2 ปี เลือกตั้ง 2566 2 ปี ที่เจตจำนงของประชาชนไม่ถูกนับ



การเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2566 ผ่านมาแล้วกว่า 2 ปี เราผ่านเหตุการณ์มาแล้วมากมายดุจดังขึ้นรถไฟเหาะ วันนี้จึงขอชวนย้อนคิดว่าประเทศไทยผ่านอะไรมาบ้างและเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรตลอด 2 ปีที่ผ่านมา
.

1. เจตจำนงของประชาชนส่วนใหญ่ไม่เคยถูกนับ

.
จากผลการเลือกตั้งปี 2566 พรรคที่ได้รับเลือกอันดับ 1 ได้คะแนนเสียงกว่า 14,438,851 คะแนน และได้เสียง สส. กว่า 151 ที่นั่งซึ่งสะท้อนว่าประชาชนผู้ไปใช้สิทธิเลือกตั้งกว่า 36.5% ต้องการให้พรรคใดเป็นรัฐบาล และต้องการพรรคนำรัฐบาลที่มีแนวนโยบายแบบใด เมื่อรวมกับพรรคอันดับ 2 ที่ประกาศตนเป็น "ฝ่ายประชาธิปไตย" และจับมือเป็นแนวร่วมกันมาตั้งแต่หาเสียง
.
หากแต่เจตจำนงของประชาชนนี้ก็ไม่ได้ถูกส่งต่อไปจนถึงขั้นตอนเลือกนายกรัฐมนตรี เมื่อ สว. ที่ได้รับการแต่งตั้งจาก คสช. ร่วมกับบรรดาพรรคอนุรักษ์นิยมไม่ลงคะแนนให้ และเมื่อเลือกนายกรัฐมนตรีอีกครั้งกลับได้นายกรัฐมนตรีจากพรรคอันดับ 2 จากการรวมเสียงกับพรรคอนุรักษ์นิยมและ สว. ชุดพิเศษ - นี่ถือเป็นการไม่เคารพเจตจำนงของประชาชนครั้งที่ 1
.
แต่ต่อมาเมื่อ สว. ชุดพิเศษหมดอำนาจเลือกนายกรัฐมนตรี เมื่อมีเหตุให้ต้องเลือกนายกรัฐมนตรีใหม่ ประชาชนกลับยังไม่ได้รัฐบาลที่มาจากการรวมเสียงของ "ฝ่ายประชาธิปไตย" เมื่อพรรคอันดับ 2 ยังคงจับมือเหนียวแน่นกับฝ่ายอนุรักษ์นิยมทั้งที่เมื่อรวมเสียงกับพรรคอันดับ 1 ก็สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้เช่นกัน - และนี่คือการไม่เคารพเจตจำนงของประชาชนครั้งที่ 2
.
หากการเมืองเป็นไปตามระบบ ไม่มีอำนาจพิเศษจาก สว. ชุดพิเศษ ทุกพรรคการเมืองยืนยันเคารพเจตจำนงของประชาชนก็จะไม่เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น การเมืองปัจจุบันจะเป็นการเมืองที่เคารพต่อเจตจำนงเสียงส่วนใหญ่ของประชาชน หาใช่การเมืองของ "คณิตศาสตร์ทางการเมือง" ที่มักถูกอ้างเพื่อความชอบธรรมในการไม่เคารพเจตจำนงของประชาชน
.

2. การร่างรัฐธรรมนูญใหม่ไม่คืบหน้า

.
รัฐบาลที่นำโดยพรรคเพื่อไทยทั้ง 2 ชุด ได้ประกาศนโยบายต่อรัฐสภาว่าจะเร่งร่างรัฐธรรมนูญใหม่ฉบับประชาชน แม้ระดับความเร่งด่วนของนโนบายจะต่างกันออกไปแต่รัฐบาลก็ยังชูประเด็นนี้ไว้ในนโยบายที่แถลงต่อรัฐสภา
.
ทว่าการร่างรัฐธรรมนูญใหม่กลับประสบปัญหายืดเยื้อยาวนาน ตั้งแต่การประชุร่วมกันของรัฐสภาเมื่อ 13-14 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาก็เกิดเหตุการณ์ "สภาล่ม" จนไม่ได้นับหนึ่งเริ่มแก้ไขรัฐธรรมนูญ และเกิดข้อถกเถียงว่าควรใช้วิธี "เดินตรง" หรือ "เดินอ้อม" เพื่อให้ถึงเป้าหมาย เมื่อสภาฯ ไม่เชื่อในอำนาจของตนเองว่าสามารถแก้รัฐธรรมนูญได้ จึงทำให้เรื่องนี้เข้าสู่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเป็นครั้งที่ 3
.
โดยเมื่อวันที่ 9 เมษายน 2568 ศาลรัฐธรรมนูญโดยเสียงข้างมาก (5 ต่อ 3) มีคำสั่งรับคำร้องของประธานรัฐสภาที่ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับหน้าที่และอำนาจของรัฐสภาตามรัฐธรรมบูญ เนื่องจากการประชุมร่วมกันของรัฐสภาครั้งที่ 6 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง) เป็นพิเศษ เมื่อวันจันทร์ที่ 17 มีนาคม 2568 ได้พิจารณาญัตติด่วนที่ นพ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ สมาชิกวุฒิสภา และนายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เป็นผู้เสนอแล้ว ที่ประชุมรัฐสภามีมติเห็นด้วยให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับหน้าที่และอำนาจของรัฐสภา
.

