หลากมิติ 93 ปี อภิวัