7 สิงหา : 9 ปีประชามติใต้เงาเผด็จการ สู่กับดักพันธนาการประชาธิปไตยไทย
7 สิงหาคม 2559 คือวันลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญที่นำไปสู่การประกาศใช้รัฐธรรมนูญปี 2560 แม้จะเป็นรัฐธรรมนูญที่ผ่านการรับรองจากประชาชนผ่านกระบวนการประชามติแต่กระบวนการนั้นก็ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางว่า “ไม่เสรีและไม่เป็นธรรม” เพราะอยู่ภายใต้บรรยากาศของอำนาจรัฐประหาร ภาวะที่เสรีภาพในการรณรงค์คัดค้านถูกปิดกั้นอย่างเป็นระบบ และมีการจับกุมผู้รณรงค์คัดค้านจำนวนมาก
.
ประชามติเมื่อ 7 สิงหาคม 2559 เกิดขึ้นภายใต้การควบคุมของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ซึ่งใช้อำนาจตามมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว 2557 และคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 3/2558 ในการห้ามเคลื่อนไหวรณรงค์คัดค้านร่างรัฐธรรมนูญที่เผชิญทั้งข้อจำกัดในการแสดงออก การสื่อสารที่ไม่เป็นกลาง และกระทั่งการดำเนินคดีตาม พรบ. ประชามติ พ.ศ. 2559 มาตรา 61 วรรคสอง ซึ่งมีเนื้อหากว้างและเปิดช่องให้รัฐตีความเพื่อดำเนินคดีต่อผู้วิพากษ์วิจารณ์ร่างรัฐธรรมนูญ
.
นอกจากนี้แม้ประชาชนจะลงมติเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญและคำถามพ่วงในปี 2559 แต่หลังจากนั้นมีการแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญในบางมาตราก่อนประกาศใช้จริงในปี 2560 โดยมีข้อสังเกตจากนักวิชาการและภาคประชาสังคมว่าเป็นการแก้ไขเพิ่มเติมโดยไม่ผ่านกระบวนการประชามติอีกครั้ง ซึ่งอาจขัดต่อหลักนิติธรรมและหลักการประชาธิปไตยที่ควรยึดโยงเจตจำนงของประชาชนผู้มีสิทธิออกเสียงอย่างแท้จริง
.
หัวใจสำคัญของรัฐธรรมนูญฉบับปี 2560 คือโครงสร้างทางการเมืองที่ออกแบบมาเพื่อเป็นหลักประกันความมั่นคงของชนชั้นนำทางการเมือง มากกว่าการส่งเสริมประชาธิปไตย หลายบทบัญญัติถูกวิจารณ์ว่าเปิดช่องให้กลุ่มอำนาจเดิมสามารถสืบทอดอำนาจต่อไปภายหลังการเลือกตั้ง
.
ตัวอย่างที่ชัดเจนคือการให้สมาชิกวุฒิสภา 250 คนมาจากการแต่งตั้งโดยคณะรักษาความสงบแห่งชาติทั้งหมดในช่วงเปลี่ยนผ่าน โดย สว. ชุดนี้มีอำนาจร่วมกับ สส. ในการเลือกนายกรัฐมนตรีในช่วง 5 ปีแรก ตามบทเฉพาะกาล มาตรา 272 ซึ่งนำไปสู่การเลือก พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรีภายหลังการเลือกตั้งปี 2562 แม้พรรคที่เสนอชื่อจะไม่ได้คะแนนอันดับหนึ่ง
.
และแม้จะมีการปรับระบบ สว. ให้เหลือ 200 คนจากการเลือกกันเองในหมู่กลุ่มวิชาชีพตามรัฐธรรมนูญมาตรา 107 ในปัจจุบัน แต่กระบวนการจัดตั้งยังเต็มไปด้วยข้อกังขาว่ามีลักษณะปิด และเอื้อให้เกิดการฮั้วที่เอื้อต่อการรวมกลุ่มในขั้วอำนาจเดียวมากกว่าจะเปิดพื้นที่ให้ผู้แทนจากภาคประชาชนจริง ๆ
.
อีกหนึ่งกับดักที่รัฐธรรมนูญ 2560 วางไว้คือ “ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี” โดยกำหนดให้รัฐบาลทุกชุดต้องปฏิบัติตามแผนยุทธศาสตร์นี้อย่างเคร่งครัด ซึ่งอาจกล่าวได้ว่ารัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งยังคงถูกควบคุมทิศทางผ่านยุทธศาสตร์ที่กำหนดไว้ตั้งแต่ยุค คสช. ส่งผลให้การออกแบบนโยบายใหม่ที่ตอบโจทย์ปัญหาเฉพาะหน้าเป็นไปได้อย่างจำกัด
.
9 ปีผ่านไป แม้รัฐธรรมนูญ 2560 จะผ่านกระบวนการลงมติ แต่การที่ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้เกิดขึ้นในสภาวะไร้เสรีภาพย่อมทำให้ความชอบธรรมของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ถูกตั้งคำถามมาโดยตลอด และในที่สุดการฟื้นฟูประชาธิปไตยไทยให้สมบูรณ์อาจต้องเริ่มจากการตั้งคำถามกับรัฐธรรมนูญ 2560 อย่างตรงไปตรงมา และร่วมระดมสมองว่าเราจะร่วมกันออกแบบรัฐธรรมนูญใหม่ที่ตั้งอยู่บนหลักการมีส่วนร่วม เสรีภาพ และสิทธิมนุษยชนได้อย่างไร
.
ในโอกาสครบรอบ 9 ปีของการลงประชามติครั้งนี้ ผมขอเชิญชวนให้ทุกฝ่ายร่วมตระหนักถึงปัญหาที่ฝังรากลึกในรัฐธรรมนูญ 2560 ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อชีวิตความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนทุกคน พร้อมกันนี้ยังเป็นโอกาสดีที่จะเริ่มต้นกระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ แก้ไขหรือยกเลิกยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ควบคู่ไปกับการแก้ไขปัญหาปากท้องอย่างเร่งด่วน เพื่อร่วมกันติดกระดุมเม็ดแรกที่สำคัญที่สุดในการทวงคืนประชาธิปไตยเต็มใบอย่างแท้จริง

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น