รัฐบาลต้องนำกองทัพ สังคมต้องประณามหากมีใครฉวยโอกาสรัฐประหาร ย้ำสถานการณ์ยังแก้ได้ด้วยกลไกรัฐสภา หรือที่สุดให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสิน
จากที่มีการเผยแพร่คลิปการสนทนาระหว่างแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กับฮุน เซน อดีตนายกรัฐมนตรีและประธานวุฒิสภากัมพูชาที่เกิดขึ้นในวันนี้ (18 มิถุนายน 2568) จนมีผู้วิพากษ์วิจารณ์จำนวนมาก พบว่ามีกระแสเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีลาออก ยุบสภา ไปจนถึงเรียกร้องให้กองทัพทำรัฐประหาร
.
ปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชาในครั้งนี้นายกรัฐมนตรีถูกวิจารณ์ว่าไม่แสดงตัวสมเป็นผู้นำ แต่กลับปล่อยให้กองทัพมีอำนาจนำทั้งในแง่การปฏิบัติการพื้นที่ไปจนถึงสังคมจิตวิทยา รัฐบาลถูกมองว่าอ่อนแอ สังคมเกิดการแบ่งข้างระหว่างรัฐบาลกับกองทัพ นำมาสู่กระแสเรียกร้องการรัฐประหาร สิ่งเหล่านี้สะท้อนว่าฝ่ายบริหารไม่ได้มีอำนาจสูงสุด การตัดสินใจใด ๆ ของรัฐบาลในเหตุการณ์นี้จำเป็นต้องฟังกองทัพ ซึ่งสังคมเองก็ปล่อยให้กองทัพมี "อำนาจนำ" รัฐบาลอยู่นับตั้งแต่เกิดข้อพิพาทเป็นต้นมา ซึ่งเรื่องนี้ถือเป็นอันตรายอย่างมาก โดยเฉพาะเมื่อประเด็นล่าสุดยิ่งเห็นภาพชัดในเรื่องการแบ่งแยกระหว่างกองทัพกับรัฐบาล เพราะกระแสสังคมต่างไปทางสนับสนุนกองทัพอย่างมหาศาล ยิ่งสร้างความชอบธรรมให้กองทัพมากขึ้นไปอีก
.
ผมขอเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีในฐานะหัวหน้ารัฐบาลใช้อำนาจสั่งการกองทัพอย่างที่รัฐบาลพลเรือนในระบอบประชาธิปไตยควรทำ และขอเสนอว่าหากรัฐบาลสามารถแก้เกมเรื่องเสถียรภาพและความไว้วางใจได้แล้ว ควรใช้โอกาสนี้สังคายนาและช่วงชิงอำนาจนำทางสังคมจากกองทัพ โดยอาจอาศัยกลไกของศูนย์เฉพาะกิจบริหารสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา (ศบ.ทก.) ที่เพิ่งตั้งขึ้นในการสะท้อนภาพการนำของรัฐบาลอย่างสูงสุดที่อยู่เหนือกองทัพ
.
หากรัฐบาลขัดแย้งกับกองทัพก็ควรสื่อสารกับประชาชน ไม่ใช่ไปบอกกับผู้นำของประเทศที่เรามีประเด็นข้อพิพาท ที่เป็นข้อผิดพลาดที่นายกฯเสียความไว้วางใจและต้องรับผิดชอบด้วยเช่นกัน
.
อย่างไรก็ตามแม้เสถียรภาพของรัฐบาลจะไม่คงที่ นายกรัฐมนตรีสูญเสียความไว้วางใจ ไม่ว่าสถานการณ์จะเป็นอย่างไรก็ต้องแก้ด้วยกลไกรัฐสภา ซึ่งจะเปิดสมัยประชุมครั้งใหม่ในวันที่ 3 กรกฎาคมที่จะถึงนี้ หรือไม่ก็ให้ประชาชนได้ตัดสินใจผ่านการเลือกตั้ง ซึ่งหากประชาชนยังคงเชื่อในคณะผู้บริหารชุดปัจจุบันก็จะได้รับเลือกกลับมาเอง ส่วนใครคิดจะใช้ช่องทางอื่นอย่างการรัฐประหารต้อง "ถูกประณาม"
.
เรามีบทเรียนจากการรัฐประหาร 13 ครั้งที่ผ่านมามากมาย สังคมไทยต่างเจ็บปวด โดยเฉพาะครั้งหลังสุดที่เราตกอยู่ใต้อำนาจคณะรัฐประหารและองคาพยพจากการรัฐประหารมากว่า 8 ปี และยังคงสืบทอดต่อมาอีกจนถึงปัจจุบัน ดังนั้นไม่มีประโยชน์อันใดที่เราจะเรียกร้องหาคนมาทำร้ายเราอีก ไม่มีประโยชน์ที่จะทำให้ระบอบประชาธิปไตยที่แลกด้วยเลือดเนื้อของประชาชนต้องถูกทำลายอีกครั้ง เพียงเพราะเราขาดความไว้วางใจในรัฐบาล

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น