11 รัฐประหาร คสช. มรดกเผด็จการ-นิติสงคราม-ผลกระทบ และกุญแจ 3 ดอก ฟื้นประชาธิปไตย




"คณะรักษาความสงบแห่งชาติ ซึ่งประกอบด้วย กองทัพบก กองบัญชาการกองทัพไทย กองทพเรือ กองทัพอากาศ และสำนักงานตำรวจแหงชาติ จึงมีความจำเป็นต้องเข้าควบคุมอำนาจในการปกครองประเทศ ตั้งแต่วันที่ 22 เดือนพฤษภาคม พุทธศักราช 2557 เวลา 1630 เป็นต้นไป"
.
สิ้นเสียงประกาศฉบับแรกของ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ในการรัฐประหารรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งของนายกรัฐมนตรีรักษาการ นิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล การรัฐประหารครั้งนี้นอกจะเป็นอีกครั้งที่ประชาธิปไตยถูกทำลาย แต่การทำลายครั้งนี้ยังลึกลงไปในระดับโครงสร้าง ทิ้ง "มรดกบาป" เอาไว้มากมายมหาศาล และ "ผลกระทบ" กับประชาชนอีกจำนวนมาก
.

[ผลกระทบในใจประชาชนที่เรียกร้องสิทธิเสรีภาพ]

.
การถูกดำเนินคดี ถูกคุกคาม และจับกุมคุมขังในยุค คสช. ได้ส่งผลกระทบมากมายให้ประชาชนหลายราย และนี่คือเสียงของประชาชนเหล่านั้น
.
"2 คดีความ 1 หมายเรียกปรับทัศนคติ ติดคุก 1 ครั้ง และชีวิตอันรุงรังเกือบ 10 ปี เพียงเพราะออกไปต่อต้านการรัฐประหาร" ประชาชนรายหนึ่งที่ได้รับผลกระทบจากการรัฐประหารบอกเล่า
.
"รอยแผลมีแต่ไม่รู้สึกว่าเป็น มองบวกว่าเป็นประสบการณ์ว่าครั้งหนึ่งเคยได้ต่อสู้และยืนหยัดเชื่อมั่นในกติกาประชาธิปไตย และระบบรัฐสภาที่ได้อำนาจมาจากประชาชน และอย่างน้อยก็ตอบตัวเองได้ว่า ตลอดชีวิตนี้ไม่เคยสนับสนุนการรัฐประหาร ไม่ว่าจะรัฐประหารรัฐบาลที่เราชอบหรือไม่ก็ตาม" เขากล่าวทิ้งท้าย
.
ประชาชนอีกรายที่ได้รับผลกระทบและถูกดำเนินคดีเล่าว่า "ก่อนหน้าการรัฐประหาร เรายังคงเคลื่อนไหวร่วมกับพี่น้องในหลาย ๆ ประเด็น ทั้งสิ่งแวดล้อม ที่ดิน แรงงาน ชาติพันธุ์ พอเกิดรัฐประหารปุ๊บ สิ่งที่เราค่อย ๆ เดินกันมามันถอยหลังกลับไปหมดเลย จากเคยมีหวังมันก็รู้สึกหมดความหวังไปทันที ในเรื่องอิสรภาพแม้จะถูกคุมขังเพียงระยะเวลาสั้น ๆ แต่รู้สึกว่าสิ่งที่เราทำไม่ใช่ความผิด มันโกรธแค้นเพราะเราโดนกลั่นแกล้ง"
.
เขายังเล่าว่าการรัฐประหารครั้งนี้ทำให้เกิดปัญหากับครอบครัวและเพื่อนที่คิดต่างกัน ช่วงเวลานั้นเกิดปัญหาทะเลาะกันตลอด นอกจากนี้ยังเสียเวลาเพราะคดีเกิดขึ้นมากมาย สิ่งที่ คสช. ทำก็เพื่อให้คนเกิดความกลัว และเสียเวลาไปกับการขึ้นศาลบ่อย ๆ
.
"หากย้อนเวลากลับไปได้ก็จะยังคงทำแบบเดิม และอยากจะทุ่มเทมากกว่าเดิมด้วยซ้ำ
มันมีความเสียใจอยู่บ้างที่รู้สึกว่าเราทำมันไม่สำเร็จ เปลี่ยนแปลงมันไม่ได้ แต่สิ่งที่เราได้รับจากการที่เราสู้ในครั้งนั้นคือประสบการณ์ และเราสามารถเปลี่ยนความคิดของคนบางส่วนได้ อย่างน้อยก็เพื่อนที่เคยด่าเราวันนั้นก็กลับมายืนฝั่งเรา ครอบครัวที่เคยไม่เข้าใจก็มีมุมมองต่อการรัฐประหารที่เปลี่ยนไปพอสมควร ก็รู้สึกว่าผลพวงจากการรัฐประหารในครั้งนั้น แง่ดีอย่างหนึ่งคือคนพร้อมลุกขึ้นสู้มากขึ้น คนต่อต้านการรัฐประหารมากขึ้น คนมีมุมมองต่อโครงสร้างการเมืองที่ชัดขึ้น" เขาทิ้งท้าย
.
ผู้ได้รับผลกระทบอีกรายหนึ่งถ่ายทอดประสบการณ์ว่าแผลที่ยังอยู่ในใจจนถึงวันนี้คือ "การกระทำของเราเป็นส่วนหนึ่งของการสนับสนุนที่ทำให้เกิดรัฐประหาร แม้เราจะไม่เคยเห็นด้วยก็ตาม"
.
เขาบอกด้วยว่า "เพื่อนเลิกคบ" ช่วงหลังรัฐประหารใหม่ ๆ เพื่อนที่ต่อต้านรัฐประหารหลายคนเลิกคบกับเขา และหลังจากที่เขาออกมาต้านรัฐประหารเพื่อนที่สนับสนุนรัฐประหารก็เลิกคบกับเขาอีก พร้อมกล่าวหาว่าเขาทรยศ
.
"เราถูกรังแกจากคนที่สนับสนุน คสช. ในที่สถานที่ทำงาน ถูกบีบให้ลาออกจากที่ทำงาน ถูกตัดความช่วยเหลือทุกอย่างเพียงเพราะเราออกมาแสดงจุดยืนต่อต่านรัฐประหาร ขณะที่คดีความในช่วงรัฐประหารและรัฐบาลประยุทธ์ก็รวมแล้วเยอะพอสมควร" เขากล่าวเสริม
.

