เมื่อความรุนแรงเป็นสายธารไม่รู้จบ จากตากใบ-ราชประสงค์-ม็อบเยาวชน ในวันที่ความยุติธรรมยังไม่ปรากฎ



ทีมงาน

ในการสัมมนาวิชาการหัวข้อ “จากตากใบถึงราชประสงค์: ความยุติธรรมที่ล่าช้าคือความอยุติธรรม” ที่อาคารรัฐสภาเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2568 ได้ฉายภาพเชื่อมร้อยความรุนแรงของเหตุการณ์ตากใบที่เพิ่งครบรอบ 20 ปี ไปเมื่อปีที่แล้วและเหตุการณ์ปราบปรามประชาชนคนเสื้อแดงปี 2553 ที่ครบรอบ 15 ปีในปีนี้ ในฐานะเหตุการณ์ที่เป็นอาชญากรรมรัฐที่สร้างความสูญเสียมากที่สุดและจนถึงปัจจุบันก็ยังไม่สามารถนำผู้กระทำผิดมาลงโทษได้
.
“กูรอวันนี้มานานแล้ว” คือคำพูดของเจ้าหน้าที่ในความทรงจำของมูฮำมะซาวาวี อุเซ็ง หนึ่งในญาติผู้เสียชีวิตจากการสลายการชุมนุมตากใบ เขาเล่าว่าที่ผ่านมาทุกข์ทรมานมา 20 ปี รอความจริงและความยุติธรรมแต่ก็ยังไม่ได้ ที่ชาวบ้านเงียบไม่ได้แปลว่าจบหรือพอใจกับเงินเยียวยา แต่เราอยู่ใต้กฎหมายพิเศษซึ่งไม่ได้พิเศษเพื่อประชาชนแต่เพื่อเจ้าหน้าที่ ประชาชนถูกกระทำเหมือน 2 มาตรฐาน เจ้าหน้าที่ละเมิดสิทธิอะไรก็ได้ แม้แต่ตอนนี้ก็ยังถูกซ้ำเติมอยู่ ถูกกระทำโดยไร้สิทธิมนุษยชน ทำกับคนเหมือนกันเหมือนคนไม่ใช่คน จาก 85 คนที่เสียชีวิตมี 7 คนที่โดนยิงตายหน้า สภ. ตากใบ โดย 5 คนถูกยิงที่ศีรษะ คนอื่น ๆ ที่เสียชีวิตเพราะขาดอากาศหายใจ เป็นเรื่องที่รับไม่ได้ เพราะเราอยากทราบว่าเสียชีวิตเพราะอะไร ใครสั่ง เพื่อให้เขาการเสียชีวิตของเขาไม่สูญเปล่า ตราบใดที่ยังไม่ได้รับความยุติธรรม แม้อายุความจะจบไปแล้วแต่ความเจ็บปวดไม่มีอายุความ คนรุ่นใหม่ก็จะถามคำถามเรื่องนี้ไปเรื่อย ๆ ซึ่งเราต้องสู้ต่อไป
.
