ชวนจับตาและออกไปเลือกตั้งเทศบาล สะพานสู่อนาคตเมืองในฐานะฐานรากระบอบประชาธิปไตย
ในทางหลักการ “การกระจายอำนาจ” (Decentralizaiton) หมายถึงการที่รัฐส่วนกลางมอบอำนาจ หน้าที่ และทรัพยากรให้แก่รัฐบาลท้องถิ่น เพื่อให้การบริหารจัดการบริการสาธารณะเป็นไปโดยท้องถิ่นนั้นเอง โดยมีความยืดหยุ่นและเข้าใจความต้องการที่แตกต่างกันของแต่ละชุมชน
.
อีกมุมหนึ่งการกระจายอำนาจคือการยอมรับสิทธิในการปกครองตนเองของชุมชนและภูมิภาคภายใต้อธิปไตยของชาติหนึ่ง ๆ ร่วมกัน ภายใต้ความเคารพในเจตจำนงของประชาชนที่ไม่ใช่แค่ผู้รับบริการจากรัฐ แต่เป็นเจ้าของพื้นที่ เจ้าของเมือง และเจ้าของชะตากรรมของตนเอง ในที่นี้แก่นของการกระจายอำนาจจึงไม่ใช่เรื่องระบบราชการ ไม่ใช่แค่การแบ่งภาระของรัฐส่วนกลาง แต่คือการยอมรับอย่างถ่อมตนว่า รัฐไม่สามารถรู้ดีกว่าประชาชนได้ในทุกเรื่อง โดยเฉพาะเรื่องที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวันของพวกเขา
.
แต่ในความเป็นจริงแล้วประชาชนจะใช้อำนาจผ่านองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งเป็นสถาบันที่อยู่ใกล้ประชาชนที่สุด รู้จักชุมชนที่สุด และมีศักยภาพสูงที่สุดในฐานะสะพานเชื่อมร้อยประชาชนเข้ากับการปกครอง ทำให้ "การเมือง" สัมผัสชีวิตของคนธรรมดา ไม่ว่าจะเป็นเทศบาล องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) และองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) รวมถึงการปกครองท้องถิ่นรูปแบบพิเศษอย่างกรุงเทพมหานครและเมืองพัทยา
.
"เทศบาล" ถือเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ทำงานใกล้ชิดประชาชนยิ่งกว่า อบจ. ด้วยขอบเขตพื้นที่ที่เล็กกว่า เทศบาลจึงสามารถจัดการและดูแลชุมชนได้อย่างทั่วถึงและตรงจุด เช่น ซ่อมถนน จัดการขยะ หรือพัฒนาโรงเรียนท้องถิ่น
.
ข้อมูลจากกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (ณ วันที่ 28 มีนาคม 2568) ประเทศไทยมีเทศบาลทั้งหมด 2,472 แห่ง แบ่งเป็น เทศบาลตำบล 2,247 แห่ง เทศบาลเมือง 195 แห่ง และเทศบาลนคร 30 แห่ง
.
การเลือกตั้งเทศบาลที่จะมาถึงในวันที่ 11 พฤษภาคม 2568 จะครอบคลุมเทศบาลส่วนใหญ่ทั่วประเทศ เนื่องจากวาระการดำรงตำแหน่ง 4 ปีของนายกเทศมนตรีและสมาชิกสภาเทศบาลที่มาจากการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2564 ได้สิ้นสุดลงในวันที่ 27 มีนาคม 2568
.
แม้ปัจจุบันองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจำนวนมากยังอยู่ในสภาพ "มีตำแหน่งแต่ไม่มีอำนาจ" เพราะถูกจำกัดจากกฎหมาย คำสั่ง และการควบคุมจากรัฐส่วนกลาง ไม่สามารถบริหารงบประมาณเองได้เต็มที่หรือริเริ่มนโยบายที่สอดคล้องกับพื้นที่ได้จริง มีภาพลักษณ์ที่ยึดโยงกับ "บ้านใหญ่" หรือตระกูลการเมือง แต่การเลือกตั้งท้องถิ่นทุกสนามก็ถือเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะเชื่อมร้อยประชาชนในพื้นที่เข้ากับการปกครอง เป็นการเสริมพลังของการเมืองท้องถิ่นและประชาธิปไตยฐานราก
.
รัฐส่วนกลางควรถ่ายโอนภารกิจที่สำคัญ เช่น การศึกษา สาธารณสุข และสิ่งแวดล้อม ให้ท้องถิ่นมีอำนาจบริหารจัดการจริง พร้อมเปิดช่องให้ท้องถิ่นสามารถออกข้อบัญญัติเพื่อจัดการปัญหาเฉพาะพื้นที่ได้ ตลอดจนให้ท้องถิ่นมีสิทธิจัดเก็บรายได้เองในระดับที่เพียงพอต่อภารกิจ ที่สำคัญการการตรวจสอบการใช้งบประมาณและการบริหารงานควรเป็นของประชาชนในพื้นที่
.
