ขอรัฐเลิก IO ชายแดนใต้-ชี้เป้าหมายสันติสุขปี 70 จะล้มเหลวหากรัฐยังมองประชาชนเป็นศัตรู



วานนี้ (21 เมษายน 2569) ผมได้ร่วมอภิปรายร่างนโยบายการบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ปี พ.ศ. 2568 – 2570 โดยให้ทั้งการสนับสนุนและตั้งข้อสังเกตสำคัญ 5 ประการเพื่อสะท้อนโจทย์ที่รัฐบาลต้องเร่งแก้ไขหากต้องการบรรลุเป้าหมายการหยุดความรุนแรง 100% ภายในปี 2570
.
ผมเริ่มต้นด้วยการสนับสนุนนโยบายข้อที่ 2 (การจัดการความขัดแย้งตามหลักสันติวิธี) และ ข้อที่ 3 (การอำนวยความยุติธรรมและเยียวยา) โดยเน้นย้ำว่า "สันติวิธีและความเป็นธรรม" ไม่ใช่เพียงแค่วิธีการทำงานแต่เป็นเป้าหมายในตัวเอง เพราะทุกก้าวย่างของการปฏิบัติการ ย่อมทิ้งรอยเท้าไว้เสมอ และรอยเท้านั้นอาจกลายเป็นเงื่อนไขสำคัญที่นำไปสู่ปัญหาในอนาคต
.
จากนั้นผมได้ตั้งข้อสังเกต 5 ประการต่อรายงานฉบับดังกล่าว ดังนี้
.
1. ความย้อนแย้งของกฎหมายพิเศษ: ผมได้ชื่นชมความ "หาญกล้า" ที่รัฐตั้งเป้ายุติความรุนแรง 100% ภายในปี 2570 แต่ตั้งข้อสังเกตถึงความย้อนแย้งที่รัฐยังคงต่ออายุ พรบ. ฉุกเฉินและกฎหมายพิเศษมาถึงครั้งที่ 82 ซึ่งพื้นที่ยกเว้นทางกฎหมายเช่นนี้มักนำไปสู่ปัญหาการใช้อำนาจโดยพละการและการซ้อมทรมานซึ่งขัดกับเป้าหมายการเปลี่ยนผ่านสู่ภาวะปกติ
.
2. มรดกความยุติธรรมและคดี 'ตากใบ' : ผมเรียกร้องให้รัฐมองภาพสะท้อนมรดกกับคดีตากใบที่หมดอายุความโดยระบุว่ารอยเท้าจากเหตุการณ์เมื่อ 20 ปีที่แล้วยังคงอยู่ พร้อมเตือนว่าความขัดแย้งทางกายภาพที่มองเห็นเป็นเพียง "ยอดภูเขาน้ำแข็ง" แต่สิ่งที่อยู่ใต้ภูเขาน้ำแข็งคือ "วัฒนธรรมลอยนวลพ้นผิด" ที่เกาะกินสถานการณ์มาอย่างยาวนาน
.
3. การมีส่วนร่วมต้องเป็น 'วาระแห่งชาติ': ผมเสนอให้กระบวนการพูดคุยสันติสุขมีกฎหมายรองรับและมีความต่อเนื่อง ไม่ขึ้นอยู่กับตัวบุคคลหรือพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่ง เพื่อให้ภาคประชาชน เยาวชน และสตรีในสังคมพหุวัฒนธรรมมีส่วนร่วมอย่างแท้จริงและมีผลผูกพันในระยะยาว
.
4. คดี สส. กมลศักดิ์และความไม่ไว้วางใจ: ผมยังได้ยกกรณีเหตุลอบยิง สส. กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ที่มีการเชื่อมโยงไปถึงเจ้าหน้าที่รัฐ ชี้ให้เห็นว่าแม้กระทั่งผู้แทนราษฎรยังถูกกระทำ จึงยิ่งสร้างความเคลือบแคลงใจและทำลายความเชื่อมั่นในพื้นที่ หากคดีนี้ไม่ถูกคลี่คลายอย่างเป็นธรรมจะส่งผลกระทบระยะยาวต่อสันติภาพ
.
5. ยุติปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร (IO) ต่อพลเมือง: ผมเห็นว่าเป็นอีกประเด็นสำคัญ โดยยกตัวอย่างฐปณีย์ เอียดศรีไชย ที่ถูก IO โจมตีหลังตั้งคำถามต่อแม่ทัพภาคที่ 4 ผมยังได้ระบุถึงข้อมูลในอดีตที่ยืนยันการมีอยู่ของ IO จากที่ทั้ง Facebook และ X (Twitter) เคยยืนยันและลบบัญชีที่มีพฤติกรรมเป็น IO และกวาดล้างข้อมูลข่าวสารในลักษณะนี้มาแล้ว ผมย้ำว่าพลเมืองไม่ควรถูกมองเป็นศัตรูของชาติและรัฐ ดังนั้นรัฐไม่ควรปฏิบัติการ IO กับพลเมือง แต่อีกด้านก็ต้องพึงระมัดระวังโดยไม่ควรเหมารวมว่าทุกเสียงที่สะท้อนความเจ็บปวดเป็นปฏิบัติการ IO ของฝั่งตรงข้ามของตนเสียทั้งหมดเช่นั้น ดังนั้นรัฐในฐานะที่ปฏิบัติการต้องเปิดเผยโปร่งในควรยุติปฏิบัติการ IO แต่หากจะทำ IO ต้องไม่มองพลเมืองเป็นศตรูและทำอย่างเปิดเผย โปร่งใส และประกาศให้ชัดเจนว่าเป็น "เพจประชาสัมพันธ์ของรัฐ" เพื่อให้ข้อมูลอีกด้าน ไม่ใช่บิดเบือนข้อมูล
.
ท้ายที่สุดผมทิ้งท้ายย้ำเตือนรัฐบาลว่าหากพื้นที่ชายแดนภาคใต้เป็นบ้านที่รัฐไม่ยอมรับฟังเสียงของผู้อาศัย ที่นั่นก็จะไม่ใช่ "บ้าน" ของประชาชน เพราะบ้านที่ไม่ได้ยินเสียงกันและกันนั้นจะไม่เป็นบ้าน พื้นที่ตรงนั้นจะไม่ใช่พื้นที่ที่ประชาชนอยากอยู่หรืออยากมีส่วนร่วมพัฒนา จึงขอให้รัฐบาลยึดหลักสันติวิธีและความเป็นธรรมอย่างโปร่งใสเพื่อบรรลุเป้าหมายสันติสุขที่แท้จริง

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

เอกสารงบประมาณ 2569 (ขาวคาดแดง)

แจกเอกสารประกอบการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ 69 : เศรษฐกิจ-สังคม-ความมั่นคง-ภัยพิบัติ-บริหาร

เก็บตกข้อเสนอภาควิชาการ เลือกตั้งเสรีและเป็นธรรม หน้าตาเป็นอย่างไร?