ผนึกกำลังผลักดันกฎหมายต้านฟ้องปิดปาก สร้างหลักประกันเสรีภาพการแสดงออก
เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2568 ผมและทีมงานร่วมกิจกรรม “กฎหมาย Anti-SLAPP กับมาตรฐานสิทธิมนุษยชนสากล : อนาคต ความหวัง และเสรีภาพในการแสดงออก” ซึ่งในช่วงบ่ายมีการเสวนาที่น่าสนใจในหัวข้อ “Anti-SLAPP Law: กฎหมายเพื่อเสรีภาพ ภารกิจร่วมของทุกภาคส่วน” โดยวิทยากรจากภาควิชาการ ภาครัฐ และฝ่ายการเมือง
สฤณี อาชวานันทกุล นักวิชาการอิสระ กล่าวว่าหากสื่อมวลชนและผู้บริโภคที่เปิดโปงเรื่อง “ธุรกิจสีเขียวปลอม” ถูกฟ้องปิดปาก ผู้บริโภคก็จะแยกแยะ “เขียวจริง” กับ “เขียวปลอม” ไม่ได้ ผู้ผลิตที่เป็น “เขียวจริง” ก็จะขายไม่ได้ทั้ง ๆ ที่มีต้นทุนสูงกว่า ส่วนผู้ผลิตที่เป็น “เขียวปลอม” ก็จะไม่พัฒนาตนเองและลอยนวลต่อไป ทุกวันนี้แม้แต่พูดชื่อก็ไม่ได้แล้ว เป็นการบั่นทอนแรงจูงใจของผู้ประกอบการในการพัฒนาเศรษฐกิจ เพราะคนทำดีควรได้รับคำชื่นชมและคนทำผิดก็ควรถูกวิจารณ์ กฎหมายต่อต้านการฟ้องปิดปากจะไม่ส่งผลร้ายซ้ำยังเป็นประโยชน์ต่อบริษัทเอกชนที่ดีและไม่ฟ้องใคร ส่วนบริษัทที่ไม่ดีและอ้างว่าใช้สิทธิปกป้องตนเองก็จะอยู่ยากขึ้นเพราะสังคมรู้ทันมากขึ้น
.
สฤณียังชี้ด้วยว่าปัจจุบันมีหลักการชี้แนะของสหประชาชาติว่าด้วยธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน (United Nations Guiding Principles on Business and Human Rights – UNGP) ในต่างประเทศมีการนำไปออกเป็นกฎหมายแล้ว ส่วนของไทยยังเป็นภาคสมัครใจอยู่ แต่ก็มีบริษัทที่รับหลักการนี้ไปแล้วแต่กลับไปฟ้องปิดปากคน ส่วนบางบริษัทก็แสดงจุดยืนไปเลยว่าจะปกป้องนักสิทธิมนุษยชน พร้อมรับเสียงวิพากษ์วิจารณ์ และไม่ฟ้องปิดปาก ซึ่งควรได้รับคำชื่นชม ส่วนบริษัทที่รับหลักการไปแล้วยังฟ้องปิดปากอยู่ภาครัฐและภาควิชาการก็ควรอธิบายว่าสิ่งที่ทำเป็นการฟ้องปิดปากและขัดกับหลักการที่ตนรับมา หรือถ้ายังยืนยันจะฟ้องก็ควรเอาหลักการสิทธิมนุษยชนออกจากเว็บไซต์เสีย
.
สฤณียังบอกด้วยว่าถ้าบริษัทเข้าใจสิทธิมนุษยชนจริงก็จะไม่ฟ้องปิดปากคน อยากให้นักสิทธิมนุษยชนและองค์กรมาร่วมเขียนแนวทางการปกป้องนักสิทธิมนุษยชนให้บริษัทไปปฏิบัติตาม รวมทั้งส่งจดหมายเตือนบริษัทที่ฟ้องปิดปากคนว่าละเมิดสิทธิมนุษยชนอยู่ หากกรมคุ้มครองสิทธิเสรีภาพให้รางวัลแก่บริษัทใดไปแล้วกลับไปฟ้องปิดปากก็ต้องยึดรางวัลคืนเพราะเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน และตั้งเงื่อนไขต่อไปว่าจะไม่มอบรางวัลให้บริษัทที่ฟ้องปิดปาก บริษัทเองก็มักอ้างว่าต้องปกป้องสิทธิตนเอง จึงต้องชี้แจงให้บริษัทเข้าใจว่าอะไรคือการฟ้องปิดปาก
.
