จาก SLAPPs สู่การล่มสลายของสังคมประชาธิปไตย และหนทางสู่การยุติวัฒนธรรมฟ้องปิดปาก
ผู้ช่วยศาสตราจารย์เสาวณีย์ แก้วจุลกาญจน์ รองที่ปรึกษาด้านกฎหมายคณะกรรมการนักนิติศาสตร์สากล (International Commission of Jurists: ICJ) อธิบายถึงสถานการณ์การฟ้องคดีปิดปากหรือ SLAPP (Strategic Lawsuit Against Public Participation) ในบริบทของประเทศไทย หมายถึง การดำเนินคดีที่มีลักษณะเป็นการใช้กระบวนการยุติธรรมเป็นเครื่องมือในการตอบโต้หรือคุกคามบุคคลที่ใช้สิทธิหรือแสดงออกเพื่อประโยชน์สาธารณะ โดยประเด็นสำคัญของการฟ้องคดีในลักษณะดังกล่าวมิได้มุ่งหวังผลแห่งคดีเป็นหลัก หากแต่มีวัตถุประสงค์เพื่อปิดกั้น ยับยั้ง หรือบั่นทอนการมีส่วนร่วมของประชาชนในการแสดงความคิดเห็น การตรวจสอบ หรือการเรียกร้องเพื่อประโยชน์สาธารณะ ในปัจจุบัน กฎหมายที่ถูกนำมาใช้ในการดำเนินคดีในลักษณะ SLAPP มากที่สุด ได้แก่ ความผิดฐานหมิ่นประมาทตามประมวลกฎหมายอาญา ตลอดจนความผิดอื่น ๆ ที่มักถูกนำมาใช้ประกอบการฟ้องร้อง เช่น ความผิดฐานบุกรุก และความผิดฐานแจ้งความเท็จ
.
จากการจัดทำรายงานการศึกษาเรื่อง “กฎหมายและมาตรการป้องกันการดำเนินคดีเชิงยุทธศาสตร์เพื่อระงับการมีส่วนร่วมของสาธารณะในบริบทธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน” ภายใต้การสนับสนุนของ UNDP ประกอบกับการรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลโดยผู้วิจัย พบว่า รูปแบบของการดำเนินคดีในลักษณะ SLAPP ในประเทศไทยมีการเปลี่ยนแปลงไปตามช่วงเวลา
.
ในระยะแรกกลุ่มธุรกิจที่ฟ้องคดี SLAPP มักเกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมเหมืองแร่ ต่อมาได้ขยายไปสู่อุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับปศุสัตว์ ขณะที่ในปัจจุบัน แนวโน้มที่พบมากที่สุดคือคดีที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มบริษัทพลังงาน หรือกลุ่มบุคคลที่มีบทบาททางการเมือง ซึ่งใช้กระบวนการฟ้องร้องต่อบุคคลหรือกลุ่มบุคคลที่ออกมาใช้สิทธิเพื่อปกป้องหรือส่งเสริมประโยชน์สาธารณะ
.
ผู้ช่วยศาสตราจารย์เสาวณีย์กล่าวว่า แม้การฟ้องคดีในลักษณะ SLAPP จะมีรูปแบบภายนอกไม่แตกต่างจากการฟ้องคดีทั่วไป แต่คดีประเภทนี้กลับก่อให้เกิดความกังวลอย่างยิ่ง เนื่องจากผู้ถูกฟ้องมักเป็นบุคคลที่ออกมาใช้สิทธิและเสรีภาพ หรือแสดงความคิดเห็นโดยสุจริต เพื่อปกป้องประโยชน์สาธารณะหรือสะท้อนข้อห่วงกังวลของสังคม
.
หากรัฐไม่มีมาตรการที่เหมาะสมในการคุ้มครองบุคคลหรือกลุ่มบุคคลดังกล่าว การดำเนินคดีในลักษณะนี้อาจส่งผลให้เกิดบรรยากาศแห่งความหวาดกลัว และนำไปสู่การบั่นทอนการมีส่วนร่วมของประชาชนในระยะยาว ซึ่งท้ายที่สุดอาจกระทบต่อรากฐานของสังคมประชาธิปไตยโดยรวม เนื่องจากจะไม่มีกลุ่มบุคคลที่กล้าออกมาใช้สิทธิหรือแสดงความคิดเห็นเพื่อประโยชน์สาธารณะอีกต่อไป
.
