เจาะญัตติ ขอ สว. ชะลอตั้งองค์กรอิสระมาตรวจสอบตนเอง




ผมได้เสนอญัตติ “ชะลอการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบประวัติ ความประพฤติและพฤติกรรมทางจริยธรรมของบุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งกรรมการเลือกตั้ง และตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ รวมทั้งให้ความเห็นชอบกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ จนกว่ามีคำตัดสินในคดีที่สมาชิกวุฒิสภาจำนวนมากตกเป็นผู้ถูกร้องและผู้ร้องขณะนี้” ไปตั้งแต่วันที่ 22 พฤษภาคมที่ผ่านมา
.
สืบเนื่องจากการประชุมวุฒิสภาสมัยวิสามัญ ครั้งที่ 2 ในวันที่ 30 พฤษภาคม 2568 จะมีวาระตั้งคณะกรรมาธิการสามัญเพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบประวัติ ความประพฤติ และพฤติกรรมทางจริยธรรมของบุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งกรรมการการเลือกตั้ง ศาลรัฐธรรมนูญ และอัยการสูงสุด รวมถึงวาระให้ความเห็นชอบบุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ
.
ผมเสนอว่าคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ศาลรัฐธรรมนูญ และคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ต่างเป็นองค์กรที่มีอำนาจหน้าที่ในการสืบสวน ไต่สวน หรือพิจารณาคดีที่สมาชิกวุฒิสภาจำนวนมากอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งส่งผลต่อการเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรดังกล่าวตกเป็นผู้ถูกร้องและผู้ร้อง ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้
.
คดีสมาชิกวุฒิสภาจำนวน 92 คนเสนอคำร้องต่อประธานวุฒิสภาเพื่อขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ ว่าความเป็นรัฐมนตรีของภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และ พ.ต.อ. ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญหรือไม่ กรณีแทรกแซงหรือครอบงำหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการการการเลือกตั้ง โดยใช้กรมสอบสวนคดีพิเศษเป็นเครื่องมือแทรกแซงกระบวนการตรวจสอบการเลือกสมาชิกวุฒิสภา อันเป็นการกลั่นแกล้ง กดดัน ข่มขู่ และครอบงำสมาชิกวุฒิสภาซึ่งเป็นฝ่ายนิติบัญญัติ ขัดต่อหลักการแบ่งแยกอำนาจและฝ่าฝืนหลักนิติธรรม
.
คดีสมาชิกวุฒิสภาจำนวนมากตกเป็นผู้ถูกกล่าวหามีเหตุอันควรสงสัยว่าได้กระทำการอันเป็นการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา ซึ่งขณะนี้มีคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนส่วนกลางคณะที่ 26 ของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งกำลังดำเนินกระบวนการทางคดีอยู่
.
คดีสมาชิกวุฒิสภาจำนวน 105 คนยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ขอให้ตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของ พ.ต.อ. ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และ พ.ต.ต. ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 จากการรับพิจารณาคดีซึ่งสมาชิกวุฒิสภาจำนวนมากตกเป็นผู้ถูกกล่าวหาในฐานความผิดตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินให้เป็นคดีพิเศษโดยไม่มีอำนาจ ขณะที่อีกด้าน คณะ สว.สำรอง นำโดย พล.ต.ท.คำรบ ปัญญาแก้ว ยื่นคำร้องต่อ ป.ป.ช. ให้ดำเนินคดี สว. 92 คน ผิดมาตรฐานจริยธรรมร้ายแรง กรณีการยื่นคำร้องต่อ ป.ป.ช. เอาผิด นายภูมิธรรม, พ.ต.อ.ทวี และอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษที่ใช้อำนาจดีเอสไอแทรกแซงการตรวจสอบคดีฮั้วเลือก สว.
.
ดังนั้นเพื่อเป็นหลักประกันให้กระบวนการดำเนินคดีของศาลรัฐธรรมนูญ คณะกรรมการการเลือกตั้ง และคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ที่สมาชิกวุฒิสภาตกเป็นผู้ถูกร้องและผู้ร้องจำนวนมากในขณะนี้จะดำเนินการไปโดยอิสระ เป็นกลาง ปราศจากการแทรกแซง ผู้ทำหน้าที่พิจารณาวินิจฉัยคดีจึงไม่ควรมีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกับคู่ความในคดี โดยเฉพาะการให้ความเห็นชอบผู้เข้ามาดำรงตำแหน่งดังกล่าวเพิ่มเติมในขณะนี้ อันจะทำให้เกิดความเคลือบแคลงสงสัยในความยุติธรรม ความเป็นกลางและการขัดกันแห่งผลประโยชน์กระทบกระเทือนต่อความเชื่อถือศรัทธาของประชาชนในการปฏิบัติหน้าที่ทั้งต่อวุฒิสภาและทั้งสามองค์กรข้างต้นได้
.
ผมจึงเสนอให้ที่ประชุมวุฒิสภาชะลอการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบประวัติ ความประพฤติและพฤติกรรมทางจริยธรรมของบุคคล ผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งกรรมการเลือกตั้งและตุลาการศาลรัฐธรรมนูญออกไปก่อน รวมทั้งการให้ความเห็นชอบบุคคลที่จะดำรงตำแหน่งกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ จนกว่ามีคำตัดสินเป็นที่ยุติ

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

เอกสารงบประมาณ 2569 (ขาวคาดแดง)

แจกเอกสารประกอบการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ 69 : เศรษฐกิจ-สังคม-ความมั่นคง-ภัยพิบัติ-บริหาร

เก็บตกข้อเสนอภาควิชาการ เลือกตั้งเสรีและเป็นธรรม หน้าตาเป็นอย่างไร?