ชำแหละ กกต. กลางสภา ซัดเลือก สว. ล้มเหลว-คดีล่าช้า "แสวง" แจงยิบทุกปม ยันไม่ดองคดี สว. - ปัดฟ้องปิดปาก ปชช.




วันนี้ (28 เมษายน 2568) ผมได้ร่วมอภิปรายตั้งข้อสังเกตวาระรายงานผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 โดยเจาะลึกถึงปัญหาการจัดการเลือก สว. ที่ผ่านมา ความล่าช้าในการทำคดีใหญ่ ความโปร่งใสของหลักสูตรผู้บริหารระดับสูง และจุดยืนของ กกต. ต่อการมีส่วนร่วมของประชาชน
.
ผมเริ่มจากการตั้งคำถามถึงจำนวนผู้สมัคร สว. ที่มีเพียง 48,117 คน ซึ่งน้อยกว่าที่อดีตประธาน กกต. เคยคาดการณ์ไว้กว่าครึ่ง (1 แสนคน) ว่า กกต. ได้มีการประเมินสาเหตุความผิดพลาดนี้หรือไม่ นอกจากนี้ ยังตอกย้ำถึงปัญหาของ "ระเบียบ กกต. ว่าด้วยการแนะนำตัว" (โดยเฉพาะข้อ 7, 8 และ 11) ที่จำกัดให้ผู้สมัครแนะนำตัวได้เพียงหน้ากระดาษ A4 สองหน้า ซึ่งเป็นการตัดสิทธิการใช้ความสามารถของกลุ่มสื่อมวลชนและศิลปิน รวมถึงปิดกั้นโอกาสที่ประชาชนทั่วไปจะได้ร่วมตรวจสอบผู้สมัครตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ แม้ในภายหลังศาลปกครองจะสั่งเพิกถอนระเบียบบางข้อแต่ก็ถือว่าสายเกินไป
.
ในด้านการดำเนินคดีทางการเมือง ผมชี้ให้เห็นถึงความย้อนแย้งในการทำงานของ กกต. โดยระบุว่าคดีของผู้สมัคร สว. ทั่วไป (เช่น ใน จ.ร้อยเอ็ด สมุทรปราการ ชลบุรี) ซึ่งเป็นผู้ไม่มีอำนาจให้คุณให้โทษ กลับถูกตรวจสอบและวินิจฉัยอย่างรวดเร็ว ในขณะที่คดีใหญ่ซึ่งอยู่ในความสนใจของประชาชนและผู้ถูกกล่าวหาเป็นผู้มีอำนาจกลับล่าช้าและยืดเยื้อมานานเกือบ 2 ปี พร้อมตั้งคำถามว่า กกต. มีหลักเกณฑ์ใดในการประเมินความช้า-เร็ว ของคดี และความล่าช้านี้มีนัยยะเชื่อมโยงกับการให้ความเห็นชอบ กกต. 4 จาก 7 ท่าน ที่ผ่านมือ สว. ชุดปัจจุบันหรือไม่
.
อีกประเด็นสำคัญที่ผมตั้งข้อสังเกตคือ "หลักสูตรการพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้งระดับสูง (พตส.) รุ่นที่ 14" ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชน แต่เมื่อดูรายชื่อผู้ผ่านการคัดเลือก 140 คน กลับพบว่าเป็นตัวแทนบอร์ดบริหารจากบริษัทเอกชนสูงถึง 50% ขณะที่มีสัดส่วนนักการเมือง 14% ข้าราชการและตำรวจ 13% และยังมีตัวแทนองค์กรอิสระเข้าร่วมด้วย โดยมีการจัดทริปดูงานในยุโรปและเกาหลีใต้ ซึ่งผมได้ตั้งคำถามต่อมาถึงที่มาของงบประมาณโครงการ พร้อมตั้งคำถามสำคัญว่า กกต. มีกลไกป้องกันการสร้างสายสัมพันธ์หรือคอนเนกชันอย่างไร หากเกิดกรณีที่องค์กรอิสระต้องมาตรวจสอบคดีของเพื่อนร่วมรุ่นที่เป็นนักธุรกิจและนักการเมือง จะมีหลักประกันใดว่าจะให้ความเป็นธรรมและไม่เลือกปฏิบัติ