ขณะที่มะรีกี ดอเลาะ หนึ่งในผู้บาดเจ็บจากเหตุการณ์สลายการชุมนุมตากใบ เล่าเหตุการณ์ในวันนั้นว่าวันนั้นเป็นวันจันทร์ ตอน 7 โมงครึ่งตนออกจากบ้านไปต่อรถสองแถวที่ อ.เมือง จ.นราธิวาสเพื่อไปซื้อเสื้อผ้า ไปถึงที่เกิดเหตุเวลา 9 โมงกว่า ๆ เกือบ 10 โมงเช้า มีรถติดเป็นแถว ตนลงจากรถเห็นคนเข้าไปข้างในเยอะจึงตามไปดูว่าไปทำอะไร มีคนอยู่ใน สภ. ตากใบเยอะมาก ตนก็ไปอยู่ริมน้ำตรงสนามเด็กเล่น ต่อมาก็มีคนเขียนป้ายกระดาษขอความเป็นธรรมให้ปล่อยชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) ตนก็อยู่แถว ๆ นั้น พอมีคนร้องเสียงดังตนก็เดินไปตรงสนามเด็กเล่น เวลาเกือบบ่าย 3 โมงมีรถดับเพลิงมาฉีดน้ำ คนแถวหน้าก็กระเด็นล้ม คนก็หนีลงน้ำบ้าง ตนก็เช่นกัน คนที่ได้รับบาดเจ็บคิ้วแตกก็จะไปล้างแผล มีการยิงแก๊สน้ำตา 2 ลูก ตนแสบตาก็ไปล้างหน้าในน้ำ ล้างเสร็จจะลุกขึ้นแต่คนรอบข้างก็บอกให้หมอบลงเพราะทหารยิง กระสุนมาเหมือนห่าฝน เห็นคนถูกยิงที่แก้มเลือดออกปาก เดินเซ ยิงเยอะมาก สักพักใหญ่ ๆ หลังจากนั้นทหารก็ให้เดินจากแม่น้ำไปขึ้นบันได ให้ถอดเสื้อ เอามือไขว้หลังแล้วเอาเสื้อมัดมือ ให้ไปหมอบบนพื้นตรงสนามเด็กเล่นจนถึงหน้า สภ. ซึ่งแดดร้อน แล้วก็ให้คลานจากสนามเด็กเล่นไปที่ถนนเหมือนปลาหมอขึ้นบก ใครเงยหน้ามองก็จะถูกเตะและเอาด้ามปืนตี
.
ตนไม่รู้ว่าทหารจะให้ตนไปไหน ไม่รู้ว่าจะรอดหรือติดคุกเพียงเพราะจะไปซื้อเสื้อผ้า เมื่อถูกผลักขึ้นไปนอนบนรถตนก็คิดว่าจะพาไปฆ่า ตนอยู่ที่ชั้นที่สองจาก 5 ชั้น มีคนชั้นล่างเลือดออกปาก เสียงดังครอก ๆ ปนกับฝนที่ตก จากนั้นก็เงียบไป คนที่อยู่ข้างบนก็โดนเหยียบและโดนด้ามปืน เวลารถจะออกไปทหารก็เหยียบและเอาด้ามปืนตีคนข้างบน พอมีคนร้องทหารก็บอกว่าถ้าไม่หยุดร้องรถก็จะไม่ไป ตนก็บอกให้คนในรถเงียบ พอเงียบรถก็ติดเครื่อง ทหารก็เอาด้ามปืนตีอีก แต่รถก็ไม่ไปเสียที คนในรถก็ทั้งร้อนและเจ็บ คนข้างล่างก็ต้องรับน้ำหนักคนที่อยู่ข้างบน เมื่อคนร้องรถก็จะหยุดแล้วทหารก็จะเอาด้ามปืนตี เมื่อหยุดร้องรถจึงจะไปต่อ ตนก็เจ็บปวดเพราะต้องรับน้ำหนักคนข้างบน 3 ชั้น ต้องใช้ไหล่ดันคนข้างบนไว้จะได้หายใจออก รถไม่ได้คลุมผ้าแต่คนทับกันเยอะจนตนไม่เห็นอะไรเลย เวลาผ่านไปนาน เหงื่อและเลือดคนข้างบนไหลลงมาตนก็เอาลิ้นไปแตะกิน ตนก็คิดว่าทหารจะเอาไปฆ่า ไม่รู้จะเอาไปที่ไหน อาจจะเอาไปทิ้งลงเหว คิดว่าต้องตายแน่ ๆ ตนสลบไปและไปฟื้นที่ รพ. ปัตตานี
.
