ขอทุกฝ่ายใช้สติ ถอนฟืนออกจากไฟ อย่าเดินไปสู่สงครามกับเพื่อนบ้าน
ในความขัดแย้งรอบใหม่ระหว่างไทยกับกัมพูชาครั้งนี้ที่เริ่มจากการปะทะกันบริเวณช่องบก มีความพยายามปลุกกระแสชาตินิยมในกลุ่มมวลชนทั้งสองฝ่ายและเรียกร้องให้แต่ละฝ่ายเปิดฉากสู้รบกันอย่างต่อเนื่อง
.
ก่อนอื่นผมไม่ได้ขอให้รัฐบาล "ถอย" และไม่รักษาอธิปไตยของประเทศไทย แต่ขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายทั้งรัฐบาลและประชาชนทุกคนใช้สติ ไม่หลงเข้าสู่วังวนของความรุนแรงที่สุดท้ายจะมีแต่ความสูญเสียกันทั้งสองฝ่าย
.
สิ่งที่รัฐบาลทำได้คือการเร่งแสดงท่าทีที่ชัดเจนและเข้มแข็งต่อสถานการณ์นี้ด้วยทุกเครื่องมือที่มียกเว้นการสู้รบที่ไม่จำเป็น ไม่ว่าจะเป็นการส่งหนังสือประท้วงกัมพูชา การเรียกร้องต่อสหประชาชาติ การหารือทางการทูตกับกัมพูชา แถลงให้ความมั่นใจกับประชาชน ไปจนถึงลดความสัมพันธ์ทางการทูต ทั้งนี้กระทรวงการต่างประเทศควรเร่งประสานจัดการประชุมคณะกรรมการเขตแดนร่วม (Thai-Cambodian Joint Boundary Commission - JBC) กับฝ่ายกัมพูชาโดยเร็วเพื่อหาทางออกอย่างสันติวิธี
.
สำหรับสื่อมวลชนรวมถึงอินฟลูเอนเซอร์ที่กำลังรายงานข่าวและสร้างคอนเทนต์ในเชิงปลุกกระแสชาตินิยมอยู่ในขณะนี้ แม้สิ่งนี้จะเป็นเสรีภาพในการแสดงออก แต่แผนปฏิบัติการราบัต (Rabat Plan of Action) ว่าด้วยการห้ามปรามการรณรงค์สร้างความเกลียดชังทางชนชาติ เชื้อชาติ หรือศาสนา ซึ่งเป็นการยุยงปลุกปั่นให้เกิดการเลือกปฏิบัติ ความเป็นศัตรูหรือความรุนแรง ซึ่งเป็นข้อสรุปของผู้เชี่ยวชาญองค์การสหประชาชาติที่ได้ชี้ว่าการแสดงออกที่สร้างความเกลียดชังสามารถถูกจำกัดได้ภายใต้มาตรา 18 และ 19 ของกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง รัฐมีพันธกรณีที่ต้องห้ามมิให้มีการแสดงออกที่มีลักษณะเทียบเท่ากับการยุยงปลุกปั่นให้เกิดการเลือกปฏิบัติ ความเป็นศัตรูหรือความรุนแรง
.
ดังนั้นสื่อมวลชนควรปฏิบัติหน้าที่ด้วยความตรงไปตรงมา ไม่รายงานข่าวที่ส่งเสริมความเกลียดชังระหว่างประเทศหรือสร้างความเป็นศัตรูให้กับประเทศเพื่อนบ้าน การรายงานข่าวตามข้อเท็จจริงตามสถานการณ์เป็นเรื่องพื้นฐานที่สื่อพึงกระทำโดยปราศจากอคติและความเกลียดชัง
.
ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นระหว่างสองประเทศหากปะทุขึ้นกลายเป็นการสู้รบ นอกจากจะเกิดความสูญเสียทางกายภาพแล้วยังเป็นผลเสียต่อเศรษฐกิจของประเทศเช่นกัน เพราะการปิดด่านชายแดนจะส่งผลกระทบต่อการค้าขายระหว่างประเทศโดยตรง ขณะที่ไทยเองก็ได้ได้ประโยชน์จากแรงงานกัมพูชาในอุตสาหกรรมต่าง ๆ การสู้รบจึงไม่ยังประโยชน์ใด ๆ สู่ประเทศเลย โดยเฉพาะเมื่อคนที่สนับสนุนให้สู้รบอยู่ห่างจากชายแดนกว่า 600 กิโลเมตร ขณะที่ประชาชนในพื้นที่ต้องตกอยู่ในความหวาดกลัวถึงความรุนแรงและผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับครอบครัวและการทำมาหากิน
.
ผมขอย้ำอีกครั้งว่าทุกฝ่ายควรตรองดูอย่างรอบคอบในสถานการณ์ที่แหลมคมเช่นนี้ ไม่ประโคมสถานการณ์ให้รุนแรงเกินความจำเป็น และรัฐบาลต้องเร่งแสดงท่าทีที่เข้มแข็งในเรื่องนี้โดยยึดสันติวิธี เพราะชีวิตมนุษย์ทุกคนมีค่า ไม่ว่าจะฝ่ายไทยหรือกัมพูชาก็ตาม

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น