3. วิกฤตสิทธิเสรีภาพใต้รัฐบาลพลเรือน

.
องค์กร Freedom House ในสหรัฐฯ เปิดเผยการจัดทำดัชนีเสรีภาพโลก 2025 โดยสถานะของประเทศไทยถูกปรับลดจากประเทศ “มีเสรีภาพบางส่วน” กลายเป็นประเทศ “ไม่เสรี” อีกครั้ง หลังจากได้ปรับสถานะเป็นประเทศที่มีเสรีภาพบางส่วนได้เพียงปีเดียว โดยคะแนนรวมของประเทศในปีนี้อยู่ที่ 34 เต็ม 100 ลดลงจากปีที่แล้ว ที่มีคะแนนรวมอยู่ที่ 36 เต็ม 100 ขณะที่ปีที่แล้วสถานะของไทยปรับตัวดีขึ้นเพราะมีการเลือกตั้งในปี 2566
.
ขณะเดียวกันเมื่อวันที่ 4 เมษายน 2568 เจ้าหน้าที่ทางการไทยได้จับกุมนักศึกษาที่คัดค้านการมาเยือนประเทศไทยเพื่อประชุม BIMSTEC ของผู้นำเผด็จการทหารเมียนมา มิน อ่อง หล่าย ที่รัฐบาลไทยให้การต้อนรับในฐานะ "แขกบ้านแขกเมือง" เป็นอย่างดี
.
วันเดียวกันมีข่าวว่า Paul Chambers อาจารย์และที่ปรึกษาด้านวิเทศสัมพันธ์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ผู้เชี่ยวชาญด้านไทยศึกษา ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ. เมืองพิษณุโลก ติดต่อผ่านอธิการบดีมหาวิทยาลัยนเรศวรเพื่อประสานขอเข้าจับกุมตามหมายจับที่ออกโดยศาลพิษณุโลก เพื่อนำตัวเข้าพบพนักงานสอบสวนและดำเนินการตามกฎหมาย ตามข้อกล่าวหาความผิดฐานละเมิดประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 และ พรบ. ว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 แจ้งความโดยกองทัพภาคที่ 3 ซึ่งได้รับอนุมัติหมายจับจากศาลพิษณุโลก ลงวันที่ 31 มีนาคม 2568 จากนั้นได้ถูกคุมขังในเรือนจำก่อนได้รับการปล่อยตัวในเวลาต่อมา
.
อีกด้านหนึ่งภายใต้รัฐบาลพลเรือนยังมีผู้ถูกคุมขังจากคดีทางการเมืองจำนวน 47 ราย ในจำนวนนนี้ถูกโยกย้ายเรือนจำโดยไม่สมัครใจกว่า 16 คน นอกจากนี้การนิรโทษกรรมก็ยังไม่ได้รับการพิจารณา แม้เกือบจะได้เข้าสภาแล้วก็ตาม
.
ยิ่งไปกว่านั้นยังมีการดำเนินคดีในฐานความผิดตาม พรบ. ชุมนุมสาธารณะต่อกลุ่มแรงงานยานภัณฑ์ 4 คน และเครือข่ายประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (พีมูฟ) 7 คน ในฐานความผิดชุมนุมในเขตหวงห้าม 50 เมตรจากทำเนียบรัฐบาลอีกด้วย
.

4. อำนาจตุลาการภิวัฒน์ยังคงทำงานต่อเนื่อง

.
เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2567 ศาลรัฐธรรมนูญมีมติ 5 ต่อ 4 ให้เศรษฐา ทวีสิน พ้นตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เนื่องจากขาดคุณสมบัติ ไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ และมีพฤติกรรมอันเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ซึ่งส่งผลให้ต้องมีการเลือกนายกรัฐมนตรีใหม่อีกครั้งหนึ่ง
.
ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2567 ศาลรัฐธรรมนูญมีมติยุบพรรคก้าวไกล เหตุมีพฤติการณ์กระทำการล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยฯ พร้อมเพิกถอนสิทธิการเมือง กรรมการบริหารพรรค 10 ปี
.
จะเห็นได้ว่าหลังการเลือกตั้งเพียง 2 ปี เกิดเหตุการณ์มากมายที่ล้วนสะท้อนถึงการละเมิด "เจตจำนง" ของประชาชนในแทบทุกกระบวนการและองคาพยพของรัฐไทย การเลือกตั้งครั้งนี้จึงถือเป็นบทพิสูจน์ว่ารัฐไทยนั้น "ใส่ใจ" เจตจำนงของประชาชนเพียงใด ซึ่งต้องจับตาว่าการเลือกตั้งครั้งต่อไปในปี 2570 เจตจำนงของประชาชนจะได้รับความเคารพและไม่ถูกเหยียบย่ำเช่นในปัจจุบันหรือไม่

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

เอกสารงบประมาณ 2569 (ขาวคาดแดง)

แจกเอกสารประกอบการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ 69 : เศรษฐกิจ-สังคม-ความมั่นคง-ภัยพิบัติ-บริหาร

เก็บตกข้อเสนอภาควิชาการ เลือกตั้งเสรีและเป็นธรรม หน้าตาเป็นอย่างไร?