ขอรัฐจัดระเบียบ E-Commerce ชู ‘การค้าที่เป็นธรรม’ ยกระดับคุ้มครอง ‘ไรเดอร์-ผู้ผลิตสื่อ’
.
ผมยังได้เน้นย้ำถึงหลักการ "การค้าที่เป็นธรรม" (Fair Trade) โดยระบุว่าความเป็นธรรมในห่วงโซ่อุปทานเป็นเรื่องที่ทั่วโลกกำลังให้ความสำคัญ โดยชี้ให้เห็นถึงนโยบายของรัฐบาลที่มุ่งเป้าเข้าเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) รวมถึงการเจรจาเขตการค้าเสรี (FTA) กับสหภาพยุโรป (EU) ซึ่งองค์กรเหล่านี้มีแนวทางปฏิบัติที่เข้มงวดในการตรวจสอบความเสี่ยงด้านการละเมิดสิทธิมนุษยชน สิทธิแรงงาน และสิ่งแวดล้อมตลอดห่วงโซ่อุปทาน พร้อมทั้งกล่าวสนับสนุนร่างกฎหมายของกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพที่ว่าด้วยการส่งเสริมการดำเนินธุรกิจที่มีความรับผิดชอบ ซึ่งจะเข้ามาเป็นกลไกสำคัญในการตรวจสอบไม่ให้ธุรกิจเติบโตบนการเอารัดเอาเปรียบ
.
อีกประเด็นสำคัญที่ถูกหยิบยกขึ้นมาคือสถานะของแรงงานในระบบแพลตฟอร์ม โดยเฉพาะกลุ่ม "ไรเดอร์" (ผู้ส่งสินค้า/อาหาร) ที่ปัจจุบันถูกนิยามเป็นเพียง "พาร์ทเนอร์" (หุ้นส่วน) ทำให้สูญเสียสิทธิและสวัสดิการตาม พรบ. คุ้มครองแรงงาน และ พรบ. แรงงานสัมพันธ์ ผมได้อ้างอิงถึงคำวินิจฉัยของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) เมื่อ 2 ปีก่อนที่ระบุว่าไรเดอร์คือแรงงาน พร้อมเรียกร้องให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานออกข้อสั่งการหรือกฎกระทรวงเพื่อนิยามสถานะของไรเดอร์ให้เป็น "ลูกจ้าง" อย่างชัดเจนเพื่อคืนสิทธิขั้นพื้นฐานที่พวกเขาควรได้รับ
.
ในส่วนของแพลตฟอร์มออนไลน์และโซเชียลมีเดีย ผมแสดงความกังวลถึงความไม่โปร่งใสของการปรับเปลี่ยนอัลกอริทึมซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อความสามารถในการแข่งขันของผู้ค้า ผู้ใช้บริการ รวมถึงสื่อมวลชนที่ใช้แพลตฟอร์มในการนำเสนอข่าวสาร
.
พร้อมกันนี้ผมยังได้เสนอให้รัฐบาลศึกษาโมเดลกฎหมายจากต่างประเทศ เช่น News Media Bargaining Code ของประเทศออสเตรเลีย ซึ่งเป็นกฎหมายที่สร้างแรงจูงใจและบังคับให้แพลตฟอร์มยักษ์ใหญ่ต้องเจรจาแบ่งปันรายได้อย่างเป็นธรรมกับผู้ผลิตคอนเทนต์และสื่อมวลชน แทนที่จะได้รับค่าตอบแทนเพียงเล็กน้อยจากโฆษณาเหมือนในปัจจุบัน เพราะการสร้างความเป็นธรรมไม่ใช่แค่เรื่องของผู้ประกอบการสัญชาติไทยหรือต่างชาติเท่านั้น แต่คนในระบบนิเวศทั้งผู้รับบริการ ผู้บริโภค และที่สำคัญคือ “แรงงาน” จะต้องได้รับความเป็นธรรมด้วย เพื่อให้การแข่งขันนั้นส่งผลถึงความเป็นธรรมในสังคมอย่างแท้จริง
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น