รอมฎอน ปันจอร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาชน ให้ความเห็นว่ามีจุดเชื่อมต่อระหว่างตากใบและราชประสงค์หลายอย่าง มีการชุมนุมโดยประชาชนและการสลายการชุมนุมด้วยอำนาจพิเศษที่ให้อภิสิทธิ์ต่ออำนาจรัฐ ลดสิทธิเสรีภาพของประชาชนในนามแห่งความมั่นคง การสลายการชุมนุมปี 2553 ใช้ พรก. ฉุกเฉินฯ เพื่อตั้งศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) ซึ่งเป็นการแก้ข้อผิดพลาดกรณีตากใบ ซึ่งหนึ่งในข้อเสนอแนะต่อรัฐบาลทักษิณในตอนนั้นคือให้มีการร่างกฎหมายใช้แทนกฎอัยการศึกซึ่งให้อำนาจแม่ทัพภาคที่ 4 ควบคุมสถานการณ์ จึงทำให้แม่ทัพฯ เป็นจำเลยในคดีนี้ การใช้ทหารควบคุมสถานการณ์อาจมีข้อจำกัด ตอนสลายการชุมนุมที่พลับพลาไชยก็ใช้ พรบ. ฉุกเฉินฯ พ.ศ. 2495 แต่กฎหมายนี้เก่าจึงมีการออก พรก. ฉุกเฉินฯ พ.ศ. 2548 มาใช้แทน และก็ใช้มาตลอดในการชุมนุมทุกรัฐบาลและเรื่องโควิดด้วย ซึ่งก็มีปัญหามาก แต่สามจังหวัดชายแดนใต้ก็ยังใช้ทั้งกฎอัยการศึกและ พรก. ฉุกเฉินฯ ไปพร้อม ๆ กัน จะเห็นได้ว่าการรับมือปัญหาความมั่นคงด้วยกองทัพจะเสี่ยงต่อการใช้กำลังซึ่งก็ยังแก้ปัญหาไม่สำเร็จ การเยียวยาด้วยเงินก็ไม่สามารถช่วยเยียวยาบาดแผลและปรับความสัมพันธ์ระหว่างรัฐและประชาชนได้จริง
.
ตัดภาพมาที่เหตุการณ์ปราบปรามประชาชนปี 2553 ธิดา ถาวรเศรษฐ อดีตประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ไล่เรียงกรณีกระบวนการยุติธรรมในคดีคนเสื้อแดงไว้ว่า กรณีเสื้อแดงเสียชีวิต 99 ราย รวบรวมหลักฐานได้ 95 ราย ปกติแล้วการตายที่ผิดปกติ ป. วิ อาญา ม.150 วรรค 3 ระบุว่าต้องชันสูตรศพโดย 4 ฝ่าย ซึ่งทั้ง 95 ศพนี้ตายผิดปกติทั้งหมด แต่กลับชันสูตร 4 ฝ่ายเพียง 32 รายซึ่งอัยการส่งศาล
.
ก่อนหน้ารัฐประหารคดีคืบคลานมาได้ 32 รายและขึ้นศาลจนศาลบอกว่าวิถีกระสุนมาจากฝั่งทหาร 17 ราย แต่หลังการทำรัฐประหารกลับไม่ทราบว่ากระสุนมาจากไหน ทุกอย่างถูกหยุดหมด กองคดีเสื้อแดงในกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ก็ถูกยุบ ธาริต เพ็งดิษฐ์ อดีตอธิบดีดีเอสไอติดคุกเพิ่งออกมา ซึ่งก็บ่งชี้ว่าการรัฐประหารครั้งนั้นทำเพื่อหยุดคดี สุดท้ายหากคดีหมดอายุความก็จะทำได้แค่รำลึกเหมือนเหตุการณ์ 6 ตุลา คดีที่ไม่ได้ชันสูตรพลิกศพมี 63 ราย รวมทั้งทหาร 5 รายที่เสียชีวิตที่ถนนดินสอด้วย แต่ก็ไม่มีการสืบสวนต่อ ทหารที่ตายก็ตายเพราะระเบิดขว้างซึ่งผู้ขว้างต้องอยู่ในระยะ 20 เมตร การสอบสวนของดีเอสไอบอกว่า 31 ศพที่เสียชีวิตวิถีกระสุนมาจากฝั่งทหาร
.