ในด้านกฎหมาย ผู้ช่วยศาสตราจารย์เสาวณีย์ระบุว่า แม้ประเทศไทยจะมีบทบัญญัติที่ถูกมองว่าเป็นกลไกในการป้องกันการดำเนินคดีในลักษณะ SLAPP เช่น ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 161/1 อย่างไรก็ตาม จากการศึกษาวิจัยพบว่า บทบัญญัติดังกล่าวยังไม่สามารถนำมาปรับใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพในทางปฏิบัติ เนื่องจากถ้อยคำของกฎหมายมีลักษณะกว้างและเปิดดุลพินิจไว้มาก ส่งผลให้ผู้มีอำนาจในการบังคับใช้กฎหมาย โดยเฉพาะศาล ยังมีความลังเลในการนำบทบัญญัตินี้มาใช้จริง
.
นอกจากนี้ ยังมีการอ้างถึง มาตรา 21 แห่งพระราชบัญญัติอัยการ ซึ่งในทางหลักการมิได้ถูกตราขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันการฟ้องคดีปิดปากโดยตรงตั้งแต่ต้น หากแต่เป็นบทบัญญัติที่นำมาใช้กับคดีประโยชน์สาธารณะในลักษณะทั่วไป
.
ผู้ช่วยศาสตราจารย์เสาวณีย์ชี้ให้เห็นว่า ต้นเหตุสำคัญประการหนึ่งของการดำเนินคดีในลักษณะ SLAPP ที่พบในปัจจุบัน คือการนำกฎหมายอาญาความผิดฐานหมิ่นประมาทมาใช้เป็นเครื่องมือในการฟ้องร้อง ดังนั้น จึงเห็นควรให้มีการยกเลิกความผิดฐานหมิ่นประมาททางอาญา และให้การคุ้มครองสิทธิหรือชื่อเสียงของบุคคลไปดำเนินการในกระบวนการทางแพ่งแทน เพื่อป้องกันการใช้กระบวนการยุติธรรมในทางที่บั่นทอนสิทธิและเสรีภาพในการมีส่วนร่วมของประชาชน
.
ผู้ช่วยศาสตราจารย์เสาวณีย์ได้กล่าวสรุปในตอนท้ายว่า การใช้สิทธิและเสรีภาพโดยสุจริตเป็นสิ่งที่ได้รับการรับรองไว้ทั้งในกฎหมายระหว่างประเทศที่ประเทศไทยเป็นภาคี และในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ดังนั้น ตราบใดที่ประชาชนใช้สิทธิและเสรีภาพภายใต้กรอบของกฎหมายที่รับรองไว้ ย่อมควรได้รับการคุ้มครองจากรัฐ มิใช่ถูกนำกฎหมายที่มีอยู่มาใช้ในลักษณะเป็นการปิดกั้นหรือกดทับ จนไม่สามารถใช้สิทธิและเสรีภาพดังกล่าวได้อย่างแท้จริง
.
พร้อมกันนี้ ผู้ช่วยศาสตราจารย์เสาวณีย์ได้ย้ำถึงความจำเป็นที่ประเทศไทยจะต้องมีกฎหมายป้องกันการดำเนินคดีในลักษณะ SLAPP อย่างจริงจัง แม้ในปัจจุบันกระทรวงยุติธรรมจะอยู่ระหว่างการจัดทำร่างกฎหมายที่เกี่ยวข้อง แต่ประเด็นที่มีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน คือการเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจแก่เจ้าหน้าที่ในกระบวนการยุติธรรมให้สามารถแยกแยะและระบุได้ว่าคดีใดมีลักษณะเป็นคดี SLAPP และต้องมีกลไกในการยุติหรือจำหน่ายคดีดังกล่าวออกจากกระบวนการศาลโดยเร็ว เพื่อป้องกันการละเมิดสิทธิและเสรีภาพของประชาชนในระยะยาว
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น