อลเวงเลือกตั้ง-ประชามติ : เมื่อ “เทคนิค” กลายเป็นเครื่องจำกัดสิทธิของประชาชน
ภายใต้บรรยากาศที่ควรเอื้อต่อการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนในการเข้าคูหาเลือกตั้งและลงประชามติในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 สังคมไทยกลับต้องวนเวียนอยู่กับคำถามต่อกระบวนการจัดการเลือกตั้งว่า กำลังมีการออกแบบหรือปล่อยให้เกิด "อุปสรรคเชิงเทคนิค" ที่ส่งผลกระทบต่อการใช้สิทธิของประชาชนหรือไม่ เมื่อพิจารณาเหตุการณ์ความขัดข้องที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องทั้งภายในประเทศและในต่างประเทศ เราจะเห็นรูปแบบของปัญหาที่มิได้ปรากฏในลักษณะของการใช้กำลังหรือคำสั่งทางอำนาจโดยตรง หากแต่แฝงตัวอยู่ในความซับซ้อนของกติกา ความไม่สอดคล้องของระบบ และข้อบกพร่องในการบริหารจัดการ ซึ่งล้วนมีผลให้ประชาชนจำนวนไม่น้อยไม่สามารถใช้สิทธิของตนได้อย่างสมบูรณ์
.
กรณีที่ได้รับความสนใจจากสังคมเป็นลำดับแรกคือการกำหนดตารางฝึกนักศึกษาวิชาทหารที่ศูนย์ฝึกเขาชนไก่ซึ่งทับซ้อนกับวันเลือกตั้งและประชามติ ส่งผลกระทบต่อนักศึกษาวิชาทหารกว่า 60,000 นาย เหตุการณ์ดังกล่าวสะท้อนถึงความบกพร่องในการบูรณาการการทำงานระหว่างหน่วยงานของรัฐ แม้ว่าต่อมากองทัพจะมีการประกาศงดการฝึกในวันดังกล่าว แต่ภาระด้านการเดินทางและการจัดการเวลาในการกลับไปใช้สิทธิ ณ ภูมิลำเนาและต้องเดินทางกลับเพื่อรายงานตัวยังคงตกอยู่กับเยาวชนกลุ่มผู้มีสิทธิเลือกตั้งใหม่ซึ่งสร้างข้อจำกัดอย่างมีนัยสำคัญในทางปฏิบัติ
.
นอกจากอุปสรรคด้านสถานที่และการเดินทางแล้ว ประเด็นที่น่ากังวลไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากันคือข้อจำกัดด้านเวลา คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กำหนดระยะเวลาการลงทะเบียนประชามตินอกเขตเพียง 3 วันในระหว่างวันที่ 3–5 มกราคม 2569 ซึ่งเป็นช่วงคาบเกี่ยวกับวันหยุดยาวเทศกาลปีใหม่ ส่งผลให้ประชาชนจำนวนมากไม่สามารถดำเนินการลงทะเบียนได้ทันตามกำหนดและต้องเสียสิทธิไปโดยปริยาย ยิ่งไปกว่านั้นระบบการเลือกตั้งล่วงหน้าในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 ยังเปิดให้ลงคะแนนเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้แต่กลับไม่เปิดให้ลงคะแนนประชามติในวันเดียวกัน กติกาดังกล่าวบังคับให้ผู้มีสิทธิที่ต้องการใช้สิทธิทั้งสองประเภทต้องเดินทางไปยังคูหาถึงสองครั้งภายในระยะเวลาเพียงหนึ่งสัปดาห์ ซึ่งสร้างภาระอย่างมากสำหรับประชาชนวัยทำงาน ทำให้เสียงประชามติสูญหายไปจำนวนมาก
.
ปัญหาการจัดการเลือกตั้งไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะภายในประเทศเท่านั้น ในต่างประเทศโดยเฉพาะที่ประเทศฝรั่งเศส ผู้มีสิทธิเลือกตั้งต้องเผชิญกับความขัดข้องของระบบไปรษณีย์ ส่งผลให้บัตรเลือกตั้งไม่สามารถจัดส่งถึงผู้รับได้ตามกำหนด สถานเอกอัครราชทูตจำเป็นต้องแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้าด้วยการเปิดรับบัตรเลือกตั้งด้วยตนเองในช่วงเวลาจำกัด ซึ่งมีความเสี่ยงอย่างยิ่งต่อการจัดส่งบัตรกลับประเทศไทยไม่ทันกำหนดวันนับคะแนน ขณะเดียวกันที่ไต้หวันยังพบความผิดพลาดขั้นพื้นฐานจากการระบุสีบัตรเลือกตั้งไม่ถูกต้องในคู่มือแนะนำผู้ใช้สิทธิซึ่งอาจนำไปสู่ความสับสน การลงคะแนนผิดเจตนารมณ์ หรือการเกิดบัตรเสียจำนวนมาก ทั้งยังส่งผลให้จำนวนผู้ลงทะเบียนเลือกตั้งและออกเสียงประชามตินอกราชอาณาจักรแตกต่างกัน 43,835 คนหรือคิดเป็นร้อยละ 31.35
.
เมื่อพิจารณาปัญหาทั้งหมดตั้งแต่การฝึกทหารที่กระทบต่อเยาวชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง กรอบเวลาการลงทะเบียนที่จำกัด ระบบเลือกตั้งล่วงหน้าที่ไม่เปิดโอกาสให้ใช้สิทธิประชามติ ไปจนถึงความล้มเหลวในการบริหารจัดการการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร สิ่งที่ปรากฏมิใช่การจำกัดสิทธิด้วยมาตรการรุนแรง หากแต่เป็นปรากฏการณ์ของ “การตัดสิทธิทางเทคนิค” ซึ่งผลักภาระของความยุ่งยากทั้งหมดให้ตกอยู่กับประชาชนผู้ใช้สิทธิ
.