คดีการตายที่สี่แยกคอกวัวซึ่งผู้ชุมนุมถูกยิงที่หัว แม้จะมีการอ้างว่ามีชายชุดดำแต่คนก็ตายด้วยกระสุนนาโต้ที่ทหารใช้ ไม่ใช่กระสุนอาก้าตามภาพที่ปรากฎ วันนั้นมีคนตาย 26 – 27 ศพ เป็นทหาร 5 คน ผู้ตายหลายคนเดินทางมาจากราชประสงค์และไม่มีอาวุธ ซึ่งการยิงคนไม่มีอาวุธผิดสนธิสัญญาเจนีวา แต่ในไทยทำได้ สุดท้ายคดีนี้อัยการก็สั่งไม่ฟ้อง ส่วนคดี 6 ศพวัดปทุมวนาราม ศาลอาญามีคำสั่งหลังรัฐประหารให้ส่งคดีไปที่อัยการทหาร ซึ่งก็สั่งไม่ฟ้องเช่นกัน
.
ในหนังสือ "เสนาธิปัตย์" ของทหารเรียกการปราบปรามในวันที่ 10 เมษายน 2553 ว่าการ “ขอคืนพื้นที่” และบอกว่าต้องการยุติการชุมนุมด้วยการทหาร ไม่ใช่การเจรจา จึง “กระชับพื้นที่” ในเดือนพฤษภาคม 2553 และยิงใส่ประชาชนทั่วไปมือเปล่าที่อยู่รอบนอกพื้นที่การชุมนุม ยิงแม้แต่เด็ก รวมถึง 6 ศพวัดปทุมวนารามซึ่งเป็นเขตอภัยทาน ถูกยิงหลังแกนนำยุติการชุมนุมแล้ว แต่ทหารก็บอกว่าเป็น "สงครามในเมือง" ซึ่งไปไกลกว่าสิทธิมนุษยชน มีการตัดน้ำตัดไฟ และบอกว่าเป็นจะแบบอย่างให้ประเทศอื่น ๆ ทำตามด้วย
.
ผู้เสียชีวิตทั้งหมด 99 ราย เป็นเจ้าหน้าที่รัฐ 10 ราย โดนระเบิด 5 ราย นอกจากนั้นทหารยิงกันเองเพราะเข้าใจผิด เรื่องของคนเสื้อแดงเราพยายามทำเต็มที่ มีการดำเนินคดี แต่ก็มีการต่อต้านท้าทายจากอำนาจรัฐโดยเฉพาะหลังรัฐประหาร 2557 เพราะคดีกำลังคืบหน้า ก่อนรัฐประหารธาริตก็ถูกสั่งให้หยุด เขาลงทุนฆ่าคนแล้วลงทุนรัฐประหารต่อเพราะเราสู้ไม่เลิก ตนต่อสู้มาตั้งแต่ปี 2553 – 2555 ไปที่ศาลอาญาระหว่างประเทศ (ICC) จนเขายอมรับ แต่ รมว. ต่างประเทศก็ไม่ยอมเซ็นเข้าร่วม ขนาด นพ.เหวง โตจิราการเตือนว่าทหารจะรัฐประหารให้รีบเซ็นก็ไม่ยอมเพราะเขากลัวกระทบทหาร เพราะเราจะฟ้องแค่อภิสิทธิ์กับสุเทพ เทือกสุบรรณ แต่ ICC ไม่ยอม จะให้ฟ้องทั้ง ศอฉ. แม้นักการเมืองเกรงใจทหารแต่สุดท้ายทหารก็รัฐประหารอยู่ดี
.
