วันเสรีภาพสื่อมวลชนโลก รักษาเสรีภาพสื่อ = รักษาประชาธิปไตย
[ วันเสรีภาพสื่อมวลชนโลก รักษาเสรีภาพสื่อ = รักษาประชาธิปไตย ]
.
วันที่ 3 พฤษภาคมของทุกปีถูกกำหนดให้เป็นวันเสรีภาพสื่อมวลชนโลก (World Press Freedom Day) เพื่อสร้างความตระหนักถึงความสำคัญของเสรีภาพสื่อและย้ำเตือนรัฐบาลถึงหน้าที่เคารพและสนับสนุนเสรีภาพในการแสดงออก ซึ่งได้รับการคุ้มครองตามปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชนและเพื่อเป็นการปกป้องนักข่าวที่ถูกโจมตีเพียงเพราะทำหน้าที่ของตนเอง
.
ในปีนี้องค์กรผู้สื่อข่าวไร้พรมแดน (Reporters Without Borders - RSF) รายงานสถานการณ์ดัชนีเสรีภาพสื่อโลก ระบุว่าประชากรโลกมากกว่าครึ่งอาศัยอยู่ในประเทศที่มีสถานการณ์เสรีภาพสื่อระดับร้ายแรงมาก และดัชนีเสรีภาพสื่อโลกอยู่ในระดับต่ำที่สุดในรอบ 23 ปีนับจากเริ่มมีการจัดอันดับ โดย 112 ประเทศและดินแดนจาก 180 แห่งมีเสรีภาพสื่อลดลง โดยเฉลี่ยทั่วโลกมีคะแนนเสรีภาพสื่อต่ำสุดเพียง 55 คะแนน และให้ปัจจัยความเปราะบางทางเศรษฐกิจเป็นภัยคุกคามที่ร้ายแรงที่สุดของสื่อมวลชนในปีนี้
.
สำหรับไทยปีนี้อยู่ในอันดับที่ 85 ขยับขึ้นจากปีที่แล้ว 2 อันดับ แต่เมื่อพิจารณาลงลึกในรายละเอียดแล้วจะพบว่าคะแนนในแต่ละตัวชี้วัดลดลงแทบทั้งหมด แสดงให้เห็นว่าแม้อันดับจะขึ้นแต่คะแนนรวมลดน้อยลง โดยองค์กรผู้สื่อข่าวไร้พรมแดนแสดงความกังวลเกี่ยวกับการใช้กฎหมายอาญามาตรา 112 และ พรบ. คอมพิวเตอร์ฯ ทั้งนี้เสรีภาพสื่อยังน่าเป็นห่วงภายใต้รัฐบาลใหม่ที่จับมือกับฝ่ายชนชั้นนำเดิม ตลอดจนสัญญาณทางลบต่อธุรกิจสื่อที่ปิดตัว ซึ่งยังคงเป็นสถานการณ์ที่สุ่มเสี่ยงสำหรับสื่อมวลชนไทย
.
สอดคล้องกับรายงานขององค์กรผู้สื่อข่าวไร้พรมแดน ในปีนี้สถานการณ์คุกคามสื่อมวลชนในไทยยังคงเกิดขึ้นต่อเนื่องในหลากหลายรูปแบบ แม้เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาศาลจังหวัดปัตตานีพิพากษายกฟ้อง ‘อัสมาดี บือเฮง’ นักข่าวพลเมืองชายแดนใต้ ข้อหาขัดขวางการปฎิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงาน จากกรณีถูกกล่าวหาว่าแย่งศพของ ฮัยชัม สมาแฮ ผู้ตายที่ถูกเจ้าหน้าที่ความมั่นคงวิสามัญฆาตกรรมเมื่อปี 2566 เนื่องจากไม่มีพยานหลักฐานเพียงพอว่าจำเลยกระทำผิดจริง แต่การดำเนินคดีที่ผ่านมาก็สร้างภาระในการต่อสู้คดี อีกทั้งยังสร้างกำแพงหรือข้อจำกัดให้นักข่าวเกิดความกังวลอีกด้วย
.
