล้ว แต่ก็ยังไม่มีแผนการจัดสรรงบประมาณรองรับอย่างเป็นรูปธรรม การขยายสิทธิประโยชน์ อย่างไรก็ตามหากมีข้อเสนอใหม่ที่อาจกลายเป็นภาระระยะยาวควรเป็นข้อเสนอในการเลือกตั้งครั้งหน้ามากกว่า
.
ในมิติแรงงานข้ามชาติ เจ้ากระทรวงแรงงานรายนี้พยายามใช้แนวทางทำบันทึกความเข้าใจระหว่างประเทศเพื่อเปิดทางให้แรงงานข้ามชาติเข้ามาทำงานถูกกฎหมายโดยเฉพาะการทดแทนแรงงานกัมพูชาที่กลับประเทศจำนวนมาก แต่ปัญหาหลักของแรงงานข้ามชาติมิใช่เพียงสถานะทางเอกสาร หากแต่คือการเอารัดเอาเปรียบ การเรียกรับผลประโยชน์ และการขาดกลไกตรวจสอบที่เป็นอิสระ เหล่านี้เป็นปัญหาระดับการนำนโยบายไปปฏิบัติที่ควรดำเนินการได้ตั้งนานแล้ว อย่างไรก็ตามก็เป็นการแก้ปัญหาที่ต้องไปแตะโครงสร้างอำนาจของขบวนการนายหน้าและเจ้าหน้าที่รัฐบางกลุ่มด้วย
.
ตรีนุชยังให้คำมั่นว่าจะบริหารกระทรวงอย่างโปร่งใส แต่คำมั่นนั้นถูกท้าทายตั้งแต่กรณีตึก Skyy9 ที่ถูกตั้งข้อสงสัยเรื่องการจัดซื้อจัดจ้าง หากต้องการสร้างความเชื่อมั่นจริงรัฐมนตรีแรงงานจำเป็นต้องเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะเพื่อพิสูจน์ความสามารถในการให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลและตรวจสอบการใช้เงินภาษีได้โดยตรง ประเด็นนี้ทำได้เลยไม่ต้องรอเสนอนโยบายในการหาเสียงเลือกตั้ง
.
ส่วนประเด็นอื่นๆ เนื่องจากรัฐบาลนี้เป็นเฉพาะกิจชุดนี้มีอายุการทำงานเพียง 4 เดือนภายใต้ภารกิจยุบสภาและร่างรัฐธรรมนูญใหม่ หากจะดำเนินนโยบายอะไรที่เป็นผลผูกพันระยะยาวควรนำเสนอนโยบายผ่านการเลือกตั้งที่จะถึงนี้เสียก่อน
.
(อ้างอิง)
.
ตรีนุช มอบนโยบายแรงงาน ย้ำโปร่งใส เน้นแก้แรงงานขาดแคลน-ยกระดับสิทธิแรงงาน-พัฒนาทักษะดิจิทัล - กระทรวงแรงงาน https://www.mol.go.th/news/560818

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

เอกสารงบประมาณ 2569 (ขาวคาดแดง)

แจกเอกสารประกอบการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ 69 : เศรษฐกิจ-สังคม-ความมั่นคง-ภัยพิบัติ-บริหาร

เก็บตกข้อเสนอภาควิชาการ เลือกตั้งเสรีและเป็นธรรม หน้าตาเป็นอย่างไร?