นายกฯ แพทองธารตอบกระทู้ ‘สว.เทวฤทธิ์’ ผ่านราชกิจจานุเบกษา ปมร่างกฎหมายที่เสนอโดยประชาชน-ยืนยันให้ความสำคัญ พร้อมแจงสถานะทุกร่างกฎหมาย ไม่ตอบเหตุปัดตกร่าง กม. ประชาชน
เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2568 ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่คำตอบของแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ต่อกระทู้ถามของผมเรื่อง “การพิจารณาให้คำรับรองร่างพระราชบัญญัติเกี่ยวด้วยการเงินที่เสนอโดยประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง” ที่ผมถามไปตั้งแต่ 4 กุมภาพันธ์ 2568
.
ซึ่งกระทู้ดังกล่าวมีเนื้อหาทวงถามถึงร่าง พรบ.ที่ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งเป็นผู้เสนอจำนวน 9 ฉบับ และตั้งคำถามถึงความล่าช้าในการพิจารณารับรองของนายกรัฐมนตรี รวมทั้งการให้ความสำคัญต่อกฎหมายที่มาจากเสียงประชาชน พร้อมตั้งคำถามต่อนายกรัฐมนตรี 4 ข้อ ดังนี้
.
1.ท่านในฐานะนายกรัฐมนตรีจะมีมาตรการหรือวิธีการอย่างไรในการสร้างหลักประกันว่าร่างกฎหมายที่มีการเสนอโดยผู้มีสิทธิเลือกตั้งจะได้รับการพิจารณาโดยเร็วที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ ไม่ถูกชะลอหรือคงค้างไว้ในกระบวนการพิจารณา หรือจะมีการกำหนดกรอบระยะเวลาในการพิจารณาหรือไม่อย่างไร ขอทราบรายละเอียด
.
2.กรณีท่านมีมติไม่รับรองร่างกฎหมาย ท่านในฐานะนายกรัฐมนตรีจะมีมาตรการหรือวิธีการอย่างไรในการให้คำอธิบายหรือเหตุผลประกอบผลการพิจารณาเพื่อให้ประชาชนผู้เสนอร่างกฎหมายสามารถเข้าใจถึงเหตุผลในการพิจารณาได้ รวมถึงสามารถนำร่างกฎหมายของตนที่ไม่ผ่านการรับรองกลับไปปรับปรุงให้สอดคล้องกับนโยบายและการบริหารงานของรัฐบาล ขอทราบรายละเอียด
..
3.ร่างพระราชบัญญัติที่เสนอโดยประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่อยู่ระหว่างรอคำรับรองของนายกรัฐมนตรีจำนวนอย่างน้อย 9 ฉบับที่ได้กล่าวถึงข้างต้น มีความคืบหน้าในการพิจารณาเป็นอย่างไร และคาดว่าจะมีผลการพิจารณาเมื่อใด ขอทราบรายละเอียด
.
4.นอกจากร่างพระราชบัญญัติที่เสนอโดยประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่อยู่ระหว่างรอคำรับรองของนายกรัฐมนตรีจำนวนอย่างน้อย 9 ฉบับที่ได้กล่าวถึงข้างต้น ยังมีร่างพระราชบัญญัติอื่นที่เสนอโดยประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่ยังอยู่ระหว่างรอคำรับรองของนายกรัฐมนตรีอีกหรือไม่ ร่างใดบ้างและความคืบหน้าเป็นอย่างไร ขอทราบรายละเอียด
.
โดยนายกรัฐมนตรีได้ตอบคำถามของผมโดยมีใจความสำคัญคือ รัฐบาลเล็งเห็นความสำคัญของการมีส่วนร่วมในการเสนอร่างกฎหมายของประชาชน สำหรับการเสนอกฎหมายที่เกี่ยวด้วยการเงินที่ส่งมาให้นายกรัฐมนตรีรับรองนั้น สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีมีกระบวนการดำเนินการโดยพิจารณาหลักการและเหตุผล รวมถึงสาระสำคัญ และสอบถามความเห็นจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อประกอบการพิจารณาของนายกรัฐมนตรี ตามกรอบเวลา 20 วัน และแจ้งผลต่อสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรภายในกำหนด 30 วัน เมื่อนายกรัฐมนตรีมีบัญชาให้คำรับรองหรือไม่รับรองจะแจ้งผลการพิจารณาโดยเร็วที่สุดให้สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรทราบต่อไป ทั้งนี้รัฐบาลให้ความสำคัญกับร่าง พรบ. เกี่ยวด้วยการเงินทุกฉบับไม่ว่าจะเป็นของ สส. หรือประชาชน
.
ในส่วนร่างพระราชบัญญัติเกี่ยวด้วยการเงินที่เสนอโดยประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งซึ่งประธานสภาผู้แทนราษฎรส่งมาเพื่อนายกรัฐมนตรีพิจารณาให้คำรับรอง จำนวน 13 ฉบับ มีสถานะและความคืบหน้าดังนี้
.
ดำเนินการเสร็จสิ้นแล้ว โดยนายกรัฐมนตรีไม่ให้คำรับรอง และแจ้งให้สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรแล้ว จำนวน 3 ฉบับ
อยู่ระหว่างดำเนินการ จำนวน 10 ฉบับ
.
2.1 นายกรัฐมนตรีเห็นชอบให้รอร่าง พรบ. ของคณะรัฐมนตรีก่อนพิจารณาจำนวน 1 ฉบับ
.
2.2 อยู่ระหว่างสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีติดตามความคืบหน้าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเสนอความเห็นประกอบการพิจารณาของนายกรัฐมนตรี จำนวน 9 ฉบับ
.
ทั้งนี้นายกรัฐมนตรีไม่ได้ตอบคำถามของผมถึงมาตรการหรือวิธีการในการให้คำอธิบายหรือเหตุผลประกอบผลการพิจารณากรณีไม่รับรองร่างกฎหมายให้ประชาชนผู้เสนอร่างกฎหมายสามารถเข้าใจถึงเหตุผลในการพิจารณาได้ รวมถึงสามารถนำร่างกฎหมายของตนที่ไม่ผ่านการรับรองกลับไปปรับปรุงให้สอดคล้องกับนโยบายและการบริหารงานของรัฐบาล รวมถึงไม่ตอบคำถามที่ว่าจะมีมาตรการหรือวิธีการอย่างไรในการสร้างหลักประกันว่าร่างกฎหมายที่มีการเสนอโดยผู้มีสิทธิเลือกตั้งจะได้รับการพิจารณาโดยเร็วที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ ไม่ถูกชะลอหรือคงค้างไว้ในกระบวนการพิจารณา
.
ผมหวังว่านายกรัฐมนตรีจะให้ความสำคัญกับกฎหมายจากประชาชนมากขึ้น และพิจารณาร่างกฎหมายโดยคำนึงถึงประโยชน์ของประช่ชนเป็นหลัก และที่สำคัญนายกรัฐมนตรีควรชี้แจงสาเหตุที่ไม่รับรองร่างกฎหมายที่มาจากประชาชน ทั้งที่ตอบกระทู้นี้ว่าให้ความสำคัญกับกฎหมายที่มาจากประชาชนไม่ต่างจากกฎหมายที่มาจาก สส. แต่กฎหมายที่นายกรัฐมนตรีไม่รับรองทั้งหมดกลับเป็นร่าง พรบ. ที่มาจากการเข้าชื่อของประชาชน
.
ดูรายละเอียดเพิ่มเติม : https://ratchakitcha.soc.go.th/documents/73311.pdf

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น