เสนอ สตง. ส่องกระจกทบทวนตนเอง ก่อนเดินหน้าตรวจสอบผู้อื่นต่อ



วันนี้ (25 สิงหาคม 2568) ผมร่วมอภิปรายรายงานผลการปฏิบัติงานของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 โดยได้ตั้งคำถาม ข้อสังเกต และวิพากษ์การดำเนินงานของหน่วยงานตรวจสอบการเงินแผ่นดิน
.
ตลอดช่วงปีที่ผ่านมา สตง. ได้ดำเนินงานตามทิศทางและเป้าหมายที่วางไว้ 7 ประการ โดยหนึ่งในประเด็นสำคัญคือการตรวจสอบให้เกิดความคุ้มค่า ผลสัมฤทธิ์ และประสิทธิภาพในการใช้จ่ายเงินแผ่นดิน อีกทั้งยังให้ความสำคัญกับการสร้างเครือข่ายความร่วมมือในการเสริมสร้างวินัยการเงินการคลังของรัฐเพื่อให้การใช้จ่ายเป็นไปตามกฎหมายและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน
.
อย่างไรก็ตามหลังเหตุการณ์ตึก สตง. ถล่มเมื่อวันที่ 28 มีนาคมที่ผ่านมา ได้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในสังคมและสื่อมวลชน หลายฝ่ายได้นำข้อมูลที่เคยเป็นข้อพิพาทกับ สตง. ออกมาเปิดเผย ซึ่งทำให้เกิดคำถามถึงการตรวจสอบที่ละเอียดมากจนเกินควร ตัวอย่างเช่น การตรวจอาหารในเรือนจำที่ถึงขั้นวัดขนาดเม็ดพริก การไล่อดีตครูดีเด่นที่ อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่ จากการเป็นกรรมการตรวจพัสดุอาหารกลางวันเพราะจัดให้นักเรียนมัธยมซึ่งเป็นกลุ่มนักเรียนกินนอนและยากจนได้รับอาหาร ทั้งที่โครงการเน้นระดับอนุบาลและประถม หรือกรณีอดีตนายก อบจ. ภูเก็ต ที่ถูกตรวจสอบการปรับปรุงห้องผู้ป่วยรวมในโรงพยาบาลแม้ไม่มีความเสียหายแก่รัฐ หรือการสั่งให้หยุดรถโดยสารฟรีของประชาชนที่ถือเป็นบริการสาธารณะเพราะมองว่าเป็นภาระขาดทุน
.
กรณีเหล่านี้สะท้อนคำถามสำคัญว่า การตรวจสอบที่ยิบย่อยเกินไปอาจไปกระทบกับความคิดสร้างสรรค์และความพยายามของเจ้าหน้าที่รัฐที่มีเจตนาช่วยเหลือประชาชนหรือไม่ และจะสร้างสมดุลระหว่างการตรวจสอบอย่างเคร่งครัดกับการส่งเสริมนโยบายที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนได้อย่างไร
.
ในรายงานยังได้ระบุการตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณในโครงการส่งเสริมการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยเฉพาะงานก่อสร้างที่พบปัญหาจำนวนมากถึง 72 สัญญา เช่น เสาเข็มตอกไม่ลึกตามผลสำรวจดิน ก่อผนังอิฐมอญโดยไม่มีเสาเอ็น การเทคอนกรีตไม่สม่ำเสมอ จนกระทบต่อความแข็งแรงและความปลอดภัยของอาคาร เหล่านี้เป็นการตรวจสอบเชิงลึกที่สะท้อนถึงบทบาทสำคัญของ สตง. ในการรักษามาตรฐานความปลอดภัยและความคุ้มค่าของการใช้จ่ายงบประมาณ
.
อย่างไรก็ตาม ผมได้ตั้งคำถามกลับไปยังกรณีตึก สตง. ที่เกิดปัญหาถล่มลงมาเสียเอง โดยชี้ว่าโครงการดังกล่าวซึ่งเริ่มตั้งแต่ปี 2563 และก่อสร้างเสร็จในปี 2567 ได้รับการตรวจสอบในระดับเดียวกับโครงการท้องถิ่นเหล่านั้นหรือไม่ เพราะล่าสุดผลการสืบสวนข้อเท็จจริงที่นายกรัฐมนตรีรายงานเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน ระบุชัดว่าปัญหาเกิดจากการออกแบบและก่อสร้างที่ไม่เป็นไปตามกฎหมาย
.