ส่วนคดีของ ‘ณัฐพล เมฆโสภณ’ หรือ ’เป้’ ผู้สื่อข่าวสำนักข่าวประชาไท และ ‘ณัฐพล พันธ์พงษ์สานนท์’ หรือ ‘ยา’ ช่างภาพอิสระ ที่ถูกดำเนินคดีร่วมกับนักกิจกรรมข้อหา “ตัวการ” ทำให้เสียหายและทำลายโบราณสถาน สืบเนื่องจากการไปรายงานข่าวนักกิจกรรมพ่นสีกำแพงพระบรมมหาราชวังเมื่อ 28 มีนาคม 2566 ทั้งที่ทั้งคู่ไปรายงานข่าวและถ่ายภาพกิจกรรมทางการเมือง ทั้งนี้สื่อมวลชนทั้งสองคนยังถูกดำเนินคดีร่วมกับนักกิจกรรมอีกคดี โดยถูกเสรี สุวรรณภานนท์ อดีตสมาชิกวุฒิสภา ฟ้องหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา จากเหตุการณ์ที่กลุ่มนักกิจกรรมทางการเมืองแจกใบปลิวเรียกร้องให้สมาชิกวุฒิสภาฟังเสียงประชาชนในการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี ที่ตลาดเสรี 2 เมื่อปี 2566 อีกด้วย
.
นี่เป็นส่วนหนึ่งของนักข่าวทั้งโดยอาชีพ อิสระ และนักข่าวพลเมืองที่เผชิญหน้ากับคดีการดำเนินคดี บางกรณีเข้าข่ายฟ้องร้องเชิงยุทธศาสตร์เพื่อกลั่นแกล้งหรือสร้างภาระในการทำงานสื่อสาร หรือ Strategic Lawsuit against Public Participation (SLAPP) ส่งผลให้เลือกที่จะเซ็นเซอร์ตัวเองทั้งด้วยความกลัวและไม่อยากมีปัญหา ยังไม่รวมถึงการสร้างเพดานการสื่อสารที่ลดลงในประเด็นที่แหลมคม
.
ขณะที่ปีนี้เข้าสู่ปีที่ 15 ของการสลายการชุมนุมคนเสื้อแดงของทหาร ในเหตุการณ์นั้นมีนักข่าว-ช่างภาพเสียชีวิต 2 คน คือ ’ฮิโรยูกิ มูราโมโตะ’ ช่างภาพสำนักข่าวรอยเตอร์ส ชาวญี่ปุ่น ผู้เสียชีวิตระหว่างเจ้าหน้าที่ทหารเข้าสลายการชุมนุมช่วงค่ำวันที่ 10 เมษายน 2553 และ ’ฟาบิโอ โปเลงกิ’ ช่างภาพอิสระ ชาวอิตาลี ผู้ถูกยิงเสียชีวิตระหว่างเจ้าหน้าที่สลายการชุมนุมวันที่ 19 พฤษภาคม 2553 ซึ่งในการไต่สวนการตายคดีฟาบิโอศาลชี้ว่าทิศทางของกระสุนมาจากฝั่งของทหาร ขณะนี้เหลือเวลาอีกเพียง 5 ปีคดีก็จะหมดอายุความ แต่ยังไม่สามารถหาผู้กระทำความผิดมารับโทษได้เลย
.
ในโอกาสวันเสรีภาพสื่อมวลชนโลกนี้ผมหวังว่าจะมีการปฏิรูปกฎหมายที่ถูกใช้ในเชิงการฟ้องปิดปาก ให้สามารถปกป้องชื่อเสียงของบุคคลไปพร้อมกับปกป้องเสรีภาพการสื่อสารประเด็นสาธารณะ สำหรับคดีความที่นักข่าวและประชาชนถูกเจ้าหน้าที่รัฐกระทำรุนแรงเหลือเวลาอีก 5 ปี ต้องไม่ปล่อยให้หมดอายุความเหมือนคดีตากใบ
.
มากไปกว่านั้น สื่อควรเป็นอิสระจากทุนและรัฐ ผมอยากให้สังคมเห็นความสำคัญของเสรีภาพสื่อที่เราควรรักษาไว้ โดยเฉพาะในสังคมประชาธิปไตยที่เสรีภาพของสื่อเป็นสิ่งที่การันตีว่าเราจะได้ข้อมูลข่าวสารที่เพียงพอต่อการตัดสินใจในประเด็นการเมืองและสาธารณะ การตรวจสอบผู้มีอำนาจ และเรื่องสาธารณะอื่นๆ จริงอยู่ในสังคมที่มีเสรีภาพสื่อเราอาจต้องเจอทั้งสื่อที่ถูกใจ สื่อที่ไม่ถูกใจ สื่อที่ทำงานดี สื่อที่ทำงานแย่ แต่ในสังคมที่กดเพดานสื่อและเป็นเผด็จการเราก็ไม่อาจพิสูจน์ได้เลยว่าสื่อไหนดีไม่ดี เพราะจะไม่มีสื่อไหนเดินนอกทางที่ผู้มีอำนาจกำกับ เพราะการรักษาเสรีภาพสื่อ เท่ากับการรักษาประชาธิปไตย
.
อ้างอิง
.
https://rsf.org/en/country/thailand

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น