.
ในช่วงท้ายผมได้ยกยุทธศาสตร์ 20 ปี ของ กกต. ที่ระบุว่าต้องการ "เร่งรัดพัฒนาการมีส่วนร่วม เสริมสร้างเครือข่ายประชาธิปไตย และสร้างจิตสำนึกพลเมือง" มาเปรียบเทียบกับเหตุการณ์สด ๆ ร้อน ๆ เมื่อวันที่ 22 ก.พ. ที่ผ่านมา อย่างกรณีที่ กกต. ฟ้องร้องดำเนินคดีกับประชาชนที่ไปร่วมสังเกตการณ์การเลือกตั้งเนื่องจากมีข้อครหาเรื่องบาร์โค้ด การฟ้องประชาชนที่ไปทดสอบและมีส่วนร่วมในการช่วยเหลือตรวจสอบความสุจริต ถามว่าสอดรับกับยุทธศาสตร์ข้อไหนของการสร้างจิตสำนึกพลเมืองที่มีคุณภาพ ผมจึงขอให้ กกต. ทบทวนบทบาทขององค์กรด้วย
.
ด้านแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ชี้แจงต่อที่ประชุมวุฒิสภา โดยตอบคำถามต่อข้อถามถึงความล่าช้าในการพิจารณาคดีใหญ่ที่ผู้ถูกกล่าวหาเป็นผู้มีอำนาจ เลขาฯ กกต. ชี้แจงว่าปกติ กกต. มีเป้าหมายเร่งรัดคดีให้เสร็จภายใน 1 ปี และยืนยันว่าสำนักงานไม่เคยปล่อยให้มีคดีหมดอายุความ แต่สำหรับคดีใหญ่ที่เป็นที่สนใจและใช้เวลาเกิน 1 ปีนั้นเป็นเพราะมีความซับซ้อน มีการนำคำร้องหลายกรณีมารวมเป็นสำนวนใหม่ ทำให้มีพยานหลักฐานและเอกสารจำนวนมหาศาลรวมเกือบ 90,000 หน้า เนื่องจากคดีเลือกตั้งไม่เหมือนคดีอาญาทั่วไป การจะนำไปสู่ชั้นศาลต้องมีพยานหลักฐานที่รับฟังได้จนปราศจากข้อสงสัย สิ่งที่เร็วจะต้องถูกต้องและให้ความเป็นธรรมกับทั้งสองฝั่ง พร้อมระบุว่าขณะนี้คดีดังกล่าวเตรียมเสนอให้ กกต. พิจารณาแล้ว
.
สำหรับการจัดการเลือก สว. ที่มีผู้สมัครไม่ถึง 5 หมื่นคน จากที่ประเมินไว้ 1 แสนคนนั้น แสวงระบุว่าส่วนหนึ่งอาจต้องกลับไปทบทวนเรื่องการประชาสัมพันธ์เพื่อดึงดูดให้คนสนใจเข้ามาทำหน้าที่ ส่วนประเด็นเรื่องระเบียบแนะนำตัวที่ถูกมองว่าปิดกั้น (ให้ใช้กระดาษ A4 สองหน้า) กกต. ออกแบบโดยพยายามรักษาสมดุลระหว่างการให้สิทธิแนะนำตัวกับการป้องกันการทุจริต อย่างไรก็ตามเมื่อศาลปกครองมีคำพิพากษายกเลิกระเบียบดังกล่าว กกต. ก็ยอมรับและไม่ขออุทธรณ์แต่อย่างใด
.
แสวงยังชี้แจงถึงหลักสูตรการพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้งระดับสูง (พตส.) ว่า ปฏิเสธไม่ได้ว่าทุกหลักสูตรย่อมมีการสร้างความรู้จัก แต่เจตนาของ กกต. คือต้องการนำ "วิธีคิด" ของบุคลากรที่ประสบความสำเร็จจากภาคส่วนต่างๆ โดยเฉพาะภาคเอกชน มาช่วยพัฒนากระบวนการเลือกตั้ง โดยผลงานของนักศึกษาจะถูกนำมาประยุกต์ใช้จริง สำหรับข้อสงสัยเรื่องงบประมาณนั้น การเรียนในห้องเรียนใช้งบจากกองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมือง แต่การเดินทางไปดูงานต่างประเทศเป็นเงินของนักศึกษา 100%
