วันผู้สูญหายสากล ทุกการหายไปต้องไม่เงียบงัน ถึงเวลาเอาจริงใช้ พรบ. อุ้มหายฯ
วันที่ 30 สิงหาคมของทุกปีถือเป็นวันผู้สูญหายสากล ซึ่งเป็นวันที่องค์กรสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศและเครือข่ายญาติผู้สูญหายในละตินอเมริกา โดยเฉพาะสหพันธ์ญาติผู้สูญหายแห่งลาตินอเมริกา (FEDEFAM) เริ่มใช้รณรงค์ตั้งแต่ทศวรรษ 1980 เพื่อสร้างแรงกดดันให้สังคมโลกตระหนักถึงปรากฏการณ์การบังคับสูญหายที่กำลังเกิดขึ้นอย่างแพร่หลายในหลายประเทศยุคนั้น และวันดังกล่าวมิได้เป็นเพียงการระลึกถึงผู้ที่หายตัวไปโดยไร้ร่องรอยเท่านั้น หากยังเป็นเครื่องเตือนใจว่าความยุติธรรมและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ยังคงเป็นสิ่งที่ต้องต่อสู้เพื่อให้คงอยู่
.
ในประเทศไทยปรากฏการณ์การบังคับให้บุคคลสูญหายเรียกได้ว่าไม่ใช่สิ่งไกลตัว หากแต่เป็นเรื่องที่ฝังรากในโครงสร้างอำนาจและกลไกของรัฐมาเนิ่นนาน ชื่อของสมชาย นีละไพจิตร นักกฎหมายผู้ต่อสู้คดีสิทธิมนุษยชนที่หายไปตั้งแต่ปี 2547 กลายเป็นสัญลักษณ์ของความเงียบงันที่ปกคลุมกระบวนการยุติธรรมไทย วันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ นักกิจกรรมที่ถูกอุ้มหายไปกลางกรุงพนมเปญในปี 2563 สร้างแรงสั่นสะเทือนและตอกย้ำว่าการหายไปมิได้เกิดเฉพาะในเขตแดนไทยแต่ยังส่งผลกระทบถึงผู้ลี้ภัยการเมืองไทยในต่างแดน
.
รายชื่อของผู้สูญหายยังมีมากเกินกว่าจะจบลงเพียงสองกรณีนี้ เราได้เห็นสุรชัย แซ่ด่านและสหายที่หายไปอย่างไร้ร่องรอยในลาว เห็นกฤษณะ ทัพไทย, สยาม ธีรวุฒิ, ชัชชาญ บุปผาวัลย์ (สหายภูชนะ), พอละจี รักจงเจริญ, ชูชีพ ชีวสุทธิ์ (ลุงสนามหลวง), อิทธิพล สุขแป้น (ดีเจซุนโฮ), เด่น คำแหล้, วุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ, ไกรเดช ลือเลิศ (สหายกาสะลอง) ที่บางรายถูกพบเสียชีวิต อีกหลายรายไม่มีใครล่วงรู้ชะตากรรม เรายังได้ยินเรื่องเล่าของนักเคลื่อนไหว นักวิชาการ และประชาชนธรรมดาที่เสียงของพวกเขาค่อย ๆ ถูกลบออกไปจากพื้นที่สาธารณะ จนกระทั่งเหลือเพียงความเงียบซึ่งแฝงไปด้วยความหวาดกลัว เหตุการณ์เหล่านี้มิใช่เพียงเรื่องส่วนบุคคลแต่คือบาดแผลทางสังคมที่สะท้อนการใช้อำนาจที่ลอยนวลพ้นผิดมาหลายทศวรรษ
.
กว่าประเทศไทยจะมีพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565 ต้องผ่านการเรียกร้องอย่างหนักจากภาคประชาสังคม ครอบครัวเหยื่อ และนักสิทธิมนุษยชนกว่าสิบปี กฎหมายฉบับนี้คือหมุดหมายสำคัญที่บอกว่ารัฐไทยยอมรับว่าปัญหาการอุ้มหายมีอยู่จริง และจำเป็นต้องมีเครื่องมือทางกฎหมายในการป้องกัน ปราบปราม และเยียวยา ทว่าจนถึงวันนี้การบังคับใช้กฎหมายยังเต็มไปด้วยข้อจำกัด ช่องโหว่ และแรงต้านจากกลไกบางส่วนที่ไม่ต้องการให้ความจริงปรากฏ การตามหาผู้กระทำผิดยังคงยากเย็น การเปิดเผยข้อเท็จจริงยังถูกไม่เกิดขึ้นและถูกทำให้ยืดเยื้อออกไป และความยุติธรรมยังคงเดินช้ากว่าความทุกข์ที่ครอบครัวเหยื่อต้องเผชิญ
.
เนื่องในวันผู้สูญหายสากล ผมขอเรียกร้องให้มีการเร่งรัดการบังคับใช้ พรบ. อุ้มหายฯ ให้มีผลจริง ไม่ใช่เพียงตราไว้ในราชกิจจานุเบกษา พร้อมทั้งเปิดเผยข้อมูลการสอบสวนทุกคดี ให้ครอบครัวเข้าถึงข้อมูลโดยไม่ถูกคุกคาม ตลอดจนสร้างกลไกคุ้มครองพยานและผู้แจ้งเบาะแสที่ปลอดภัย และส่งเสริมให้สังคมไทยเผชิญหน้ากับประวัติศาสตร์ของตนเอง ไม่ซุกปัญหาเข้าใต้พรมจนนำไปสู่ความเงียบงัน
.
ท้ายที่สุดวันผู้สูญหายสากลจึงเป็นทั้งวันแห่งความเศร้าและวันแห่งความหวัง เป็นทั้งวันที่ต้องยอมรับว่าประเทศไทยมีคนจำนวนหนึ่งที่หายไปโดยไม่มีใครตอบได้ว่าพวกเขาอยู่ที่ไหน และหวังว่าเสียงเรียกร้องจากสังคมจะผลักดันให้เกิดการปฏิรูปเชิงโครงสร้างที่แท้จริง ทั้งการปรับปรุงกระบวนการยุติธรรม การสร้างหลักประกันสิทธิมนุษยชน และการยุติวัฒนธรรมลอยนวลพ้นผิดที่ฝังรากลึก วันนี้จึงไม่ควรเป็นเพียงวันรำลึกแต่ต้องเป็นวันทวงถามความจริงและยืนยันว่าทุกชีวิตมีค่า ทุกการหายไปต้องมีคำตอบ และทุกความยุติธรรมต้องเกิดขึ้นจริง

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น