การเมืองเรื่องเมรัย จากห้ามขายเหล้าวันพระถึงวันเลือกตั้งเทศบาล





วานนี้ (9 พฤษภาคม 2568) เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง กำหนดวันห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2568 ระบุว่า โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง กำหนดวันห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2567 เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพการณ์ปัจจุบัน โดยอนุญาตให้ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 5 วันพระใหญ่ ในสนามบิน สถานบริการ โรงแรม ย่านธุรกิจท่องเที่ยวทั่วประเทศ รวมถึงสถานที่ซึ่งใช้จัดกิจกรรมพิเศษระดับชาติหรือนานาชาติ มีผลบังคับใช้ 10 พฤษภาคม 2568
.
อย่างไรก็ดีประกาศนี้ไม่ได้ยกเลิกกฎหมายห้ามขายเหล้าในวันพระใหญ่ แต่เป็นเพียงการเพิ่มข้อยกเว้นให้เฉพาะบางสถานที่ เช่น สนามบิน โรงแรมที่มีใบอนุญาตถูกต้อง ผับบาร์ที่มีใบอนุญาต และพื้นที่ท่องเที่ยวบางแห่งสามารถขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้ ส่วนร้านค้าทั่วไป ร้านอาหาร ร้านชำ และสถานที่ไม่มีใบอนุญาตยังคงห้ามขายตามเดิม ผู้ประกอบการจึงควรตรวจสอบสถานะของตนให้แน่ชัดก่อนขายในวันพระเพื่อเลี่ยงการถูกจับกุม
.
เนื่องจากประเทศไทยมีความหลากหลายทางศาสนา ประกาศที่ออกมาสร้างความสับสน และไม่ตอบโจทย์ในทางปฏิบัติ ผมเห็นว่ากฎหมายดังกล่าวจึงควรยกเลิก
.
และเนื่องจากพรุ่งนี้ (11 พฤษภาคม 2568) เป็นวันเลือกตั้งเทศบาลทั่วประเทศ ในวันนี้ (คืนหมาหอน) หลายพื้นที่มีการประกาศห้ามขาย จำหน่าย จ่ายแจก หรือจัดเลี้ยงสุราทุกชนิด ในเขตเลือกตั้งตั้งแต่ 18.00 น. ของวันที่ 10 พฤษภาคม 2568 จนถึง 18.00 น. ของวันที่ 11 พฤษภาคม 2568 แม้จะมีเจตนาเพื่อป้องกันการซื้อเสียงและรักษาความสงบเรียบร้อย แต่ก็สะท้อนมายาคติของรัฐว่าประชาชนสามารถ "ถูกซื้อ" ได้ด้วยการเลี้ยงเหล้า กฎหมายห้ามขายเหล้าจึงเป็นเสมือนการ "ดูถูก" ประชาชนว่าไม่มีวิจารณญาณ
.
การห้ามขายเหล้าไม่ได้แก้ปัญหาการซื้อเสียงอย่างเป็นระบบ เพราะกลไกทุจริตมักเกิดลับหลัง ไม่ใช่แค่การเลี้ยงเหล้าเท่านั้น การห้ามขายเหล้าเป็นการจำกัดเสรีภาพของประชาชนทั่วไป ซ้ำยังกระทบต่อเศรษฐกิจของผู้ประกอบการที่ซบเซาอย่างมากในห้วงปัจจุบัน
.
ด้วยความเชื่อมั่นในวิจารณญาณของประชาชน ผมขอเสนอให้ กกต. พิจารณาทบทวนมาตรการดังกล่าวที่ถูกระบุไว้ในกฎหมายเลือกตั้งทุกฉบับ และขอให้พี่น้องประชาชนรวมถึงผู้ประกอบการออกมาส่งเสียงของท่านว่าไม่เห็นด้วยกับกฎระเบียบนี้
.
ท้ายที่สุดผมขอเชิญชวนทุกท่านออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งเทศบาลในวันพรุ่งนี้ เพราะจำนวนของผู้ที่ออกมาใช้สิทธิที่มากจะยิ่งทำให้การทุจริตคอรัปชั่นและการซื้อเสียงมีผลน้อยลง พร้อมทั้งร่วมเป็นผู้สังเกตการณ์การเลือกตั้งตลอดจนการนับคะแนน โดยหากพบปัญหานอกจากร้องเรียนไปยัง กกต. แล้วก็ยังสามารถร้องเรียนผ่านภาคประชาชนอย่าง We Watch ได้อีกด้วย
.
ในอนาคตผมยังหวังว่าประชาชนที่พำนักนอกภูมิลำเนา โดยเฉพาะผู้ที่เป็นแรงงานย้ายถิ่นจะสามารถใช้สิทธิเลือกตั้งในเขตที่ตนอยู่อาศัยได้จริง ซึ่งจะส่งผลให้ผู้ที่ลงสมัครรับเลือกตั้งจะสามารถเสนอนโยบายให้สอดคล้องกับแรงงานที่อยู่ในพื้นที่ได้ โดยอาจออกแบบแนวทางให้สามารถใช้ทะเบียนประกันสังคมที่ผูกกับที่ทำงานได้นอกจากการใช้ทะเบียนบ้าน เพื่อให้แรงงานสามารถใช้สิทธิเลือกตั้งในพื้นที่ที่ทำงานได้ โดยการแก้กฎหมายในเรื่องนี้จะทำให้เกิดการสะท้อนเจตนารมณ์ที่แท้จริงของผู้อาศัยในพื้นที่นั้น ๆ และก่อให้เกิดแนวนโยบายที่สอดคล้องได้

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

เอกสารงบประมาณ 2569 (ขาวคาดแดง)

แจกเอกสารประกอบการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ 69 : เศรษฐกิจ-สังคม-ความมั่นคง-ภัยพิบัติ-บริหาร

เก็บตกข้อเสนอภาควิชาการ เลือกตั้งเสรีและเป็นธรรม หน้าตาเป็นอย่างไร?