"ความยุติธรรมสำหรับประชาชนที่เห็นต่างทางการเมืองจะได้เฉพาะเท่าที่เขาอนุญาต ถ้าเหตุเป็นอย่างนี้ก็ต้องแก้ที่ต้นเหตุ เราจะใช้ทั้งเวทีรัฐสภา นำเสนอกฎหมายให้ทหารและนักการเมืองที่ทำผิดร้ายแรงต่อประชาชนต้องขึ้นศาลพลเรือน ไม่ใช่ศาลทหารและศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง และจะเสนอกฎหมายไม่ให้มีอายุความ ซึ่งจะให้ประชาชนร่วมลงชื่อสนับสนุนต่อไป" อดีตแกนนำ นปช. กล่าว
.
ขยับมาที่เหตุการณ์ไม่นานมานี้อย่างการต้านรัฐประหาร 2557 และการชุมนุมของเยาวชนในปี 2563 - 2564 อานนท์ ชวาลาวัณย์ ผู้จัดการโครงการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) และผู้ก่อตั้งพิพิธภัณฑ์สามัญชน ไล่เรียงเหตุการณ์ช่วงนั้นพร้อมชี้ให้เห็นพัฒนาการของการใช้กฎหมายและความรุนแรงรับมือผู้ชุมนุม ตั้งแต่การใช้กฎหมายพิเศษทั้งกฎอัยการศึกช่วงหลังรัฐประหารจนถึงเลือกตั้ง 2562 และ พรก. ฉุกเฉินฯ ช่วงโควิดปี 2563 การประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรงซ้ำ พรก. ฉุกเฉินฯ เดิม โดยอ้างว่าผู้ชุมนุมขวางขบวนเสด็จ
.
จากนั้นมีพัฒนาการของการใช้ความรุนแรงต่อผู้ชุมนุมมาอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่วันที่ 16 ตุลาคม 2563 ซึ่งผู้ชุมนุมส่วนมากเป็นเด็กก็เริ่มมีการใช้รถฉีดน้ำสารเคมี การชุมนุมที่แยกเกียกกายวันที่ 17 พฤศจิกายนเพื่อจับตาการแก้ไขรัฐธรรมนูญก็มีการนำรถประจำทางมาขวางและฉีดน้ำผสมสารเคมีเช่นกัน ต่อด้วยการสลายการชุมนุมด้วยความรุนแรงที่แยกดินแดงในปี 2564 และการสลายชุมนุมประท้วง APEC ปี 2565
.
ในแง่มุมทางกฎหมาย ณัฐาศิริ เบิร์กแมน นายกสมาคมนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน (สนส.) ให้ข้อมูลว่า สมาคมนักกฎหมายสิทธิมนุษยชนเห็นว่าการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรงในปี 2563 ทำให้การปราบปรามประชาชนสะดวกขึ้น เจ้าหน้าที่รัฐไม่ทำตามกฎหมาย มีการฉีดน้ำสีทำให้ได้รับอันตรายทั้งร่างกายและจิตใจ มีการใช้กระสุนยาง มีการดำเนินคดีกับผู้ชุมนุมมากกว่า 1,000 คดี ซึ่งประชาชนที่ใช้สิทธิเสรีภาพไม่ควรถูกปราบปรามจนได้รับบาดเจ็บ สมาคมฯ จึงฟ้องเจ้าหน้าที่รัฐโดยแบ่งเป็น 3 ส่วน คือ
.
1. ฟ้องเพื่อให้เพิกถอน พรก. ฉุกเฉินฯ แต่ผู้ที่ตีความว่าเจ้าหน้าที่รัฐกระทำเกินกว่าเหตุหรือไม่คือศาลซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ และสั่งยกฟ้องเพราะบอกว่า พล.อ. ประยุทธ์ประกาศ พรก. ฉุกเฉินฯ ไว้ถูกต้องแล้ว
.
