เสนอขยายกรอบเวลาทำงาน กมธ.สอบประวัติองค์กรอิสระ ต้องรอบคอบ-ชอบธรรม







วันนี้ (1 กันยายน 2568) ผมร่วมอภิปรายในวาระตั้งคณะกรรมาธิการสามัญเพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบประวัติ ความประพฤติ และพฤติกรรมทางจริยธรรมของบุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งกรรมการการเลือกตั้ง โดยเสนอว่าขอให้คณะกรรมาธิการขยายเวลาพิจารณาไปอีก 30 วัน เนื่องจากเป็นประเด็นที่ได้รับการตั้งคำถามและจับตามองจากสังคมอย่างใกล้ชิด ผมมิได้คัดค้านกระบวนการที่เกิดขึ้น หากแต่เห็นว่าควรมีการพิจารณาให้รอบคอบและเหมาะสม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาที่สมาชิกวุฒิสภาหลายท่านกำลังอยู่ในกระบวนการตรวจสอบขององค์กรที่มีบทบาทสำคัญ เช่น คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ซึ่งเป็นองค์กรที่ทั้งตรวจสอบและมีคำวินิจฉัยในเรื่องสำคัญต่อประเทศชาติ
.
อีกทั้งในห้วงเวลานี้การจัดตั้งรัฐบาลเองก็ตกเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ สังคมย่อมคาดหวังให้วุฒิสภาดำเนินการด้วยความโปร่งใสและสร้างความเชื่อมั่น ดังนั้นเมื่อมีการเสนอจากวุฒิสภาให้ใช้กรอบเวลาดำเนินงาน 60 วันผมจึงเสนอให้กรรมาธิการพิจารณาขยายกรอบเวลาเพิ่มเติมตามข้อบังคับการประชุมที่ 105 วรรคสองซึ่งอนุญาตให้ขยายได้อีก 30 วัน ทั้งนี้ในอดีตเรามีการตั้งคณะกรรมาธิการสอบประวัติรวม 13 คณะ โดย 12 คณะใช้เวลาพิจารณาตั้งแต่ 1–3 เดือน และมีหลายคณะที่ขอขยายเวลาเพิ่มเติมเพื่อให้การทำงานเป็นไปอย่างรอบคอบ


.
ผมมีสองเหตุผลสำคัญสองประการที่สนับสนุนการขยายเวลา
.
ประการแรก คือ ความรอบคอบ การพิจารณาประเด็นสำคัญเช่นนี้ไม่ควรถูกเร่งรัดเกินไป เพราะการตัดสินใจของคณะกรรมาธิการจะส่งผลต่อความน่าเชื่อถือขององค์กรและต่อภาพลักษณ์ของวุฒิสภา หากมีข้อมูลที่เปิดเผยได้ควรให้สมาชิกศึกษาล่วงหน้า ไม่ใช่เร่งรัดให้ตัดสินใจภายในเวลาที่จำกัดเกินไป
.
ประการที่สอง คือ ความชอบธรรมและความเชื่อมั่นต่อสาธารณชน ผมยืนยันหลักการว่าสมาชิกวุฒิสภาทุกท่านยังเป็นผู้บริสุทธิ์ตราบเท่าที่ยังไม่มีคำวินิจฉัย แต่ในเมื่อบางท่านซึ่งกำลังถูกตรวจสอบยังมีส่วนในการแต่งตั้งหรือพิจารณาบุคคลที่จะมาตรวจสอบตนเองย่อมทำให้สังคมเกิดข้อเคลือบแคลงใจ การขยายเวลาเพื่อให้กระบวนการตรวจสอบดำเนินไปอย่างรอบด้านและโปร่งใสจึงเป็นสิ่งจำเป็นที่จะรักษาความศรัทธาของประชาชน
.
ผมเห็นว่าการขยายกรอบเวลามิได้ก่อให้เกิดความล่าช้าเกินควร เพราะตามพระราชบัญญัติที่เกี่ยวข้องกรรมการหน่วยงานต่าง ๆ ที่พ้นวาระยังคงสามารถปฏิบัติหน้าที่ไปพลางก่อน จึงไม่เกิดช่องว่างหรือผลกระทบต่อกระบวนการโดยรวม ตรงกันข้าม การดำเนินการอย่างรอบคอบจะเป็นผลดีทั้งต่อวุฒิสภาและต่อองค์กรอิสระที่ต้องผ่านการตรวจสอบจากสภานี้
.
อย่างไรก็ตามที่ประชุมวุฒิสภาได้ยืนยันว่าจะยังใช้กรอบเวลา 60 วันต่อไป และหากต้องการขยายกรอบเวลาการทำงานของคณะกรรมาธิการตรวจสอบประวัติฯ ผมจำเป็นต้องขอมติที่ประชุมในการงดเว้นข้อบังคับ 105 วรรค 2 ในโอกาสต่อไป

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

เอกสารงบประมาณ 2569 (ขาวคาดแดง)

แจกเอกสารประกอบการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ 69 : เศรษฐกิจ-สังคม-ความมั่นคง-ภัยพิบัติ-บริหาร

เก็บตกข้อเสนอภาควิชาการ เลือกตั้งเสรีและเป็นธรรม หน้าตาเป็นอย่างไร?