ผ่ากระบวนการต้นน้ำองค์กรอิสระ: เมื่อสภาไร้ผู้นำฝ่ายค้าน และ กกต. ไร้ความหลากหลาย

 

ขณะนี้ กระบวนการสรรหาตุลาการศาลรัฐธรรมนูญและกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ยังคงเดินหน้าต่อไป แม้สภาผู้แทนราษฎรจะยังไม่มีการแต่งตั้ง "ผู้นำฝ่ายค้าน" อย่างเป็นทางการ
.
จริงอยู่ที่รัฐธรรมนูญ มาตรา 203 วรรคสอง เปิดช่องให้คณะกรรมการสรรหาสามารถปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้แม้จะมีกรรมการไม่ครบองค์ประกอบ แต่การขาดหายไปของผู้นำฝ่ายค้านฯ ซึ่งเป็นตัวแทนสำคัญจากฝ่ายนิติบัญญัติ (คณะกรรมการสรรหาประกอบด้วย 3 เสาหลัก: ตุลาการ, ตัวแทนองค์กรอิสระ และนิติบัญญัติ) ย่อมทำให้เกิดคำถามถึงความสมบูรณ์และความชอบธรรมของกระบวนการต้นน้ำ
.
[เหตุใดกระบวนการนี้จึงควรรอผู้นำฝ่ายค้านฯ ?]
.
ปัจจุบันมีวาระสำคัญในการสรรหา 2 ตำแหน่ง คือ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ (แทน ศ.ดร.นครินทร์ เมฆไตรรัตน์) และ กกต. (แทน นายฐิติเชฏฐ์ นุชนาฏ) ซึ่งล่าสุดกระบวนการได้เดินหน้าไปแล้ว ทั้งการเรียกสัมภาษณ์แคนดิเดตศาลรัฐธรรมนูญเมื่อวันที่ 7 เม.ย. และการประกาศรับสมัคร กกต. ระหว่างวันที่ 20 เม.ย. - 11 พ.ค. โดยที่คณะกรรมการสรรหายังไม่ครบถ้วน
.
ในความเป็นจริง การชะลอกระบวนการสรรหาออกไปเพื่อรอผู้นำฝ่ายค้านฯ จะไม่ส่งผลกระทบต่อการทำงานของทั้งสององค์กร เนื่องจากตามกฎหมาย ผู้ดำรงตำแหน่งเดิมยังคงสามารถปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้จนกว่าจะมีผู้มารับตำแหน่งแทน การรอให้องค์ประกอบของคณะกรรมการสรรหาครบถ้วนสมบูรณ์ จึงน่าจะเป็นทางออกที่รอบคอบและสง่างามกว่า
.
[ปัญหาความหลากหลายของแคนดิเดต กกต.]
.
นอกเหนือจากประเด็นคณะกรรมการสรรหาแล้ว อีกหนึ่งข้อสังเกตที่สำคัญคือ "ความหลากหลาย" ของผู้ได้รับการเสนอชื่อ
.
หลายคนมักมุ่งความสนใจไปที่การให้ความเห็นชอบของสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ซึ่งเป็นด่านสุดท้าย แต่กระบวนการ "ต้นน้ำ" อย่างการคัดกรองบุคคลก็สำคัญไม่แพ้กัน
.
ตาม พรป.ว่าด้วย กกต. มาตรา 12 บัญญัติไว้ชัดเจนว่า การสรรหาต้อง "คำนึงถึงความหลากหลายของประสบการณ์ที่แตกต่างกันในแต่ละด้าน" ประกอบกับมาตรา 8 (1) ได้เปิดกว้างคุณสมบัติของผู้สมัครไว้ถึง 6 กลุ่มอาชีพ ได้แก่
.
1. ข้าราชการระดับอธิบดีขึ้นไป
2. ผู้บริหารสูงสุดของรัฐวิสาหกิจหรือหน่วยงานรัฐ
3. ศาสตราจารย์
4. ผู้ประกอบวิชาชีพที่มีกฎหมายรับรอง (ไม่น้อยกว่า 20 ปี)
5. ผู้บริหารระดับสูงของบริษัทมหาชนจำกัด (ไม่น้อยกว่า 10 ปี)
6. ตัวแทนภาคประชาสังคม (ไม่น้อยกว่า 20 ปี)
.
อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาจากรายชื่อที่คณะกรรมการสรรหาส่งให้ สว. พิจารณาในรอบล่าสุด (เช่น อดีตอธิบดีกรมการขนส่งทางบก และอดีตอธิบดีกรมโยธาธิการฯ) รวมถึงองค์ประกอบของ กกต. ชุดปัจจุบันในสัดส่วนที่ไม่ใช่สายศาล จะพบว่าล้วนเป็น "อดีตข้าราชการระดับสูง" แทบทั้งสิ้น
.
การขาดแคลนตัวแทนจากภาควิชาการ ภาคเอกชน หรือภาคประชาสังคม ทำให้เกิดคำถามว่า กระบวนการคัดเลือกในปัจจุบัน สามารถสะท้อนเจตนารมณ์ของกฎหมายที่ต้องการให้องค์กรอิสระมีความหลากหลายทางวิชาชีพและมุมมอง ได้อย่างแท้จริงแล้วหรือไม่?
.
กระบวนการสรรหาองค์กรอิสระถือเป็นกลไกสำคัญของระบอบประชาธิปไตย ความสมบูรณ์ของคณะกรรมการสรรหาและความหลากหลายของผู้ได้รับการเสนอชื่อ จึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม หากเราต้องการสร้างความเชื่อมั่นให้เกิดขึ้นแก่สังคมอย่างแท้จริง





ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

เอกสารงบประมาณ 2569 (ขาวคาดแดง)

แจกเอกสารประกอบการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ 69 : เศรษฐกิจ-สังคม-ความมั่นคง-ภัยพิบัติ-บริหาร

เก็บตกข้อเสนอภาควิชาการ เลือกตั้งเสรีและเป็นธรรม หน้าตาเป็นอย่างไร?