ชงยกเลิกคำสั่งปิดเหมืองอัครา เปิดทาง 'ประยุทธ์' แสดงความรับผิดชอบ



วันนี้ (16 ตุลาคม 2568) ผมร่วมอภิปรายสงวนคำแปรญัตติร่างพระราชบัญญัติยกเลิกประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) คำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ และคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติบางฉบับ ที่หมดความจำเป็นและไม่เหมาะสมกับกาลปัจจุบัน พ.ศ. ....ซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญได้พิจารณาแล้วเสร็จ
.
ในการอภิปรายครั้งนี้ผมได้สงวนคำแปรญัตติไว้ในข้อ 33/1 ว่าด้วยคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 72/2559 ซึ่งเป็นคำสั่งที่เกี่ยวข้องกับกรณีการสั่งปิดเหมืองแร่ทองคำอัครา ซึ่งผมเห็นว่าคำสั่งดังกล่าวควรถูกยกเลิกตามเจตนารมณ์ของร่าง พรบ. ฉบับนี้ด้วยเหตุผลดังนี้
.
ร่างกฎหมายฉบับนี้มีเจตนารมณ์เพื่อยกเลิกประกาศและคำสั่งของ คสช. ที่ "หมดความจำเป็นและไม่เหมาะสมกับกาลปัจจุบัน" ซึ่งประเทศไทยได้กลับมาสู่การปกครองในระบอบประชาธิปไตยแล้ว คำสั่งที่อิงอยู่บนอำนาจพิเศษภายใต้มาตรา 44 จึงไม่ควรดำรงอยู่ในยุคที่รัฐธรรมนูญและกฎหมายปกติกลับมามีผลบังคับใช้อย่างเต็มรูปแบบ
.
ในห้วงการรัฐประหาร พ.ศ. 2557 บางคนอาจมองว่ามีความชอบธรรม แต่ผมเห็นว่าการรัฐประหารไม่ได้เกิดขึ้นเพราะ "ความต้องการของประชาชน" ทั้งหมด หากแต่เกิดจากความขัดแย้งทางการเมืองระหว่างกลุ่มอำนาจบางส่วน วันที่มีการเลือกตั้งเดือนกุมภาพันธ์ 2557 มีประชาชนออกมาใช้สิทธิ 47.72% เนื่องจากถูกขัดขวางและปิดกั้น นั่นสะท้อนว่าประชาชนจำนวนมากยังต้องการใช้กลไกประชาธิปไตยในการแก้ไขปัญหา ไม่ใช่อำนาจพิเศษ ดังนั้นเราไม่อาจอ้างเหตุผลแห่งความชอบธรรมของการรัฐประหารเพื่อคงไว้ซึ่งคำสั่งหรือประกาศใด ๆ ที่ขัดต่อหลักประชาธิปไตยได้อีกต่อไป
.
อีกประการหนึ่ง ผมขอยกคำพูดของ “ลุงเบน” จากภาพยนตร์ Spider-Man ที่ว่า "อำนาจที่ยิ่งใหญ่มาพร้อมกับความรับผิดชอบที่ใหญ่ยิ่ง" เพื่อสะท้อนว่าการใช้อำนาจต้องตามมาด้วยความรับผิดชอบ
.
คำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 72/2559 เป็นตัวอย่างของการใช้อำนาจตามใจชอบโดยไม่ผ่านกระบวนการตรวจสอบถ่วงดุล ผลที่ตามมาคือประเทศไทยถูกบริษัทต่างชาติ Kingsgate Consolidated (คิงส์เกต) ฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายกว่า 25,000 ล้านบาทภายใต้ข้อตกลงการค้าเสรีไทย–ออสเตรเลีย (TAFTA) เพราะคำสั่งนี้ขัดต่อพันธกรณีระหว่างประเทศ เมื่ออำนาจที่ถูกใช้อย่างไม่รับผิดชอบก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐและไม่เหมาะกับกาลปัจจุบัน การยกเลิกคำสั่งนั้นจึงเป็นการฟื้นฟูหลักนิติรัฐให้กลับคืน
.
ทั้งนี้เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2566 ซึ่งประเทศไทยมีรัฐบาลพลเรือนภายใต้การนำของ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น ได้อนุญาตให้บริษัทเหมืองทองกลับมาเปิดดำเนินการอีกครั้ง หลังจากถูกปิดไปกว่า 6 ปี พร้อมทั้งขยายอายุสัมปทานออกไปอีก 10 ปี นั่นเท่ากับเป็นการยอมรับโดยปริยายว่าคำสั่งปิดเหมืองเมื่อปี 2559 นั้นเป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาด เพราะหากคำสั่งเดิมถูกต้องก็คงไม่จำเป็นต้องกลับคำภายหลัง
.