2. ฟ้องเจ้าหน้าที่รัฐที่ควบคุมฝูงชน ซึ่งเจ้าหน้าที่รัฐก็ปรับตัวด้วยการใส่ชุดที่ไม่ระบุชื่อหรือตัวตน ทำให้ไม่สามารถฟ้องเจ้าหน้าที่รายคนได้แต่ต้องฟ้ององค์กร ประชาชนก็ไม่มีอำนาจสั่งให้เจ้าหน้าที่นำพยานหลักฐานมาให้ และเจ้าหน้าที่ก็พยายามปกปิดข้อมูล เมื่อนำผู้เสียหายไปฟ้องเมื่อเจ้าหน้าที่ปิดหน้าก็ไม่รู้จะฟ้องใคร ภาระในการพิสูจน์ตกเป็นของประชาชนไม่สามารถทำได้ เจ้าหน้าที่ก็ปกป้องกันเอง โจทก์ก็ถูกติดตามข่มขู่จนต้องถอนฟ้อง มีคดีที่ผู้เสียหาย 58 คดี แต่เมื่อสืบสวนแล้วมีเพียง 38 คดีที่พร้อมจะได้รับความเสี่ยงในการฟ้อง เพราะถ้าไม่มีหลักฐานเพียงพอก็จะถูกฟ้องกลับ
.
3. ฟ้องทางแพ่ง ซึ่งการจะขอให้เจ้าหน้าที่รัฐจ่ายเงินเยียวยาให้ก็ต้องเอาเงินไปวางกับศาลก่อน เราอยากให้เจ้าหน้าที่รัฐเห็นคุณค่าของสิทธิเสรีภาพ จึงอยากให้ศาลมีคำสั่งให้เจ้าหน้าที่รัฐชดใช้ที่ละเมิดสิทธิมนุษยชน จึงฟ้องเรียกค่าเสียหายไป 5 ล้าน แต่ต้องวางเงินก่อนร้อยละ 2 ซึ่งหลาย ๆ คนก็ไม่มีเงินจึงต้องยุติคดีไป คดีของวาฤทธิ์ สมน้อยที่ถูกยิงเสียชีวิตหน้า สน. ดินแดงก็ไม่สามารถหาเจ้าหน้าที่รัฐมากล่าวโทษกันเองได้
.
ณัฐาศิริชี้ว่าเมื่อรัฐบาลเปลี่ยนจากวิธีล้อมยิงกลางเมืองไปเป็นดำเนินคดีกับแกนนำหรือผู้ชุมนุมที่รู้ชื่อและหน้า โดยทหารมีคำสั่งให้ดำเนินคดี ก็ปรับเปลี่ยนจากความรุนแรงเชิงกายภาพเป็นเชิงกฎหมาย ทำให้ผู้ชุมนุมไม่กล้าออกมา หากอยากได้ความยุติธรรมต้องยกเลิกอายุความ มีกฎหมายที่ปกป้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐ แม้จะไม่สามารถหาหลักฐานมายืนยันได้ก็ตาม และหวังว่าวันใดที่ฟ้าเปิดจะสามารถเอาผิดกับผู้ละเมิดสิทธิมนุษยชนของประชาชน เช่น ทำรัฐประหารได้ ประชาชนจะเห็นว่าข้อมูลที่เขาเก็บไว้ใช้เป็นหลักฐานดำเนินคดีได้ จะเป็นอิฐก้อนแรกที่นำไปสู่ความยุติธรรมได้จริง
.

หยุดอาชญากรรมรัฐ ข้อเสนอทางกฎหมายเพื่อยุติการลอยนวลพ้นผิด

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

เอกสารงบประมาณ 2569 (ขาวคาดแดง)

แจกเอกสารประกอบการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ 69 : เศรษฐกิจ-สังคม-ความมั่นคง-ภัยพิบัติ-บริหาร

เก็บตกข้อเสนอภาควิชาการ เลือกตั้งเสรีและเป็นธรรม หน้าตาเป็นอย่างไร?