ผลกระทบกระแสชาตินิยมสุดขั้ว ขยายวงความขัดแย้งระหว่างรัฐเป็นความขัดแย้งระหว่างเชื้อชาติ




จากกรณีพิพาทระหว่างไทยและกัมพูชาในช่วงที่ผ่านมาซึ่งล่าสุดได้คลี่คลายลง โดยทั้งสองฝ่ายต่างตกลงกันได้ที่จะลดการเผชิญหน้าหลังฝ่ายไทยยกระดับมาตรการลดเวลาเปิด-ปิดด่านและตัดสัญญาณสื่อสารข้ามแดน
.
จากสถานการณ์ความขัดแย้งมาตรการเข้มงวดเปิด-ปิดด่านของกองทัพไทยในครั้งนี้ส่งผลกระทบต่อแรงงานกัมพูชาที่เข้ามาทำงานในประเทศไทยอย่างมาก ปรากฏภาพแรงงานกัมพูชาจำนวนมากเกิดความแตกตื่นเบียดเสียดกันกลับประเทศให้ทันเวลาปิดด่าน ขณะที่มีแรงงานนับหมื่นรายที่ติดค้างในไทยในวันปิดด่านวันแรก ส่วนที่ด่านช่องจอม จ.สุรินทร์ มีการผลักดันแรงงานกัมพูชาออกจากไทย 69 คน และผู้ประกอบการบางรายขึ้นป้ายไม่รับแรงงานกัมพูชาเข้าทำงาน หรือบางร้านรวงที่มีแรงงานกัมพูชาเป็นลูกจ้างอยู่แล้วก็ต้องเผชิญบรรยากาศของความตึงเครียดจากกระแสชาตินิยมของคนไทย
.
ข้อมูลจากสำนักบริหารแรงงานต่างด้าว กระทรวงแรงงาน ปี 2567 ระบุว่าประเทศไทยมีแรงงานกัมพูชาที่ทำงานอย่างถูกกฎหมาย 435,991 คน ส่วนใหญ่ทำงานในอุตสาหกรรมก่อสร้าง กิจการต่อเนื่องการเกษตร บริการทั่วไป เกษตรและปศุสัตว์ และอุตสาหกรรมผลิตหรือจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่ม ขณะเดียวกัน การประมาณการจากงานศึกษาโดย IOM และ Winrock ชี้ว่า แรงงานกัมพูชาที่ทำงานในไทยมีทั้ง “จดทะเบียน” และ “ผิดกฎหมาย” รวมจำนวนสูงถึง 1–2 ล้านคน
.
แรงงานกัมพูชารายหนึ่งให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวประชาไทตอนหนึ่งว่าแรงงานกัมพูชาบางส่วนมีความกังวลกับประแสชาตินิยมในไทยที่เกิดการ “เหมารวม” อย่างสุดโต่งต่อแรงงานกัมพูชา จึงต้องแยกแยะว่าการที่สู้รบกันเป็นเรื่องของรัฐบาล ส่วนประชาชนเป็นแค่คนธรรมดาไม่ได้เกี่ยวข้องแต่กลับได้รับผลกระทบ ซึ่งหากไทยกับกัมพูชารบกันจริงสิ่งที่กังวลที่สุดคือเรื่องปากท้อง เรื่องการใช้ชีวิต กลัวไม่มีงาน ไม่มีเงิน ขณะที่กัมพูชาประสบปัญหาเศรษฐกิจหนักมาก
.
นอกจากนี้สิ่งที่ทำให้ไฟความขัดแย้งในรอบนี้โหมกระพือได้ไวขึ้น ขยายตัวในหมู่ประชาชนมากขึ้น คือ สื่อสังคมออนไลน์ เนื้อหาที่มีแนวคิดชาตินิยมถูกเผยแพร่ไปทั่วโลกออนไลน์ทั้งฝั่งไทยและกัมพูชา นอกจากนี้แรงงานกัมพูชารายนี้ยังเสริมว่าแรงงานและญาติ ๆ ในฝั่งกัมพูชา “70% ไม่ต้องการให้เกิดความรุนแรงที่ชายแดน” ส่วนคนงานกัมพูชาในไทยแบ่งออกเป็น 2 ทางคือ เจรจากัน กับนำข้อพิพาทขึ้นสู่ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (International Court of Justice - ICJ) หรือศาลโลก