ในด้านภาพรวมการทำงาน สตง. ได้รับการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานภาครัฐ (ITA) สูงสุดเป็นอันดับ 1 ขององค์กรอิสระ โดยในปีงบประมาณ 2568 ได้คะแนนถึง 94.64 คะแนน อย่างไรก็ตาม สตง. เคยแสดงความเห็นต่อกระบวนการประเมินนี้ว่าเครื่องมือบางอย่างที่ ป.ป.ช. ใช้อาจยังไม่สะท้อนความโปร่งใสได้อย่างแท้จริง อีกทั้งยังมีข้อสังเกตว่า การเปิดให้ภาคเอกชนหรือบุคคลภายนอกเข้ามามีส่วนร่วมในการตรวจสอบ อาจทำให้ความเป็นอิสระลดลง
.
ท้ายที่สุดผมได้ฝากข้อเสนอไปยัง สตง. ว่า ในการพิจารณาประเด็นเหล่านี้ ควรยึดหลักเกณฑ์ความเป็นธรรมและธรรมาภิบาล ควบคู่กับการสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนเห็นว่าการตรวจสอบนั้นเป็นไปเพื่อประโยชน์ของส่วนรวมจริง ไม่ใช่เพียงเพื่อความเคร่งครัดโดยยึดเพียงตัวเลขเท่านั้น
.
ด้านนายมณเฑียร เจริญผล ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน ชี้แจงในประเด็นที่ผมอภิปรายว่า การตรวจสอบของ สตง. นั้นปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับของทางราชการหรือของท้องถิ่นเท่านั้น นอกจากนี้การตรวจสอบก็เป็นไปเพื่อรับรองงบการเงินของหน่วยงานต่าง ๆ กว่า 8,400 หน่วยงาน ส่วนภารกิจอีกด้านคือการตรวจสอบเรื่องผลสัมฤทธิ์และประสิทธิภาพการใช้จ่ายเงินของรัฐ พร้อมยืนยันว่า สตง. ไม่ได้เป็นคนออกกฎหมายแต่มีหน้าที่ไปตรวจว่าหน่วยงานต่าง ๆ ปฏิบัติตามกฎหมายหรือไม่
.
ส่วนเรื่องตึก สตง. ถล่มนั้น ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินชี้แจงว่าการดำเนินการภายหลังตึกถล่มนั้น ในวันรุ่งขึ้นรัฐบาลได้มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบ โดยในคณะผู้ตรวจสอบมีผู้ทรงคุณวุฒิที่เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรม ซึ่งประกอบด้วยตัวแทนจากมหาวิทยาลัยที่มีการเรียนการสอนด้านวิศวกรรม วิศวกรรมสถาน และสมาคมวิศวกรรมแห่งประเทศไทย รวมถึงตัวแทนผู้เชี่ยวชาญแผ่นดินไหวจากสถาบัน AIT และกรมโยธาธิการและผังเมือง
.
ดังนั้นผลการดำเนินการของคณะกรรมการชุดนี้เป็นอย่างไร สตง. ก็พร้อมจะยอมรับและดำเนินการต่อตามกฎหมายตามที่คณะกรรมการได้ออกรายงานมาทุกประการ ทั้งนี้การก่อสร้างตึก สตง. ได้จ้างเอกชนออกแบบ ควบคุมงาน จนถึงก่อสร้าง เพราะฉะนั้นจากผลการตรวจสอบที่ระบุว่าการออกแบบและการก่อสร้างไม่เป็นไปตามกฎหมาย ที่รัฐบาลได้แถลงออกมาแล้ว สตง. ก็ยอมรับผลนั้น ในส่วนของรัฐบาลหลังจากผลการตรวจสอบเสร็จ รัฐบาลได้ส่งผลการตรวจสอบไปยังพนักงานสอบสวนและ DSI ซึ่งต่อมาพนักงานสอบสวนก็ได้นำผลการสอบสวนส่งพนักงานอัยการฟ้องบริษัทเอกชนที่ดำเนินการออกแบบก่อสร้างและควบคุมงานทั้งหมด 23 ราย
.
สำหรับประเด็นเรื่อง ITA ที่เป็นการประเมินโดย ป.ป.ช. ซึ่งประเมินหน่วยงานที่เข้าร่วมทั้งหมด 8,317 แห่ง ผ่านเกณฑ์ 7,832 หน่วย ในการประเมินมีทั้งประเมินด้วยตนเองและประเมินจากบุคคลภายนอกที่เข้ามาประเมินโดยใช้เกณฑ์เดียวกัน เพราะฉะนั้นหน่วยงานทั้งหมด 8,317 หน่วย ที่เป็นหน่วยงานของรัฐทั้งหมดก็ร่วมประเมินกับ สตง.โดยใช้เกณฑ์เดียวกัน ซึ่ง สตง. ไม่ได้ใช้เกณฑ์เฉพาะในองค์กรศาลแต่ประการใด





ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

เอกสารงบประมาณ 2569 (ขาวคาดแดง)

แจกเอกสารประกอบการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ 69 : เศรษฐกิจ-สังคม-ความมั่นคง-ภัยพิบัติ-บริหาร

เก็บตกข้อเสนอภาควิชาการ เลือกตั้งเสรีและเป็นธรรม หน้าตาเป็นอย่างไร?