[ 'นิติสงคราม' ที่รัฐทำกับประชาชน ]

.
จากปากคำของประชาชนที่ได้รับผลกระทบข้างต้น จะเห็นได้ว่า "การตั้งข้อหา" เป็นเครื่องมือที่โดดเด่นเมื่อยังมีประชาชนแสดงออกโดยสันติท้าทายอำนาจของ คสช. ตามข้อมูลของ iLaw ได้แบ่งรัฐบาล คสช. ออกเป็น 2 ช่วง คือ คสช. 1 (2557-2561) และ คสช. 2 (2562-2565) ซึ่งพบว่า ยุค คสช. 1 มีการออกทั้งประกาศ คสช. ฉบับที่ 7/2557 และคำสั่งหัวหน้า คสช. ฉบับที่ 3/2558 เอาผิดกับการ “ชุมนุมตั้งแต่ห้าคนขึ้นไป” ซึ่งเป็นข้อห้ามค่อนข้างเด็ดขาดที่ไม่อยากให้มีการแสดงออกทางการเมืองเลย ผู้ที่ทำกิจกรรมทางการเมืองตรงข้ามกับ คสช. ยุคแรกถูกดำเนินคดีอย่างน้อย 421 คน ใน 52 คดี ต่อมาเมื่อใกล้ช่วงเลือกตั้ง หัวหน้า คสช. ก็ยกเลิกข้อห้ามชุมนุมทางการเมือง ทำให้บรรยากาศควรจะกลับมาเป็นปกติ
.
เมื่อมีสถานการณ์โควิด พล.อ. ประยุทธ์ ก็ประกาศใช้ พรก. ฉุกเฉินฯ และออกข้อกำหนดอย่างน้อย 14 ฉบับ สั่งห้ามการชุมนุม มีทั้งที่กำหนดจำนวนคนไม่เกินห้าคนหรือมากกว่า และใช้ต่อเนื่องยาวนานกว่าสองปี ท่ามกลางการชุมนุมต่อต้านรัฐบาลกว่า 2,300 ครั้ง ทำให้มีผู้ถูกดำเนินคดีฐานฝ่าฝืน พรก. ฉุกเฉินฯ อย่างน้อย 1,451 คน จาก 630 คดี
.
ขณะที่ พรบ. ชุมนุมสาธารณะฯ ข้อมูลจากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนพบว่าในยุคของ คสช. 1 มีผู้ถูกดำเนินคดีอย่างน้อย 245 คน เมื่อเข้าสู่ยุค คสช. 2 กฎหมายนี้กลายเป็นเครื่องมือหลักในช่วงแรก และเมื่อใช้ พรก. ฉุกเฉินฯ ก็ยกเว้นไม่ให้ใช้ พรบ. การชุมนุมสาธารณะ แม้ระยะเวลาการบังคับใช้จะนับรวมได้ไม่ถึงสองปีเต็ม แต่ก็มีผู้ถูกดำเนินคดีอย่างน้อย 131 คน จาก 93 คดี
.
ด้านข้อหา "ยุยงปลุกปั่น" ตามกฎหมายอาญามาตรา 116 ก็ถูกใช้อย่างหนักในช่วงปี 2557-2558 หลังการรัฐประหาร ข้อมูลจาก iLaw ระบุว่าตลอดเวลาของ คสช. 1 มีคนถูกดำเนินคดีอย่างน้อย 118 คน จาก 42 คดี รวมทั้ง 2 ยุค มีผู้ถูกดำเนินคดีอย่างน้อย 128 คน จาก 42 คดี
.
ในขณะที่คดีที่เกิดจากการรณรงค์ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญและการเปิดศูนย์ปราบโกงประชามติร่างรัฐธรรมนูญเมื่อปี 2559 (พรบ. ประชามติ) มีผู้ถูกดำเนินคดีรวมกว่า 212 คนในข้อหาข้อหาฝ่าฝืนประกาศ/คำสั่ง คสช. ที่ห้ามชุมนุมทางการเมือง
.
อีกคดีที่สำคัญคือคดีอาญามาตรา 112 ตลอดเวลาของ คสช. 1 มีผู้ถูกดำเนินคดีอย่างน้อย 98 คน จาก 72 คดี ซึ่งเคยคาดหมายว่าเป็นยุคสมัยที่มาตรา 112 ถูกนำมาใช้อย่างกว้างขวางที่สุดแล้ว แต่ในยุคของ คสช. 2 เมื่อข้อเรียกร้องปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์ดังขึ้น มาตรา 112 กลับมาอีกครั้งชนิดที่รุนแรงกว่าเดิม ตีความกว้างขวางกว่าเดิม พบปรากฏการณ์ไม่ปกติในกระบวนการยุติธรรมมากกว่าเดิม มีคนถูกดำเนินคดีนับถึงวันครบรอบ 8 ปี คสช. อย่างน้อย 194 คน จาก 209 คดี
.

