แสดงจุดยืนป้องนักสิทธิมนุษยชน ชี้เป็นแนวหน้าเมื่อสังคมต้องการความยุติธรรม

 

วันนี้ (20 ตุลาคม 2568) ที่อาคารรัฐสภา ผมได้แถลงกรณีการคุกคามผู้แสดงจุดยืนปกป้องสิทธิมนุษยชนไทย–กัมพูชา โดยระบุว่าจากกรณีของนางอังคณา นีละไพจิตร สมาชิกวุฒิสภาและอดีตกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) รวมถึงนายสุณัย ผาสุข นักวิจัยอาวุโสจากองค์การฮิวแมนไรท์วอทช์ ที่ถูกโจมตีและข่มขู่จากการแสดงความคิดเห็นในประเด็นชายแดน ถือเป็นการคุกคามสิทธิเสรีภาพของบุคคล ซึ่งขณะนี้ทั้งสองได้ร้องขอการคุ้มครองความปลอดภัยแล้ว
.
ผมได้เรียกร้องให้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการคุ้มครองความปลอดภัยต่อผู้ถูกคุกคาม รวมถึงญาติของนางอังคณาซึ่งเริ่มได้รับผลกระทบด้วย พร้อมขอให้ กสม. ติดตามตรวจสอบข้อเท็จจริง และให้องค์กรสื่อมวลชนตลอดจนแพลตฟอร์มออนไลน์ช่วยกำกับดูแลการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารให้เป็นธรรม ไม่บิดเบือน แต่หากพบการขู่ทำร้ายหรืออาฆาตมาดร้ายก็ขอให้แพลตฟอร์มร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ในการตรวจสอบและดำเนินการอย่างจริงจัง
.
พร้อมชี้ว่าหากใครรู้สึกไม่พอใจกับสิ่งที่นางอังคณาทำขอให้ย้อนดูข้อเท็จจริง เพราะสิ่งที่ทำเป็นเพียงการแปลเอกสารจากคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนของกัมพูชาที่ส่งถึงสหประชาชาติ เกี่ยวกับการใช้เสียงรบกวนตามแนวชายแดน ซึ่งเป็นเพียงการส่งต่อข้อมูลข่าวสาร ไม่ควรถือเป็นความผิดหรือถูกทำร้ายเพียงเพราะเป็นผู้ส่งสาร พร้อมระบุว่าการแสดงความเห็นของนางอังคณาเป็นไปด้วยความห่วงใยต่อรัฐบาลโดยเฉพาะต่อกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อให้ตระหนักว่าประเด็นดังกล่าวอาจกระทบต่อศักดิ์ศรีทางมนุษยธรรม
.
ทั้งนี้ที่ผ่านมานางอังคณาเคยแสดงจุดยืนชัดเจนในเรื่องสิทธิมนุษยชนชายแดน เคยประณามการวางกับระเบิดโดยทหารกัมพูชา ซึ่งสะท้อนว่ามีมุมมองรอบด้านไม่ได้เลือกข้างใดข้างหนึ่ง และเรื่องนี้ไม่ควรถูกทำให้เป็นความขัดแย้ง เพราะสิทธิมนุษยชนคือพื้นฐานสำคัญที่ทั้งสองประเทศต้องยึดถือร่วมกัน โดยเฉพาะในห้วงเวลาที่ไทยจำเป็นต้องรักษาความชอบธรรมบนเวทีระหว่างประเทศ
.
ส่วนกระแสการตั้งคำถามต่อบทบาทของนักสิทธิมนุษยชนไม่ใช่เรื่องใหม่ หลายคนอาจมองว่าเป็น “กรวดในรองเท้า” แต่ในยามที่สังคมต้องการความยุติธรรม นักสิทธิมนุษยชนก็เป็นกลุ่มที่ยืนอยู่แนวหน้าไม่ต่างจาก “อินฟลูเอนเซอร์ทวงคืนความยุติธรรม” เพียงแต่เน้นทำงานบนหลักสิทธิมากกว่ากระแสไวรัลในสังคมออนไลน์
.
ด้านนายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร สมาชิกวุฒิสภาและประธานคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมืองฯ วุฒิสภา กล่าวเสริมว่าการแสดงออกทางความคิดเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานภายใต้หลักสิทธิมนุษยชน ตราบใดที่ไม่ล้ำเส้นหรือละเมิดผู้อื่น พร้อมเรียกร้องให้ทุกฝ่ายรักชาติอย่างมีสติและวุฒิภาวะเพื่อไม่ให้เกิดการข่มขู่หรือใช้ความรุนแรงต่อผู้เห็นต่าง โดยคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมืองฯ วุฒิสภา เตรียมเชิญนายสุณัย ผาสุขและตัวแทน กสม. เข้าชี้แจงเพิ่มเติมในวันพรุ่งนี้ (21 ตุลาคม 2568) เพื่อคลี่คลายสถานการณ์อย่างสร้างสรรค์ และป้องกันไม่ให้ปัญหานี้ถูกนำไปขยายผลในเวทีนานาชาติ
.
ขณะที่นายสุนทร พฤกษพิพัฒน์ สมาชิกวุฒิสภา กล่าวปิดท้ายว่าการแสดงจุดยืนของคณะ สว. ในครั้งนี้ไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อปกป้องบุคคลใดเป็นการเฉพาะ แต่เพื่อยืนยันหลักการสิทธิมนุษยชนสากล ความรักชาติหรือรักพวกพ้องเป็นสิ่งดี แต่จะดีกว่าหากมีความรักที่เผื่อแผ่ถึงมนุษยชาติทั้งหมด เพราะสิทธิมนุษยชนไม่ใช่สิทธิของไทยหรือกัมพูชาเท่านั้น แต่เป็นสิทธิของทุกคนในโลก

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

เอกสารงบประมาณ 2569 (ขาวคาดแดง)

แจกเอกสารประกอบการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ 69 : เศรษฐกิจ-สังคม-ความมั่นคง-ภัยพิบัติ-บริหาร

เก็บตกข้อเสนอภาควิชาการ เลือกตั้งเสรีและเป็นธรรม หน้าตาเป็นอย่างไร?