กมธ.การพัฒนาการเมืองฯ สว. แสดงจุดยืนป้อง 'หมอสุภัทร' คัดค้านสอบสวนไม่เป็นธรรม



วันที่ 20 สิงหาคม 2568 เวลา 15.30 น. คณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิ เสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา นำโดยนายวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี ประธานที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการ แถลงท่าทีต่อการสอบวินัย นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ประธานชมรมแพทย์ชนบท กรณีจัดซื้อชุดตรวจ ATK ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19
.
นายวีระศักดิ์กล่าวว่า นพ.สุภัทรเป็นผู้ริเริ่มโครงการตรวจหาเชื้อด้วย ATK ขึ้นมาเป็นคนแรก ซึ่งปรากฎผลงานผ่านการระดมกำลังตรวจหาเชื้อโควิด-19 ตั้งแต่ปี 64 ซึ่งการตรวจหาเชื้อในขณะนั้นมีขีดจำกัด และรัฐบาลก็มีขีดจำกัดในการดำเนินการ ดังนั้นการดำเนินการของนพ.สุภัทร ถือว่าเป็นคุณูปการอย่างยิ่งทำให้คนไทยตื่นตัวมากขึ้น โดยเฉพาะผู้ติดเชื้อได้รับการรักษาจนทำให้ปัญหาเบาบางลง
.
นอกจากนี้ในขณะนั้นประชาชนชื่นชอบโครงการนี้มาก ซึ่งตนก็เป็นผู้ประสบเหตุคนหนึ่งเพราะขณะนั้นเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร รู้ว่าใช้จ่ายเงินน้อยมากเพราะติดระเบียบของราชการ ส่วนใหญ่จะเป็นเงินบริษัทที่บริจาคเข้ามา เราจึงเอาเหตุเป็นตัวตั้ง ซึ่งเราไม่รู้ว่าสิ่งที่ นพ.สุภัทรจัดซื้อ ATK มีจำนวนเท่าใด ผิดระเบียบอย่างไร แต่ตนสามารถยืนยันได้ว่าหมอที่อยู่ในคณะตรวจของ นพ.สุภัทร เสียสละอดทนและดำเนินการอย่างมีมนุษยธรรม
.
ดังนั้นหากเป็นดังข่าวว่าจะถูกให้ออกจากราชการจริง ตนและกรรมาธิการมีความเสียใจอย่างมาก เพราะ นพ.สุภัทรได้เสียสละตนเองจนได้มาตรวจหาเชื้อ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการต่อสู้กับโควิดได้เป็นอย่างดี ขอถามว่า ณ ขณะนั้นระหว่างระเบียบกับความตายเรื่องใดสำคัญกว่า คำตอบคือความตายต้องสำคัญกว่า ส่วนระเบียบเอาไว้ทีหลัง และเหตุการณ์นี้ผ่านมา 4-5 ปีแล้ว เรื่องนี้ยังถูกฟื้นฝอยหาตะเข็บว่าการจัดซื้อจัดจ้างไม่โปร่งใส นี่คือผลตอบแทนของคนที่ทำเพื่อส่วนรวม ตนไม่ทราบว่าสิ่งที่ นพ.สุภัทร ดำเนินการมีอะไรบ้าง แต่โครงการหมอชนบทบุกกรุงนั้นได้ประโยชน์อย่างยิ่ง
.
ด้านนายเทวฤทธิ์ มณีฉาย โฆษกกรรมาธิการ ระบุว่ากรมบัญชีกลางเคยมีหนังสือยกเว้นการกำหนดวงเงินการจัดซื้อพัสดุกรณีการจัดซื้อยาและเวชภัณฑ์สำหรับการป้องกันการแพร่ระบาดเมื่อปี 2563 ซึ่งถือเป็นหลักฐานที่สะท้อนเรื่องการปลดล็อก คณะกรรมการสอบวินัยจึงต้องพิจารณาเจตนาและห้วงเวลาด้วย
.
ขณะที่นายประภาส ปิ่นตบแต่ง รองประธานกรรมาธิการ กล่าวว่าคณะกรรมการสอบวินัยไม่ควรนำประเด็นระเบียบเล็กน้อยมาเทียบกับสถานการณ์โควิด-19 ที่เป็นวิกฤตของประเทศ
.
ด้านนางกัลยา ใหญ่ประสาน กรรมาธิการ กล่าวว่าตนไม่อยากเห็นผู้มีอำนาจรังแกข้าราชการที่ทำงานเพื่อประชาชนมาโดยตลอด การตัดสินไม่ควรนำระเบียบหรือหลักการมากลั่นแกล้งกัน การตัดสินเช่นนี้ส่งผลสะเทือนถึงผู้ที่ต้องเดือดร้อนขาดแคลนและไม่สามารถเข้าถึงบริการของรัฐได้


ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

เอกสารงบประมาณ 2569 (ขาวคาดแดง)

แจกเอกสารประกอบการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ 69 : เศรษฐกิจ-สังคม-ความมั่นคง-ภัยพิบัติ-บริหาร

เก็บตกข้อเสนอภาควิชาการ เลือกตั้งเสรีและเป็นธรรม หน้าตาเป็นอย่างไร?