สื่อมวลชนและนักวิชาการย่อมรู้ว่าควรแสดงความเห็นอย่างไรจึงถูกต้อง แต่ถ้าสื่อมวลชนและนักวิชาการยังโดนฟ้องปิดปากได้ก็ถือว่าสถานการณ์วิกฤตแล้ว ต้องสื่อสารต่อสาธารณะให้เข้าใจเรื่องนี้และเรียกร้องต่อนักการเมือง หากกฎหมายผ่านไม่ทันสภาชุดนี้ก็ต้องผลักดันให้เป็นนโยบายในการเลือกตั้งครั้งหน้า
.
สฤณียังเสริมด้วยว่าสังคมประชาธิปไตยต้องส่งเสริมความอดทนอดกลั้น ไม่ใช่ไม่พอใจอะไรก็ขู่ฟ้อง กฎหมายฟ้องปิดปากนอกจากทำให้คนกลัวแล้วยังทำให้ขู่ฟ้องกันได้ง่ายขึ้น หากเกิดเรื่องขึ้นบริษัทก็มักแถลงการณ์แล้วลงท้ายว่าจะขู่ฟ้อง การแสดงออกโดยสุจริตไม่ขึ้นกับว่าถูกต้องตามข้อเท็จจริงหรือไม่ หากข้อมูลไม่ถูกต้องก็แค่ชี้แจงไป อยากให้ใช้กฎหมายเป็นช่องทางสุดท้ายในการปกป้องตนเอง การหมิ่นประมาทก็ไม่ควรมีโทษอาญา เป็นโทษทางแพ่งก็พอเพราะเป็นความขัดแย้งระหว่างบุคคล
.
ทนายวิชาญ ทองรัก จากสภาทนายความ เสนอให้เขียนเรื่องนิยามของ “ประโยชน์สาธารณะ” ให้ชัดเจนว่าต้องมากกว่ากลุ่มบุคคลแต่ต้องเป็นสังคมในวงกว้าง และเรื่องการลดโทษอาญาของการหมิ่นประมาท ตนเห็นว่าประชาชนต้องได้รับการคุ้มครองจากรัฐ จึงต้องพิจารณาให้รอบคอบ
.
ด้านอานนท์ ยังคุณ ผู้แทนกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ระบุว่ากรมฯ ได้ร่วมกับ รศ. ดร.ปกป้อง ศรีสนิท คณะนิติศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ ร่างกฎหมายป้องกันการฟ้องปิดปากขึ้นมา โดยใช้การแก้ไขประมวลกฎหมายแต่ละฉบับ 13 มาตราทั้งคดีอาญาและแพ่ง เพื่อปกป้องนักสิทธิมนุษยชนและประชาชนที่ต่อสู้เพื่อผลประโยชน์สาธารณะโดยสุจริต เพื่อสร้างสังคมที่ดีขึ้นและเคารพสิทธิมนุษยชน กฎหมายนี้คุ้มครองสิทธิเสรีภาพในการแสดงออก การชุมนุมโดยสงบ และการยื่นเรื่องร้องเรียน เพิ่มนิยามเรื่อง “ประโยชน์สาธารณะ” ไว้ในทั้งทางแพ่งและอาญา ได้แก่ การตรวจสอบทุจริต การคุ้มครองผู้บริโภค การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ประเด็นที่สำคัญและส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง และยกเว้นฐานความผิดทางอาญาไว้หากทำเพื่อประโยชน์สาธารณะ
.