.
แรงงานกัมพูชานับล้านคนเหล่านี้นับเป็นหนึ่งในฟันเฟืองที่สำคัญต่อระบบเศรษฐกิจไทย แต่อีกด้านหนึ่งพวกเขาคือมนุษย์ไม่ต่างจากเรา ทุกหยาดเหงื่อ ทุกชีวิตของแรงงานกัมพูชาขับเคลื่อนเส้นเลือดของประเทศ ปฏิเสธไม่ได้ว่าข้อพิพาทครั้งนี้โหมกระพือกระแสชาตินิยมนั้นสร้างการเลือกปฏิบัติต่อพวกเขาอย่างมาก รวมถึงแรงงานตามแนวชายแดนที่ได้รับผลกระทบเรื่องปากท้องโดยตรงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
.
ดังนั้นบทเรียนครั้งนี้สะท้อนว่าความขัดแย้งระหว่างรัฐและกระแสชาตินิยมไม่ยังผลดีต่อประเทศเลยแม้แต่น้อย ยังซ้ำเติมความเปราะบางระหว่างประชาชนสองประเทศผ่านการโหมวัฒนธรรมการเลือกปฏิบัติอย่างเหมารวม และยังมีผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจ เราไม่อาจจินตนาการผลกระทบหากไทยขาดแรงงานกัมพูชารวมถึงแรงงานข้ามชาติประเทศอื่น ๆ ซึ่งนอกจากพวกเขาจะพึ่งพิงและ “รับ” จากไทยแล้ว ยังเป็นฝ่าย “ให้” การเติบโตทางเศรษฐกิจในประเทศอีกด้วย
.
เพราะไทยและกัมพูชาต่างต้องพึ่งพาอาศัยกัน ผมหวังว่าในอนาคตจะไม่เกิดความขัดแย้งระหว่างรัฐที่นำไปสู่การโหมกระพือชาตินิยมสุดขั้ว จนส่งผลกระทบต่อพี่น้องแรงงานข้ามชาติที่ทำงานในประเทศไทย และขอย้ำให้ทุกภาคส่วนในสังคมใช้สติแยกแยะ ไม่เหมารวมเอาความขัดแย้งระหว่างรัฐให้ขยายวงเป็นความขัดแย้งระหว่างเชื้อชาติ จบความขัดแย้งบนโต๊ะเจรจาร่วมกันสร้างสันติภาพอย่างยั่งยืน
.
เป็นเรื่องที่น่าสนใจว่าเราเป็นเดือดเป็นร้อนกับพื้นที่ ๆ ห่างไกลหลายคนมาก ขณะที่บางคนอาจมีเพื่อนร่วมงานเป็นคนงานกัมพูชาหรือพม่าบ้าง แต่กลับไม่รู้สึกกระทบกระเทือนหากเขาเหล่านั้นไม่ได้เป็นสมาชิกสหภาพเดียวกับเรา ทั้งที่การรวมของคนงานไม่ว่าสังกัดชนชาติใดต่างก็สร้างอำนาจการต่อรองของคนงานร่วมกันต่อนายจ้าง ผมจึงอยากชวนให้ประชาชนโดยเฉพาะผู้ที่เป็นคนงานหรือชนชั้นแรงงานด้วยกันมองเห็นว่าอะไรคือคู่ขัดแย้งจริง ๆ ของเรา อะไรคือผลประโยชน์ร่วมกันของเราอย่างแท้จริง การปลุกกระแสให้รู้สึกคนงานข้ามชาติเป็นคู่ขัดแย้งแท้จริงเป็นเพียงภาพลวงตาที่ทำให้เรามองไม่เห็นผลประโยชน์ทางชนชั้นที่เราถือร่วมกันกับแรงงานไม่ว่าจะสังกัดชนชาติใดหรือไม่
.

อ้างอิง

.

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

เอกสารงบประมาณ 2569 (ขาวคาดแดง)

แจกเอกสารประกอบการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ 69 : เศรษฐกิจ-สังคม-ความมั่นคง-ภัยพิบัติ-บริหาร

เก็บตกข้อเสนอภาควิชาการ เลือกตั้งเสรีและเป็นธรรม หน้าตาเป็นอย่างไร?