ขอ ครม. เร่งผลักดันพิจารณา 7 ร่างกฎหมายฉบับประชาชน ก่อนเส้นตาย 13 พฤษภาคมนี้ ชี้ต้องรักษาเจตจำนงคนเข้าชื่อ อย่าให้ตกไปเพราะการเมือง
วันนี้ (28 เมษายน 2569) ผมได้ปรึกษาหารือในที่ประชุมวุฒิสภาไปยังถึงคณะรัฐมนตรี (ครม.) ผ่านประธานวุฒิสภา ขอให้รัฐบาลเร่งทำเรื่องร้องขอต่อสภาเพื่อพิจารณาร่างกฎหมายที่ภาคประชาชนเข้าชื่อเสนอ ซึ่งยังคงค้างจากการปฏิบัติหน้าที่ของสภาชุดที่แล้วจำนวน 7 ฉบับ โดยเน้นย้ำว่าต้องดำเนินการภายในวันที่ 13 พฤษภาคมนี้ มิเช่นนั้นกฎหมายจะตกไปโดยปริยาย
.
กลไกที่ประชาชนเข้าชื่อเสนอกฎหมายเป็นหัวใจสำคัญของการสร้างการมีส่วนร่วมทางการเมือง ดังนั้นเจตจำนงของประชาชนไม่ควรได้รับผลกระทบทางลบ หรือต้องสูญเปล่าเพียงเพราะความขัดแย้งทางการเมืองที่นำไปสู่การยุบสภาเมื่อช่วงปลายปีที่ผ่านมา
.
แม้ร่างกฎหมายบางฉบับอาจถูกมองว่ายังมีช่องว่างหรือข้อบกพร่อง แต่นั่นคือเหตุผลที่เราควรนำกลับมาพิจารณาในสภาเพื่อแก้ไขเพิ่มเติม ไม่ใช่ปล่อยให้ตกไปโดยไม่ได้ทำอะไรเลย ซึ่งขณะนี้เรามีเวลาจำกัดถึงวันที่ 13 พฤษภาคมนี้เท่านั้น ที่ ครม. จะต้องร้องขอให้สภาดำเนินการต่อ
.
สำหรับร่างกฎหมายฉบับประชาชน 7 ฉบับที่นายเทวฤทธิ์เสนอให้เร่งต่ออายุ ประกอบด้วย:
ร่าง พรบ. บริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด (ค้างอยู่ในวุฒิสภา)
ร่าง พรบ. การรายงานการปล่อยและการเคลื่อนย้ายสารมลพิษสู่สิ่งแวดล้อม (PRTR) (สถานะ: กรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว รอเข้าวาระ 2 ในสภาผู้แทนราษฎร)
.
นอกจากนี้ยังมีอีก 5 ฉบับที่รอการพิจารณาในวาระที่ 1 ของสภาผู้แทนราษฎร ได้แก่:
3. ร่าง พรบ. สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล
4. ร่าง พรบ. รับรองอัตลักษณ์ทางเพศสภาพ การแสดงออกทางเพศสภาพ และคุณลักษณะทางเพศ
5. ร่าง พรบ. วิชาชีพบริหารทรัพยากรบุคคล
6. ร่าง พรบ. รับผิดเพื่อความชำรุดบกพร่องของสินค้า
7. ร่าง พรบ. ยกเลิก พรบ. ป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี พ.ศ. 2539
.
ผมทิ้งท้ายว่าร่างกฎหมายเหล่านี้มาจากรายชื่อประชาชนนับหมื่น บางฉบับสูงถึงสองหมื่นรายชื่อ จึงอยากให้รัฐบาลให้ความสำคัญกับเสียงของกลุ่มคนที่อาจไม่มีปากเสียงในสภา เพื่อให้กระบวนการนิติบัญญัติที่ประชาชนริเริ่มได้เดินหน้าต่อไปจนถึงที่สุด
ดูน้อยลง
.
กลไกที่ประชาชนเข้าชื่อเสนอกฎหมายเป็นหัวใจสำคัญของการสร้างการมีส่วนร่วมทางการเมือง ดังนั้นเจตจำนงของประชาชนไม่ควรได้รับผลกระทบทางลบ หรือต้องสูญเปล่าเพียงเพราะความขัดแย้งทางการเมืองที่นำไปสู่การยุบสภาเมื่อช่วงปลายปีที่ผ่านมา
.
แม้ร่างกฎหมายบางฉบับอาจถูกมองว่ายังมีช่องว่างหรือข้อบกพร่อง แต่นั่นคือเหตุผลที่เราควรนำกลับมาพิจารณาในสภาเพื่อแก้ไขเพิ่มเติม ไม่ใช่ปล่อยให้ตกไปโดยไม่ได้ทำอะไรเลย ซึ่งขณะนี้เรามีเวลาจำกัดถึงวันที่ 13 พฤษภาคมนี้เท่านั้น ที่ ครม. จะต้องร้องขอให้สภาดำเนินการต่อ
.
สำหรับร่างกฎหมายฉบับประชาชน 7 ฉบับที่นายเทวฤทธิ์เสนอให้เร่งต่ออายุ ประกอบด้วย:
ร่าง พรบ. บริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด (ค้างอยู่ในวุฒิสภา)
ร่าง พรบ. การรายงานการปล่อยและการเคลื่อนย้ายสารมลพิษสู่สิ่งแวดล้อม (PRTR) (สถานะ: กรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว รอเข้าวาระ 2 ในสภาผู้แทนราษฎร)
.
นอกจากนี้ยังมีอีก 5 ฉบับที่รอการพิจารณาในวาระที่ 1 ของสภาผู้แทนราษฎร ได้แก่:
3. ร่าง พรบ. สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล
4. ร่าง พรบ. รับรองอัตลักษณ์ทางเพศสภาพ การแสดงออกทางเพศสภาพ และคุณลักษณะทางเพศ
5. ร่าง พรบ. วิชาชีพบริหารทรัพยากรบุคคล
6. ร่าง พรบ. รับผิดเพื่อความชำรุดบกพร่องของสินค้า
7. ร่าง พรบ. ยกเลิก พรบ. ป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี พ.ศ. 2539
.
ผมทิ้งท้ายว่าร่างกฎหมายเหล่านี้มาจากรายชื่อประชาชนนับหมื่น บางฉบับสูงถึงสองหมื่นรายชื่อ จึงอยากให้รัฐบาลให้ความสำคัญกับเสียงของกลุ่มคนที่อาจไม่มีปากเสียงในสภา เพื่อให้กระบวนการนิติบัญญัติที่ประชาชนริเริ่มได้เดินหน้าต่อไปจนถึงที่สุด
ดูน้อยลง
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น