นอกจากนี้มีความกังวลว่าการยกเลิกคำสั่งหัวหน้า คสช. จะส่งผลกระทบต่อคดีในชั้นอนุญาโตตุลาการระหว่างรัฐบาลไทยกับบริษัทคิงส์เกต แต่จากข้อมูลที่ผมได้รับทราบ คณะอนุญาโตตุลาการได้พิจารณาคดีเสร็จสิ้นแล้วและอยู่ระหว่างการรอฟังคำวินิจฉัย ซึ่งรัฐบาลไทยเองเป็นฝ่ายขอเลื่อน ดังนั้นการยกเลิกคำสั่งนี้ไม่มีผลกระทบต่อกระบวนการพิจารณาแต่อย่างใด
.
ประเด็นสุดท้าย ผมเห็นว่าการยกเลิกคำสั่งนี้คือการให้โอกาส พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะผู้ลงนามในคำสั่งได้แสดงความรับผิดชอบต่อสิ่งที่ตนกระทำ ผมขออ้างคำพูดของอดีตนายกฯ รายนี้ในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเดือนตุลาคม 2562 ซึ่งกล่าวไว้ว่า “ผมรับผิดชอบเอง เพราะผมเป็นผู้ดำเนินการมาตั้งแต่ต้น”
.
ในเมื่อเจ้าตัวประกาศพร้อมรับผิดชอบแล้ว รัฐสภาในฐานะสถาบันของระบอบประชาธิปไตยก็ควรเปิดทางให้ พล.อ. ประยุทธ์ได้รับผิดชอบอย่างสง่างาม ด้วยการยกเลิกคำสั่งที่ไม่เหมาะสมกับกาลปัจจุบันคำสั่งนี้
.
ต่อมานางพัชรางสุ์ ชัยวรมุขกุล อัยการผู้เชี่ยวชาญ สำนักงานอัยการสูงสุด กล่าวชี้แจงการแปรญัตติของผมว่าคำสั่งฉบับดังกล่าวเป็นมาตรการชั่วคราวเพื่อรอคณะกรรมการแร่ตาม พรบ. แร่ พ.ศ. 2560 มิใช่การเวนคืนหรือยึดทรัพย์ของรัฐ
.
คำสั่งดังกล่าวเป็นเหตุให้บริษัทคิงส์เกต ผู้ถือหุ้นใหญ่ของเหมืองอัครา ฟ้องร้องไทยละเมิดความตกลงการค้าเสรีไทย–ออสเตรเลีย (TAFTA) โดยกล่าวว่ารัฐใช้อำนาจไม่เป็นไปตามกระบวนการกฎหมาย (due process of law) และเป็นการยึดทรัพย์โดยมิชอบ ซึ่งไทยได้ต่อสู้ว่าเป็นการใช้อำนาจเพื่อแก้ปัญหาสุขภาพและสิ่งแวดล้อมระดับชาติ
.
คดีอยู่ในกระบวนการอนุญาโตตุลาการที่สิงคโปร์ และเลื่อนคำชี้ขาดมาแล้ว 8 ครั้ง ล่าสุดกำหนดสิ้นสุดวันที่ 15 พฤศจิกายน 2568 โดยคิงส์เกตเรียกร้องค่าเสียหายราว 20,000 ล้านบาท แม้ปัจจุบันเหมืองทองอัครากลับมาดำเนินกิจการเต็มรูปแบบแล้ว
.
สำนักงานอัยการสูงสุดระบุว่า คำสั่ง คสช. ดังกล่าวหมดผลบังคับใช้แล้ว แต่ยังไม่ควรยกเลิกอย่างเป็นทางการในช่วงนี้ เพราะอาจถูกคิงส์เกตนำไปใช้เป็นข้อโต้แย้งต่อคดีว่าไทยยอมรับเองว่าคำสั่งนั้นไม่ชอบด้วยกฎหมาย จึงควรรอให้กระบวนการชี้ขาดสิ้นสุดก่อน เพื่อป้องกันผลกระทบทางคดีต่อราชอาณาจักรไทย
.
อนึ่งเมื่อเวลา 12:33 น. ที่ประชุมวุฒิสภา มีมติไม่เห็นด้วยกับคณะผมที่แปรญัตติให้ใส่ คำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 72/2559 เรื่องเหมืองทองอัคราฯ ไว้ในบัญชีแนบท้าย ร่าง พรบ. ยกเลิกประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ คำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ และคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติบางฉบับที่หมดความจำเป็นและไม่เหมาะสมกับกาลปัจจุบัน พ.ศ. ....
.
ขณะที่วาระ 3 สว.ลงมติเห็นชอบกับร่าง พ.ร.บ.นี้ด้วยเสียง 129 โดยไม่มีผู้ไม่เห็นด้วยและงดออกเสียง 1 คน รอประกาศลงราชกิจจานุเบกษาต่อไป

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

เอกสารงบประมาณ 2569 (ขาวคาดแดง)

แจกเอกสารประกอบการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ 69 : เศรษฐกิจ-สังคม-ความมั่นคง-ภัยพิบัติ-บริหาร

เก็บตกข้อเสนอภาควิชาการ เลือกตั้งเสรีและเป็นธรรม หน้าตาเป็นอย่างไร?