ท้ายที่สุดหัวใจของการพัฒนาการปกครองท้องถิ่นไม่ใช่การ "รอรับ" จากส่วนกลาง แต่คือการสร้างความเข้าใจว่า "ท้องถิ่นคือเจ้าของพื้นที่" และ "ประชาชนคือผู้ร่วมกำหนดอนาคตของตนเอง"
.
ทั้งนี้การเลือกตั้ง อบจ. ที่ผ่านมาเมื่อวันเสาร์ที่ 1 กุมภาพันธ์ 2568 มีผู้มาใช้สิทธิยังไม่มากเท่าที่ควร ผมจึงขอชวนจับตาว่าในการเลือกตั้งเทศบาลวันที่ 11 พฤษภาคมนี้จะมีผู้มาใช้สิทธิมากน้อยกว่ากันเพียงใด หลังจากที่เปลี่ยนวันเลือกตั้งจาก “วันเสาร์” กลับเป็น “วันอาทิตย์” ซึ่งเป็นวันที่ประชาชนสะดวกในการออกมาใช้สิทธิมากที่สุด จับตาความผิดปกติทั้งก่อน ระหว่างและหลังเลือกตั้ง หากพบเห็นแจ้ง กกต.หรือภาคประชาสังคม อย่าง We Watch ติด #จับตาเทศบาล68 และผมขอให้ กกต. ดำเนินการเลือกตั้งอย่างโปร่งใส บริสุทธิ์ ยุติธรรมไม่ให้เป็นดังเช่นการเลือกตั้ง อบจ. ที่ผ่านมาที่สังคมเต็มไปด้วยข้อกังขา
.
ผมขอเชิญชวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งทุกท่านร่วมกำหนดอนาคตเมืองของตนเองและพื้นที่ ร่วมไปใช้สิทธิเลือกตั้งเทศบาลในวันที่ 11 พฤษภาคม 2568 ตั้งแต่เวลา 08.00-17.00 น. ตามภูมิลำเนาของท่าน
.
หากไม่สามารถไปใช้สิทธิได้ สามารถแจ้งล่วงหน้า 7 วัน และหลังเลือกตั้ง 7 วันได้ที่ https://boraservices.bora.dopa.go.th/election/abscauselocal/
.
อ้างอิง
.
https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=การกระจายอำนาจ
.
https://www.thaipbs.or.th/news/content/351729
.
ข้อแนะนำการจับตาการเลือกตั้ง โดย We Watch https://www.facebook.com/share/1C7xBDe6WL/
.
อีกมุมหนึ่งการกระจายอำนาจคือการยอมรับสิทธิในการปกครองตนเองของชุมชนและภูมิภาคภายใต้อธิปไตยของชาติหนึ่ง ๆ ร่วมกัน ภายใต้ความเคารพในเจตจำนงของประชาชนที่ไม่ใช่แค่ผู้รับบริการจากรัฐ แต่เป็นเจ้าของพื้นที่ เจ้าของเมือง และเจ้าของชะตากรรมของตนเอง ในที่นี้แก่นของการกระจายอำนาจจึงไม่ใช่เรื่องระบบราชการ ไม่ใช่แค่การแบ่งภาระของรัฐส่วนกลาง แต่คือการยอมรับอย่างถ่อมตนว่า รัฐไม่สามารถรู้ดีกว่าประชาชนได้ในทุกเรื่อง โดยเฉพาะเรื่องที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวันของพวกเขา
.
แต่ในความเป็นจริงแล้วประชาชนจะใช้อำนาจผ่านองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งเป็นสถาบันที่อยู่ใกล้ประชาชนที่สุด รู้จักชุมชนที่สุด และมีศักยภาพสูงที่สุดในฐานะสะพานเชื่อมร้อยประชาชนเข้ากับการปกครอง ทำให้ "การเมือง" สัมผัสชีวิตของคนธรรมดา ไม่ว่าจะเป็นเทศบาล องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) และองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) รวมถึงการปกครองท้องถิ่นรูปแบบพิเศษอย่างกรุงเทพมหานครและเมืองพัทยา
.
"เทศบาล" ถือเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ทำงานใกล้ชิดประชาชนยิ่งกว่า อบจ. ด้วยขอบเขตพื้นที่ที่เล็กกว่า เทศบาลจึงสามารถจัดการและดูแลชุมชนได้อย่างทั่วถึงและตรงจุด เช่น ซ่อมถนน จัดการขยะ หรือพัฒนาโรงเรียนท้องถิ่น
.