พนักงานสอบสวนอาจรวบรวมหลักฐานส่งอัยการเพื่อยุติคดี หรือผู้ต้องหาอาจร้องต่อพนักงานสอบสวนได้ ซึ่งมีการกำหนดลักษณะเอาไว้ว่าแบบใดเป็นการฟ้องปิดปาก เช่น ฟ้องในที่ห่างไกล เพื่อให้คดีสิ้นสุดในชั้นอัยการ ผู้ต้องหาเองก็อาจยื่นร้องต่อพนักงานอัยการได้เช่นกัน ซึ่งกฎหมายจะคุ้มครองอัยการไม่ให้ถูกดำเนินคดี แต่ถ้าอัยการไม่เห็นด้วยและสั่งฟ้องก็จะไปสู่ชั้นศาล ศาลก็มีหน้าที่พิจารณาก่อนคดีหลักว่าเป็นการฟ้องปิดปากหรือไม่ โดยผู้ถูกฟ้องจะต้องยื่นคำร้องต่อศาลภายใน 30 วัน หากศาลเห็นว่าเป็นการฟ้องปิดปากก็จะสั่งยกฟ้องและให้โจทก์จ่ายค่าธรรมเนียมศาล หากศาลเห็นว่าโจทก์จงใจกลั่นแกล้งก็อาจสั่งให้โจทก์จ่ายค่าชดเชยให้ด้วย ส่วนคดีแพ่งก็จะคล้าย ๆ กัน และมีกลไกอุทธรณ์ภายใน 30 วันซึ่งศาลต้องพิจารณาโดยเร็ว กฎหมายนี้จะเป็นกลไกสำคัญสำหรับการแก้ปัญหาฟ้องปิดปากในไทย
.
ผู้แทนกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพยังเผยว่าขณะนี้ยกร่างกฎหมายและรับฟังความคิดเห็นหลายช่องทาง และอยู่ระหว่างการพิจารณาโดยคณะกรรมการของกรมฯ อยู่ ประชาชนเข้าไปอ่านร่างได้ในระบบกลางทางกฎหมายแม้จะปิดรับฟังความคิดเห็นไปก็ตาม แต่ก็สามารถเสนอความคิดเห็นโดยตรงได้ถึงกรม เมื่อเสร็จแล้วก็จะเข้าสู่ระดับกระทรวงและ ครม. ต่อไป โดยกรมฯ จะผลักดันให้เร็วที่สุด เพราะตอนนี้มีหลายคนที่ถูกใช้กระบวนการยุติธรรมเป็นเครื่องมือฟ้องปิดปาก
.
อานนท์ยืนยันว่าระหว่างที่กฎหมายยังไม่ออกมา กรมคุ้มครองสิทธิฯ จะให้ความรู้ว่าการฟ้องปิดปากคืออะไรในรูปแบบที่เข้าใจง่าย ให้สังคมเข้าใจว่าการออกมาปกป้องสิทธิเสรีภาพเป็นเรื่องถูกต้อง รวมถึงส่งเสริมหลักการชี้แนะของสหประชาชาติฯ และหลักการธุรกิจกับสิทธิมนุษยชนให้ธุรกิจเข้าใจและปฏิบัติตามเพื่อลดการฟ้องปิดปาก กรมฯ เองก็จะยกระดับจากหลักการภาคสมัครใจเป็นภาคบังคับด้วย อยู่ระหว่างรับฟังความคิดเห็นและกำหนดบทลงโทษ กรมฯ เองก็มีการให้ความช่วยเหลือทั้งการให้คำปรึกษา ช่วยด้านค่าใช้จ่าย ให้ความคุ้มครองและเยียวยาความเสียหาย กระทรวงยุติธรรมก็มีกองทุนยุติธรรมที่ช่วยเรื่องค่าธรรมเนียมศาลและค่าทนายความเช่นกัน
.
ขณะที่อนุสรณ์ แก้ววิเชียร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคประชาชน และกรรมาธิการกิจการศาล องค์กรอิสระ องค์กรอัยการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และกองทุน ให้ความเห็นว่าสหประชาชาติวิจารณ์เรื่องฟ้องปิดปากของไทยมาตลอด กรรมาธิการกิจการศาลฯ ก็สนใจเรื่องนี้ การฟ้องปิดปากมีทั้งโทษทางแพ่งและอาญา ทางอาญาคือกฎหมายหมิ่นประมาท ในพรรคประชาชนก็มีการถกเถียงกันมาก ซึ่งตนเห็นว่าควรยกเลิกโทษทางอาญาแต่หลายคนก็เห็นว่ายังควรมี ซึ่งต้องหาสมดุลระหว่างเสรีภาพในการแสดงออกกับการใช้สิทธิในการปกป้องชื่อเสียงของบุคคลและนิติบุคคล
.
