การต่อสู้ของแรงงานยานภัณฑ์ ตอนที่ 1 : ความหวังงบกลางค่าชดเชยถึงคดีความ
ปัจจุบันกลุ่มแรงงานยานภัณฑ์ปักหลักอยู่ที่หน้าทำเนียบรัฐบาลตั้งแต่ 11 มีนาคม 2568 หลังจากชุมนุมที่หน้าบริษัทฯ รวมเป็นระยะเวลาชุมนุมกว่า 150 วัน เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลนำงบกลางมาจ่ายค่าชดเชยให้กับแรงงาน หลังนายจ้างไม่ยอมจ่ายค่าชดเชยมาตั้งแต่เดือนธันวาคม 2567
.
มาลี เตวิชา คือหนึ่งในกลุ่มอดีตลูกจ้างบริษัทยานภัณฑ์ จำกัด ที่ถูกเลิกจ้างมาตั้งแต่เดือนธันวาคม 2567 แม้จะมีการสู้คดีชนะทุกศาลแต่นายจ้างก็ยังเพิกเฉย ซึ่งมาลีถือเป็นพฤติกรรมที่นายจ้างทำ "ตาม ๆ กัน" โดยที่กฎหมายใช้บังคับกับนายจ้างไม่ได้ กลุ่มแรงงานยานภัณฑ์จึงตัดสินใจมาขอความช่วยเหลือจากรัฐบาลให้อนุมัติงบกลางมาช่วยเยียวยาแรงงาน
.
"จริง ๆ แล้วรัฐบาลชุดนี้ไม่ได้ผิด แต่เมื่อคุณมีหน้าที่ดูแลเรื่องกฎหมายก็ต้องไปบังคับใช้กับนายจ้าง เพื่อให้นายจ้างนำเงินมาจ่ายค่าชดเชยให้กับแรงงาน" มาลีกล่าว
.
ตัวแทนแรงงานยานภัณฑ์รายนี้เล่าถึงข้อเรียกร้องเรื่อง "งบกลาง" ที่เรียกร้องให้รัฐบาลนำมาจ่ายเป็นค่าชดเชยให้แรงงานโดยชี้ว่างบประมาณส่วนนี้รัฐบาลสามารถเรียกคืนจากนายจ้างได้เนื่องจากนายจ้างมีทรัพย์สินเมื่อพิทักษ์ทรัพย์แล้วขายทอดตลาดก็สามารถนำเงินนี้คืนภาครัฐได้
.
มาลียังมีความหวังว่านายกรัฐมนตรีจะอนุมัติงบกลางมาช่วยเหลือแรงงาน 2,000 กว่าคน โดยเฉพาะเมื่อขณะนี้หนังสือที่แรงงานฯ ยื่นไปนั้นล่าสุดถึงมือนายกฯ แล้ว
.
แต่ท่ามกลางความหวังนั้นกลุ่มแรงงานยานภัณฑ์ยังต้องเผชิญกับแรงกดดันจากเจ้าหน้าที่รัฐ หลังแรงงานยานภัณฑ์ถูกดำเนินคดีตามความผิด พรบ. ชุมนุมสาธารณะฯ 4 คน แรงงานหญิงรายนี้เห็นว่าภาคแรงงานที่เดินทางมาติดตามทวงถามข้อเรียกร้องต่อรัฐบาลไม่ควรถูกดำเนินคดี เพราะแรงงานลำบากอยู่แล้ว ทั้งไม่มีเงินกลับบ้าน ไม่มีงานทำเพราะอายุเยอะ แต่ก็ยังต้องมาโดนคดี ถ้าไม่เกิดเหตุการณ์นายจ้างเลิกจ้างแล้วไม่จ่ายค่าชดเชยและกฎหมายบังคับใช้กับนายจ้างได้จริงก็คงไม่มีใครออกมาเรียกร้อง
.
"พรบ. ชุมนุมฯ พวกเราไม่รู้หรอกมันคืออะไร เพราะเราแค่เป็นภาคแรงงานซึ่งไม่เคยมาทำเนียบเลยด้วยซ้ำ"
.
อดีตแรงงานยานภัณฑ์รายนี้ยังมีข้อเรียกร้องไปถึงพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ให้มีการตั้งกองทุนประกันความเสี่ยง เมื่อนายจ้างเลิกจ้างพนักงานก็ควรจะมีเงินชดเชยทันที ไม่ต้องออกมาเรียกร้อง เสี่ยงโดนคดี ซึ่งเรื่องนี้ถือเป็นความหวังของภาคแรงงานอย่างมาก และรัฐมนตรีพิพัฒน์ได้รับปากแล้วว่าจะตั้งกองทุนนี้ขึ้นมาให้ได้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น