กมธ.การพัฒนาการเมืองฯ วุฒิสภาเผยผลรับฟังเสียงผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ก่อนลงพื้นที่จริงโครงการแลนด์บริดจ์



วันที่ 20 สิงหาคม 2568 เวลา 09.00 นาฬิกา ณ ห้องแถลงข่าว ชั้น 1 อาคารรัฐสภา (ฝั่ง สส.) คณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิ เสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค นำโดยนายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร ประธานคณะกรรมาธิการ แถลงข่าวเรื่อง “ผลการประชุมกรรมาธิการฯ เรื่องข้อร้องเรียนของประชาชน กรณีโครงการพัฒนาแลนด์บริดจ์” สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 13 สิงหาคมที่ผ่านมา ทาง กมธ. ได้รับหนังสือจากคณะทำงานสภาประชาชนภาคใต้ เพื่อขอให้ตรวจสอบการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นครั้งที่ 3 โครงการประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (EHIA) ท่าเรือแหลมริ่ว จังหวัดชุมพร และท่าเรือน้ำลึกอ่าวอ่าง จังหวัดระนองภายใต้โครงการแลนด์บริดจ์ ชุมพร – ระนอง
.
โดยเมื่อวานนี้ (19 สิงหาคม 2568) กมธ.ได้เชิญผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน เช่น สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) สภาประชาชนภาคใต้ สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ส่วนราชการของจังหวัดชุมพรจังหวัดระนอง และตัวแทนประชาชนที่อาศัยในพื้นที่ เพื่อเข้าชี้แจงและที่ประชุมมีความเห็นที่สอดคล้องกันดังนี้
.
1. โครงการดังกล่าวจำเป็นต้องทำการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ (SEA) ที่เข้มข้น ต้องครอบคลุมทั้งเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม สิ่งแวดล้อม ระบบนิเวศทางทะเล วิถีชีวิตดั้งเดิมของชุมชนประมงพื้นบ้านและชาวเล และต้องมีความโปร่งใส 2. ต้องระบุผู้มีส่วนได้ส่วนเสียให้ครบถ้วน ครอบคลุมทั้งผู้ได้รับผลกระทบโดยตรงและโดยอ้อม และยกระดับกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชนการรับฟังความคิดเห็นอย่างเป็นระบบ โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง กลุ่มชาติพันธุ์ แรงงานประมง ผู้ประกอบการท่องเที่ยว 3. ต้องพิจารณาความคุ้มค่าเชิงเศรษฐกิจควบคู่ต้นทุนทางสังคม-สิ่งแวดล้อมว่ามีความคุ้มค่าหรือไม่ 4. หากมีโครงการฯ ควรมีกลไกกองทุนหลักประกันความเสียหาย กองทุนพัฒนาคุณภาพชีวิต และคณะกรรมการเยียวยาที่ประชาชนมีส่วนร่วมอย่างเป็นธรรม 5. นำบทเรียนโครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) มาปรับใช้เพื่อหลีกเลี่ยงข้อผิดพลาด
.
อย่างไรก็ตามที่ประชุมยังมีความเห็นที่สำคัญแต่ยังมีข้อแย้งกันในการพิจารณาหลายเรื่อง อาทิ กระบวนการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ที่ภาคประชาชนมองว่าไม่ทั่วถึงและขาดการมีส่วนร่วมอย่างเพียงพอ ความคุ้มค่าของโครงการ ผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมและวิถีชีวิต มีความกังวลว่าโครงการนี้จะเป็นการนำโรงงานอุตสาหกรรมที่ก่อมลพิษมาสู่พื้นที่ป่าต้นน้ำ และอาจจะกลายเป็น "พื้นที่ทิ้งขยะโลก" ประเด็นกฎหมาย SEC ที่ลอกเลียนมาจากกฎหมาย EEC ในยุค คสช. ซึ่งไม่เหมาะกับภาคใต้และอาจละเมิดสิทธิชุมชน เอื้อประโยชน์ให้ผู้ลงทุนต่างชาติมากเกินไป
.
ทั้งนี้กรรมาธิการเห็นว่าปัญหาของโครงการแลนด์บริดจ์มีโจทย์สำคัญคือฐานความคิดที่แตกต่างกันของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและประชาชน ดังนั้นจึงจำเป็นต้องหาวิธีการที่สร้างผลประโยชน์ร่วมที่ได้รับการยอมรับจากทุกฝ่าย โดยคำนึงถึงมิติทางเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม คุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ได้อย่างไร ซึ่ง กมธ. เน้นย้ำว่าควรเปิดให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมกำหนดทิศทางนโยบายเหล่านี้ และต้องเป็นการมีส่วนร่วมที่มีความหมาย ไม่ใช่การมัดมือชกให้ประชาชนเห็นด้วยแล้วค่อยถามถึงการเยียวยา
.
หลังจากนี้ทางคณะกรรมาธิการฯ จะจัดเวทีเสวนาปัญหาการมีส่วนร่วมของประชาชนในโครงการขนาดใหญ่ของรัฐในวันที่ 5 กันยายน 2568 ณ สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส โดยโครงการแลนด์บริดจ์จะเป็นหนึ่งโครงการที่นำมาเสวนาในครั้งนี้ และในวันที่ 12-14 กันยายนทาง กมธ.จะลงพื้นที่เพื่อรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในพื้นที่ของจังหวัดชุมพรและจังหวัดระนองเกี่ยวกับโครงการแลนด์บริดจ์ ชุมพร-ระนอง อีกด้วย


ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

เอกสารงบประมาณ 2569 (ขาวคาดแดง)

แจกเอกสารประกอบการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ 69 : เศรษฐกิจ-สังคม-ความมั่นคง-ภัยพิบัติ-บริหาร

เก็บตกข้อเสนอภาควิชาการ เลือกตั้งเสรีและเป็นธรรม หน้าตาเป็นอย่างไร?