พรรคประชาชนมีมติว่าไม่ให้มีโทษทางอาญาแต่ให้ปรับทางพินัยแทน ในกระบวนการก็ไม่มีประวัติอาชญากรรม และให้ไปใช้สิทธิทางแพ่งแทน เพราะการใช้คำพูดไม่กี่คำไม่ควรถูกจำคุก กระบวนการที่ยืดเยื้อก็เป็นปัญหา หากไปแจ้งความในท้องที่ที่ไม่เกี่ยวกับโจทก์หรือจำเลยและแจ้งหลายท้องที่ก็จะสันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นการฟ้องปิดปาก ซึ่งอัยการสามารถสั่งยุติคดีได้และผู้ต้องหาสามารถมีสิทธิยื่นร้องเรียนได้เช่นเดียวกับร่าง พรบ. ของกรมคุ้มครองสิทธิฯ และศาลอาจกำหนดให้โจทก์ต้องจ่ายค่าเสียหาย 2 เท่าของที่ฟ้องร้องได้
.
เขาระบุว่าพรรคยังไม่ได้เอากฎหมายลงในเว็บไซต์ให้ประชาชนพิจารณาแต่ก็จะเร่งผลักดันให้เร็วที่สุดใน 4 เดือนที่เหลือนี้ รวมถึงเขียนนิยามเรื่องประโยชน์สาธารณะโดยใช้ข้อความว่า “ให้หมายความรวมถึง” เพื่อให้สามารถเพิ่มนิยามได้ในอนาคต ประชาชนจะได้อ่านและให้ความเห็นได้ในชั้นรับฟังความคิดเห็น แต่เท่าที่รับฟังในวงนี้ก็ทราบว่ายังไม่ครอบคลุมในหลายกรณี พรรคเองก็ยังผลักดันทั้งเรื่องสิทธิการประกันตัว สิทธิแรงงาน การฟ้องคดีเองโดยไม่ผ่านอัยการ ระบบไต่สวนและระบบกล่าวหา จริง ๆ แล้วกฎหมายนี้ยังแก้ปัญหาฟ้องปิดปากไม่ได้ทั้งหมด จริง ๆ เราอยากรอร่างของ ครม. เพื่อส่งร่างประกบ แต่เนื่องจากประเทศไทยเปลี่ยนรัฐบาลบ่อยทางพรรคจึงเสนอกฎหมายเอง หวังว่าจะขึ้นเว็บไซต์ของรัฐสภาในเร็ว ๆ นี้
.
ทั้งนี้พรรคประชาชนเป็นฝ่ายค้านจึงอาจผลักดันกฎหมายได้ยากและอาจถูกแก้ในวาระ 2 จนไม่เป็นไปตามที่ร่างไว้ พรรคเองได้พิจารณาเรื่องสิทธิในการได้รับทนายความ ตำรวจ อัยการ และศาล แต่กฎหมายต่าง ๆ ต้องรอเข้าคิว เรื่องสิทธิการประกันตัวเข้าไปแล้ว กฎหมายฟ้องปิดปากกำลังตามมา กฎหมายอาจไม่ทำให้ทุกฝ่ายพอใจได้แต่ก็มีการรับฟังความคิดเห็นรอบด้านโดยเฉพาะจากผู้เสียหาย รวมทั้งจากตำรวจ อัยการ และศาลด้วย
.
ระบบกฎหมายปัจจุบันก็ยังมีจุดอ่อนไม่เหมือนต่างประเทศ ตอนที่ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชามีอำนาจเต็มแล้วยื่นฟ้องคนหมิ่นประมาทใครจะไม่กล้าสั่งฟ้อง กฎหมายที่ก้าวหน้าต้องใช้เสียงในสภา หากพรรคประชาชนเป็นฝ่ายค้านเสียงก็ไม่พอ แต่ก็สัญญาว่าจะผลักดันให้มากที่สุด
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น