ข้อมูลจากกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (ณ วันที่ 28 มีนาคม 2568) ประเทศไทยมีเทศบาลทั้งหมด 2,472 แห่ง แบ่งเป็น เทศบาลตำบล 2,247 แห่ง เทศบาลเมือง 195 แห่ง และเทศบาลนคร 30 แห่ง
.
การเลือกตั้งเทศบาลที่จะมาถึงในวันที่ 11 พฤษภาคม 2568 จะครอบคลุมเทศบาลส่วนใหญ่ทั่วประเทศ เนื่องจากวาระการดำรงตำแหน่ง 4 ปีของนายกเทศมนตรีและสมาชิกสภาเทศบาลที่มาจากการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2564 ได้สิ้นสุดลงในวันที่ 27 มีนาคม 2568
.
แม้ปัจจุบันองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจำนวนมากยังอยู่ในสภาพ "มีตำแหน่งแต่ไม่มีอำนาจ" เพราะถูกจำกัดจากกฎหมาย คำสั่ง และการควบคุมจากรัฐส่วนกลาง ไม่สามารถบริหารงบประมาณเองได้เต็มที่หรือริเริ่มนโยบายที่สอดคล้องกับพื้นที่ได้จริง มีภาพลักษณ์ที่ยึดโยงกับ "บ้านใหญ่" หรือตระกูลการเมือง แต่การเลือกตั้งท้องถิ่นทุกสนามก็ถือเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะเชื่อมร้อยประชาชนในพื้นที่เข้ากับการปกครอง เป็นการเสริมพลังของการเมืองท้องถิ่นและประชาธิปไตยฐานราก
.
รัฐส่วนกลางควรถ่ายโอนภารกิจที่สำคัญ เช่น การศึกษา สาธารณสุข และสิ่งแวดล้อม ให้ท้องถิ่นมีอำนาจบริหารจัดการจริง พร้อมเปิดช่องให้ท้องถิ่นสามารถออกข้อบัญญัติเพื่อจัดการปัญหาเฉพาะพื้นที่ได้ ตลอดจนให้ท้องถิ่นมีสิทธิจัดเก็บรายได้เองในระดับที่เพียงพอต่อภารกิจ ที่สำคัญการการตรวจสอบการใช้งบประมาณและการบริหารงานควรเป็นของประชาชนในพื้นที่
.
ท้ายที่สุดหัวใจของการพัฒนาการปกครองท้องถิ่นไม่ใช่การ "รอรับ" จากส่วนกลาง แต่คือการสร้างความเข้าใจว่า "ท้องถิ่นคือเจ้าของพื้นที่" และ "ประชาชนคือผู้ร่วมกำหนดอนาคตของตนเอง"
.
ทั้งนี้การเลือกตั้ง อบจ. ที่ผ่านมาเมื่อวันเสาร์ที่ 1 กุมภาพันธ์ 2568 มีผู้มาใช้สิทธิยังไม่มากเท่าที่ควร ผมจึงขอชวนจับตาว่าในการเลือกตั้งเทศบาลวันที่ 11 พฤษภาคมนี้จะมีผู้มาใช้สิทธิมากน้อยกว่ากันเพียงใด หลังจากที่เปลี่ยนวันเลือกตั้งจาก “วันเสาร์” กลับเป็น “วันอาทิตย์” ซึ่งเป็นวันที่ประชาชนสะดวกในการออกมาใช้สิทธิมากที่สุด จับตาความผิดปกติทั้งก่อน ระหว่างและหลังเลือกตั้ง หากพบเห็นแจ้ง กกต.หรือภาคประชาสังคม อย่าง We Watch ติด #จับตาเทศบาล68 และผมขอให้ กกต. ดำเนินการเลือกตั้งอย่างโปร่งใส บริสุทธิ์ ยุติธรรมไม่ให้เป็นดังเช่นการเลือกตั้ง อบจ. ที่ผ่านมาที่สังคมเต็มไปด้วยข้อกังขา
.
ผมขอเชิญชวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งทุกท่านร่วมกำหนดอนาคตเมืองของตนเองและพื้นที่ ร่วมไปใช้สิทธิเลือกตั้งเทศบาลในวันที่ 11 พฤษภาคม 2568 ตั้งแต่เวลา 08.00-17.00 น. ตามภูมิลำเนาของท่าน
.
หากไม่สามารถไปใช้สิทธิได้ สามารถแจ้งล่วงหน้า 7 วัน และหลังเลือกตั้ง 7 วันได้ที่ https://boraservices.bora.dopa.go.th/election/abscauselocal/
.
อ้างอิง
.
https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=การกระจายอำนาจ
.
https://www.thaipbs.or.th/news/content/351729
.
ข้อแนะนำการจับตาการเลือกตั้ง โดย We Watch https://www.facebook.com/share/1C7xBDe6WL/

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น