.
กรณีข้อครหาว่า กกต. ฟ้องร้องประชาชนที่ไปสังเกตการณ์เลือกตั้ง แสวงยืนยันว่า กกต. เคารพสิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญและไม่เคยฟ้องใครที่มาวิพากษ์วิจารณ์ กกต. เป็นการส่วนตัว แต่จำเป็นต้องแยกแยะระหว่างการใช้สิทธิเสรีภาพ กับการกระทำที่ทำให้การเลือกตั้งไม่เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ซึ่งหากมีผู้กระทำการลักษณะดังกล่าว กกต. ก็ต้องทำหน้าที่ปกป้องกระบวนการเลือกตั้ง
.
นอกจากนี้เลขาฯ กกต. ยังได้แก้ไขข้อมูลที่คลาดเคลื่อนบนหน้าสื่อกรณีมี สว. อภิปรายว่าการเลือกตั้งผิดพลาด 50% โดยชี้แจงว่าข้อเท็จจริงคือ "ผิดพลาด 50 แห่งจาก 100,000 แห่ง" ซึ่ง กกต. ได้ตรวจสอบแก้ไขหมดแล้วและสื่อฉบับดังกล่าวก็ได้ขอโทษแล้ว
.
ช่วงท้ายแสวงย้ำว่าการจัดการเลือกตั้งเป็นความรับผิดชอบร่วมกันของทุกฝ่าย กกต. เป็นเพียงผู้ออกแบบและอำนวยความสะดวก พร้อมน้อมรับทุกข้อสังเกตของ สว. ไปปรับปรุงการทำงานเพื่อเรียกคืนความเชื่อมั่นและทำให้กระบวนการเลือกตั้งของไทยเป็นที่ยอมรับต่อไป
.
ทั้งนี้หลังการชี้แจงของแสวงผมได้อภิปรายต่อว่าเข้าใจถึงสภาวะการทำงานของ กกต. ที่มีความกดดันสูง เปรียบเสมือนการอยู่ "ระหว่างเขาควาย" ที่หากทำดีก็เสมอตัวแต่หากพลาดจะถูกตำหนิอย่างรุนแรง อย่างไรก็ตามผมเห็นว่าเป้าหมายสำคัญที่สุดคือการทำให้การเลือกตั้งเป็นทางออกที่น่าเชื่อถือของประเทศ
.
นอกจากนี้ผมได้ฝากข้อสังเกตถึง กกต. กรณีการฟ้องร้องดำเนินคดีกับประชาชนหรือกลุ่มคนที่เข้าไปสังเกตการณ์และตรวจสอบการทำงาน โดยขอให้ กกต. พิจารณาชั่งน้ำหนักระหว่างการรักษาความสงบเรียบร้อย กับสิทธิเสรีภาพของพลเมือง พร้อมย้ำว่าในยุทธศาสตร์ 20 ปี ของ กกต. เอง ก็มีเป้าหมายส่งเสริมความตระหนักรู้ในสิทธิพลเมืองและสร้างเครือข่ายประชาธิปไตยที่เข้มแข็ง
.
การที่ประชาชนลุกขึ้นมาตรวจสอบไม่ได้มีเจตนาส่วนตัว แต่มีเจตนาเดียวกับ กกต. คือต้องการเห็นการเลือกตั้งที่สุจริตเที่ยงธรรม พลังของประชาชนเหล่านี้คือมิตรที่จะช่วยให้เป้าหมายของ กกต. สำเร็จ จึงอยากให้มองว่าประชาชนเหล่านี้เป็นพันธมิตรในการสร้างประชาธิปไตยมากกว่าจะเป็นคู่ขัดแย้ง






ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

เอกสารงบประมาณ 2569 (ขาวคาดแดง)

แจกเอกสารประกอบการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ 69 : เศรษฐกิจ-สังคม-ความมั่นคง-ภัยพิบัติ-บริหาร

เก็บตกข้อเสนอภาควิชาการ เลือกตั้งเสรีและเป็นธรรม หน้าตาเป็นอย่างไร?