[ รัฐธรรมนูญ 2560 ]

.
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 ซึ่งถือกำเนิดขึ้นภายใต้เงาของอำนาจรัฐประหาร คสช. ได้รับการประกาศใช้ด้วยคำมั่นว่าจะสร้าง "ความปรองดอง" และ "ความมั่นคงของรัฐ" ที่สำคัญมันถูกบังคับใช้ภายใต้วาทกรรม "รัฐธรรมนูญฉบับปราบโกง" ทว่าหลังผ่านมากว่าครึ่งทศวรรษ สิ่งที่ปรากฏกลับสะท้อนภาพของรัฐธรรมนูญที่วางโครงสร้างอำนาจแบบรวมศูนย์ สิทธิกลายเป็นหน้าที่ของรัฐ สวัสดิการประชาชนลดลง มีการแทรก "ข้อจำกัด" และ "บทเงื่อนไข" ไว้ในแทบทุกมาตรา ไม่เอื้ออำนวยต่อการเติบโตของประชาธิปไตย และปิดกั้นเสรีภาพของประชาชนอย่างเป็นระบบ ยังไม่นับที่มาอันไม่ชอบธรรมที่มาจากคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญที่แต่งตั้งจากคณะรัฐประหาร และการทำประชามติที่ไม่เสรีและเป็นธรรม
.
ที่สำคัญรัฐธรรมนูญนี้ยังทำให้สถานการณ์ทางการเมืองไม่เป็นไปตามระบอบประชาธิปไตย ด้วยการให้อำนาจ สว. (ที่แต่งตั้งโดย คสช.) เลือกนายกรัฐมนตรี ทำให้การเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมานั้นพรรคการเมืองที่ได้คะแนนเสียงอันดับ 1 ไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ แถมยังมีการใช้ "มาตรฐานจริยธรรม" ตัดสิทธินักการเมืองแม้กระทั่งถอดถอนนายกรัฐมนตรี ก่อกำเนิดรูปลักษณ์ที่ "บิดเบี้ยว" ของระบอบประชาธิปไตยขึ้นมา
.
ที่สำคัญไปกว่านั้นคือ การแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นไปด้วยความยากลำบาก ถูกล็อกด้วยเสียงของ สว. ซึ่งไม่เพียงแต่ขัดต่อหลักการประชาธิปไตยเท่านั้น แต่ยังเป็นการล็อกโครงสร้างอำนาจไว้ให้คงอยู่ในรูปแบบเดิม นอกจากนี้ประชาชนยังไม่สามารถยื่นถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้
.
รวมไปถึงการมียุทธศาสตร์ชาติ ที่สามารถควบคุมรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งได้ รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งจะจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีภายใต้แนวทางที่ยุทธศาสตร์ชาติกำหนดไว้ หากคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติเห็นว่าการกระทำของรัฐบาลขัดต่อยุทธศาสตร์ชาติก็สามารถส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ หากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าขัด ก็ให้ยื่นต่อ ป.ป.ช. เพื่อดำเนินคดีฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งอาจทำให้รัฐบาลจากการเลือกตั้งต้องถูกปลดจากองค์กรอิสระซึ่งมีที่มาโยงใยจาก คสช. ได้
.