ท้ายนี้ผมขอเรียกร้องไปยัง กกต. ให้รับฟังเสียงและข้อเรียนของประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง และเร่งใช้เวลาในช่วงสัปดาห์สุดท้ายก่อนลงคะแนนนี้ปรับปรุงระบบด้านต่าง ๆ ให้รอบด้านเพื่อไม่ให้ปัญหาเชิงเทคนิคสร้างอุปสรรคจนกลายเป็นการตัดสิทธิประชาชนไปมากกว่านี้
.
กรณีที่ได้รับความสนใจจากสังคมเป็นลำดับแรกคือการกำหนดตารางฝึกนักศึกษาวิชาทหารที่ศูนย์ฝึกเขาชนไก่ซึ่งทับซ้อนกับวันเลือกตั้งและประชามติ ส่งผลกระทบต่อนักศึกษาวิชาทหารกว่า 60,000 นาย เหตุการณ์ดังกล่าวสะท้อนถึงความบกพร่องในการบูรณาการการทำงานระหว่างหน่วยงานของรัฐ แม้ว่าต่อมากองทัพจะมีการประกาศงดการฝึกในวันดังกล่าว แต่ภาระด้านการเดินทางและการจัดการเวลาในการกลับไปใช้สิทธิ ณ ภูมิลำเนาและต้องเดินทางกลับเพื่อรายงานตัวยังคงตกอยู่กับเยาวชนกลุ่มผู้มีสิทธิเลือกตั้งใหม่ซึ่งสร้างข้อจำกัดอย่างมีนัยสำคัญในทางปฏิบัติ
.
นอกจากอุปสรรคด้านสถานที่และการเดินทางแล้ว ประเด็นที่น่ากังวลไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากันคือข้อจำกัดด้านเวลา คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กำหนดระยะเวลาการลงทะเบียนประชามตินอกเขตเพียง 3 วันในระหว่างวันที่ 3–5 มกราคม 2569 ซึ่งเป็นช่วงคาบเกี่ยวกับวันหยุดยาวเทศกาลปีใหม่ ส่งผลให้ประชาชนจำนวนมากไม่สามารถดำเนินการลงทะเบียนได้ทันตามกำหนดและต้องเสียสิทธิไปโดยปริยาย ยิ่งไปกว่านั้นระบบการเลือกตั้งล่วงหน้าในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 ยังเปิดให้ลงคะแนนเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้แต่กลับไม่เปิดให้ลงคะแนนประชามติในวันเดียวกัน กติกาดังกล่าวบังคับให้ผู้มีสิทธิที่ต้องการใช้สิทธิทั้งสองประเภทต้องเดินทางไปยังคูหาถึงสองครั้งภายในระยะเวลาเพียงหนึ่งสัปดาห์ ซึ่งสร้างภาระอย่างมากสำหรับประชาชนวัยทำงาน ทำให้เสียงประชามติสูญหายไปจำนวนมาก
.
ปัญหาการจัดการเลือกตั้งไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะภายในประเทศเท่านั้น ในต่างประเทศโดยเฉพาะที่ประเทศฝรั่งเศส ผู้มีสิทธิเลือกตั้งต้องเผชิญกับความขัดข้องของระบบไปรษณีย์ ส่งผลให้บัตรเลือกตั้งไม่สามารถจัดส่งถึงผู้รับได้ตามกำหนด สถานเอกอัครราชทูตจำเป็นต้องแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้าด้วยการเปิดรับบัตรเลือกตั้งด้วยตนเองในช่วงเวลาจำกัด ซึ่งมีความเสี่ยงอย่างยิ่งต่อการจัดส่งบัตรกลับประเทศไทยไม่ทันกำหนดวันนับคะแนน ขณะเดียวกันที่ไต้หวันยังพบความผิดพลาดขั้นพื้นฐานจากการระบุสีบัตรเลือกตั้งไม่ถูกต้องในคู่มือแนะนำผู้ใช้สิทธิซึ่งอาจนำไปสู่ความสับสน การลงคะแนนผิดเจตนารมณ์ หรือการเกิดบัตรเสียจำนวนมาก ทั้งยังส่งผลให้จำนวนผู้ลงทะเบียนเลือกตั้งและออกเสียงประชามตินอกราชอาณาจักรแตกต่างกัน 43,835 คนหรือคิดเป็นร้อยละ 31.35
.
เมื่อพิจารณาปัญหาทั้งหมดตั้งแต่การฝึกทหารที่กระทบต่อเยาวชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง กรอบเวลาการลงทะเบียนที่จำกัด ระบบเลือกตั้งล่วงหน้าที่ไม่เปิดโอกาสให้ใช้สิทธิประชามติ ไปจนถึงความล้มเหลวในการบริหารจัดการการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร สิ่งที่ปรากฏมิใช่การจำกัดสิทธิด้วยมาตรการรุนแรง หากแต่เป็นปรากฏการณ์ของ “การตัดสิทธิทางเทคนิค” ซึ่งผลักภาระของความยุ่งยากทั้งหมดให้ตกอยู่กับประชาชนผู้ใช้สิทธิ
.
ท้ายนี้ผมขอเรียกร้องไปยัง กกต. ให้รับฟังเสียงและข้อเรียนของประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง และเร่งใช้เวลาในช่วงสัปดาห์สุดท้ายก่อนลงคะแนนนี้ปรับปรุงระบบด้านต่าง ๆ ให้รอบด้านเพื่อไม่ให้ปัญหาเชิงเทคนิคสร้างอุปสรรคจนกลายเป็นการตัดสิทธิประชาชนไปมากกว่านี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น