ทันข่าววุฒิสภา “ชะลอสรรหาองค์กรอิสระ:ดุลอำนาจ ความชอบธรรม วิกฤตความเชื่อมั่น” กับ นายเทวฤทธิ์ มณีฉาย


ข่าวว่าวันนี้ ประธานสภาจะดำเนินการกระบวนการตั้ง "ผู้นำฝ่ายค้านในสภา" หลายคนอาจจะโฟกัสที่บทบาทในสภา แต่จริงๆ ตำแหน่งนี้ยังเป็นกรรมการสรรหาผู้สมควรได้รับการเสนอชื่อเป็นองค์กรอิสระและศาลรัฐธรรมนูญด้วย และแน่นอนกระบวนการนี้ยังดำเนินต่อเนื่องโดยไม่รอให้มีตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้านเข้าไปร่วมด้วย วานนี้ผมได้มีโอกาสให้สัมภาษณ์ผ่านรายการ "ทันข่าววุฒิสภา" จึงได้มีโอกาสชี้ปัญหาประเด็นเหล่านี้ หลังสัปดาห์ก่อนผมเพิ่งยื่นหนังสือถึงประธานกรรมการสรรหาว่าให้รอผู้นำฝ่ายค้านก่อน อีกทั้งในส่วนการสรรหา กกต. ก็ขอให้รอให้ กกต.มีคำวินิจฉัยในคดีของ สว. ก่อนเพื่อป้องกันการขัดกันแห่งผลประโยชน์อีกประเด็น
.
โดยมีรายละเอียด
.
1. ปัญหาคณะกรรมการสรรหาขาด "ผู้นำฝ่ายค้าน" : โครงสร้างปัจจุบันของคณะกรรมการสรรหาขาดองค์ประกอบที่สำคัญที่สุดอย่างหนึ่งคือ "ผู้นำฝ่ายค้าน" แม้ในทางกฎหมายจะระบุว่าสามารถเดินหน้าสรรหาต่อไปได้ แต่ในมิติของดุลยภาพทางการเมือง การขาดตัวแทนฝั่งค้านหมายถึงการขาดกลไกตรวจสอบถ่วงดุลและการเป็นหูเป็นตาให้ประชาชน ทำให้กระบวนการนี้เสี่ยงต่อการถูกมองว่า "ถูกปิดตา" หรือเป็นไปในทิศทางเดียวกันทั้งหมดโดยไม่มีเสียงคัดค้าน
.
2. ปัญหาผลประโยชน์ทับซ้อน : ปัจจุบันมี สว. มากกว่า 138 คน (เกินกึ่งหนึ่งของสภา) ที่กำลังอยู่ในกระบวนการถูกตรวจสอบโดย กกต. กรณีการได้มาซึ่งตำแหน่ง สว. การที่ให้ สว. กลุ่มนี้เป็นผู้ลงมติเห็นชอบบุคคลที่จะเข้าไปเป็น กกต. (ซึ่งเปรียบเสมือนกรรมการที่จะมาตัดสินคดีของตนเอง) ถือเป็นการขัดกันแห่งผลประโยชน์อย่างรุนแรง และอาจนำไปสู่การเลือกบุคคลที่มีแนวโน้มโอนอ่อนหรือมีทัศนคติในทางเดียวกับตนเองเข้าสู่อำนาจ
.
3. กระทบต่อความชอบธรรมและวิกฤตศรัทธาในระยะยาว : การเดินหน้าสรรหาบุคคลท่ามกลางข้อครหาเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน จะส่งผลเสียอย่างหนักต่อภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อองค์กรอิสระ เนื่องจากผู้ที่ผ่านการสรรหาจะต้องดำรงตำแหน่งยาวนานถึง 7 ปี และมีอำนาจชี้ขาดคดีสำคัญทางการเมือง หากต้นทางขาดความสง่างาม ปลายทางของการตัดสินคดีต่างๆ ก็จะถูกตั้งคำถามจากสังคมตลอดเวลา
.
ในเบื้องต้นผมจึงขอเรียกร้องไปยังกรรมการสรรหา รวมทั้ง สว. ด้วยกันเอง (ซึ่งเรียกร้องมาโดยตลอด)
.
ก. ชะลอกระบวนการ: ควรชะลอการสรรหาออกไปก่อน (โดยเฉพาะในส่วนของ กกต.) เพื่อรอให้คดีความที่ กกต. ตรวจสอบ สว. เสร็จสิ้นลง เพื่อลบล้างข้อครหาเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน โดยการชะลอนี้ไม่กระทบต่อการทำงาน เพราะกรรมการชุดเดิมยังสามารถรักษาการต่อไปได้จนกว่าจะอายุครบ 70 ปี
.
ข. รอความสมบูรณ์ของโครงสร้าง: ควรรอให้มี "ผู้นำฝ่ายค้าน" เข้ามาเติมเต็มคณะกรรมการสรรหาเพื่อให้เกิดดุลยภาพตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ
.
ค. และเปิดเผยความโปร่งใส: กรรกมการสรรหา และโดยเฉพาะกรรมาธิการตรวจสอบประวัติฯ ของฝั่ง สว. ควรเปิดเผยรายงานและกระบวนการตัดสินใจต่อสาธารณชน ไม่ใช่การพิจารณาในทางลับถึง 99% อย่างที่ผ่านมา เพื่อให้ประชาชนตรวจสอบได้ว่าการใช้อำนาจนั้นเป็นไปเพื่อประโยชน์ของประเทศอย่างแท้จริง

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

เอกสารงบประมาณ 2569 (ขาวคาดแดง)

แจกเอกสารประกอบการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ 69 : เศรษฐกิจ-สังคม-ความมั่นคง-ภัยพิบัติ-บริหาร

เก็บตกข้อเสนอภาควิชาการ เลือกตั้งเสรีและเป็นธรรม หน้าตาเป็นอย่างไร?