[ กุญแจ 3 ดอกขจัดมรดก คสช. : ร่างรัฐธรรมนูญใหม่-ยกเลิกประกาศ/คำสั่ง-นับหนึ่งนิรโทษกรรม]

.
ประกาศ/คำสั่ง คสช. เป็นเครื่องมือที่สำคัญที่คณะรัฐประหารชุดนี้ใช้ควบคุมสังคมและประชาชน ซึ่งมีทั้งหมด 167 ฉบับ มี 5 แนวทางยกเลิก 1. ยกเลิกโดยการตรา พรบ. กลาง 71 ฉบับ 2. ยกเลิกโดยการแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายปัจจุบัน 37 ฉบับ 3. ยกเลิกโดยการตราพระราชกฤษฎีกา 2 ฉบับ 4. ยกเลิกโดยออกกฎกระทรวง 2 ฉบับ 5. ยกเลิกโดยมติ ครม. 55 ฉบับ
.
ปัจจุบันมีความคืบหน้าในการยกเลิกประกาศ/คำสั่ง คสช. โดยคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พรบ. ยกเลิกประกาศและคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คำสั่ง คสช.) บางฉบับที่หมดความจำเป็นและไม่เหมาะสมกับกาลปัจจุบัน สภาผู้แทนราษฏรได้พิจารณายกเลิกคำสั่ง คสช. โดยใช้ร่าง พรบ. ของคณะรัฐมนตรีจำนวน 36 ฉบับ
.
โดยกลุ่มที่ยกเลิกได้ง่ายที่สุดคือประกาศ/คำสั่งที่กระทบต่อสิทธิมนุษยชนของประชาชนจำนวน 17 ฉบับซึ่งไม่มีความจำเป็นแล้ว และการยกเลิกเพิ่มในร่าง พรบ. ก็ทำได้โดยง่าย เช่น ไม่ต้องเขียนบทรองรับ หรือถ้าต้องเขียนบทรองรับก็ไม่ได้ซับซ้อน ในกลุ่มนี้กรรมาธิการจะสอบถามความเห็นจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อน ถ้าไม่มีการดำเนินการที่ค้างอยู่หรือไม่อยู่ระหว่างการดำเนินคดีที่จะกระทบฝ่ายใดให้เสียสิทธิ์ก็จะพิจารณาได้เร็ว ซึ่งได้แก่ คำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 39/2559, 14/2561, 22/2561, 3/2558, 5/2558, 2/2559, 13/2559, 25/2559, 41/2559, 75/2559, 7/2561, 7/2562, 5/2560 และ 18 /2561 รวมถึงประกาศ คสช.ที่ 2/2559, 1/2562, และ 2/2562
.
ทั้งนี้เมื่อ 13 สิงหาคม 2567 ที่ประชุมวุฒิสภาได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พรบ.) ยกเลิกคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 14/2559 เรื่อง คณะกรรมการที่ปรึกษาการบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนใต้ และการกำหนดอำนาจหน้าที่ของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ. รมน.) ลงวันที่ 4 เมษายน 2559 พ.ศ. … ซึ่งที่ประชุมได้ใช้การพิจารณา 3 วาระรวดโดยกรรมาธิการเต็มสภา และลงมติผ่านด้วยเสียงเอกฉันท์ 187 เสียงโดยไม่มีการปรับแก้ไขจากเนื้อหาที่สภาผู้แทนราษฎรเสนอ
.
อีกเรื่องหนึ่งที่ต้องทำเพื่อคืนความเป็นธรรมให้กับผู้ถูกดำเนินคดีทางการเมืองทั้งในยุค คสช. และหลังยุค คสช. ซึ่งมีนับสิบคดีจากยุค คสช. ที่ยังไม่สิ้นสุด นั่นคือการ "นิรโทษกรรมประชาชน" ที่จนถึงวันนี้ก็ยังไม่มีความคืบหน้า นับจากวันที่สภาผู้แทนราษฎรมีมติไม่เห็นชอบกับข้อสังเกตในรายงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการตราพระราชบัญญัตินิรโทษกรรม (กมธ. นิรโทษกรรมฯ) ด้วยคะแนนเสียงไม่เห็นชอบ 270 เสียง เห็นชอบ 152 เสียง งดออกเสียง 5 เสียง และไม่ลงคะแนนเสียง 1 เสียง ขณะที่เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2568 สภาผู้แทนราษฎรบรรจุวาระร่าง พรบ. ที่เกี่ยวข้องกับการนิรโทษกรรม 4 ฉบับ รวมถึงร่างของภาคประชาชนที่เรียกกันว่า "นิรโทษกรรมประชาชน" แต่ก็ปรากฎว่าไม่ได้มีการพิจารณาแต่อย่างใด
.
นอกจากนี้อีกเรื่องสำคัญอย่างการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ก็ยังไม่คืบหน้าแม้จะเป็นนโยบายของรัฐบาลของ 2 นายกรัฐมนตรี ซึ่งจนถึงขณะนี้เป็นเวลากว่า 7 เดือนมาแล้ว ผมยังไม่เห็นถึงความพยายามที่มากพอของรัฐบาลในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ทั้งนี้ในการประชุมร่วมกันของรัฐสภาเมื่อวันที่ 13-14 กุมภาพันธ์ 2568 ที่มีวาระการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขมาตรา 256 ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ และการเพิ่มหมวด 15/1 ว่าด้วยการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ จำนวน 2 ร่างที่เสนอโดยพรรคเพื่อไทยและพรรคประชาชน แต่ยังไม่เห็นร่างของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่มาประกบ ทั้งที่เรื่องนี้เป็นนโยบายของรัฐบาลที่ได้แถลงต่อสภาฯ อีกทั้งยังไม่เห็นมาตรการรณรงค์กับประชาชนหรือจัดเวทีแลกเปลี่ยนความคิดเห็นของรัฐบาล จึงทำให้ผู้ที่ติดตามการแก้ไขรัฐธรรมนูญหรือสังคม เคลือบแคลงสงสัยในจุดยืนของรัฐบาล ทั้งที่เรื่องนี้เป็นนโยบายของรัฐบาลที่ย้ำถึงการเร่งจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่โดยเร็วที่สุด ซึ่งรัฐบาลสามารถดำเนินการเพื่อนำไปสู่การแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ พร้อม ๆ กับการแก้ไขปัญหาปากท้องให้กับประชาชน โดยยืนยันว่าสามารถดำเนินการควบคู่กันไปได้
.
อย่างไรก็ตามในสมัยประชุมที่ผ่านมาผมได้ตั้งกระทู้ถามนายกรัฐมนตรีถึงแนวทางที่ชัดเจนของรัฐบาลในการผลักดันนโยบายเร่งจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนโดยเร็วที่สุดตามที่แถลงต่อรัฐสภา แต่นายกรัฐมนตรีก็ไม่ได้มาตอบกระทู้จนหมดสมัยประชุม ผมจึงได้ถอนและยื่นใหม่อีกครั้งเพื่อให้นายกรัฐมนตรีมาตอบในที่ประชุมวุฒิสภาสมัยประชุมหน้าที่จะเปิดสมัยในวันที่ 3 กรกฎาคมนี้ ซึ่งผมหวังว่านายกรัฐมนตรีจะมาตอบกระทู้ดังกล่าว
.
การยกเลิกประกาศ/คำสั่ง คสช.-การนิรโทษกรรม-การร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ทั้งหมดนี้ถือเป็น "กุญแจ 3 ดอก" ที่จะช่วยขจัดมรดกบาปจากการรัฐประหารของ คสช. ได้ ผมขอเรียกร้องให้ทุกภาคส่วนเห็นความสำคัญและรีบ "นับหนึ่ง" ตั้งแต่วันนี้ ก็ยังไม่สายที่เราจะฟื้นประเทศจากหล่มที่ติดมากว่า 11 ปี และทำให้ประชาธิปไตยกลับมาเข้ารูปเข้ารอยได้
.

(อ้างอิง)

.

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

เอกสารงบประมาณ 2569 (ขาวคาดแดง)

แจกเอกสารประกอบการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ 69 : เศรษฐกิจ-สังคม-ความมั่นคง-ภัยพิบัติ-บริหาร

เก็บตกข้อเสนอภาควิชาการ เลือกตั้งเสรีและเป็นธรรม หน้าตาเป็นอย่างไร?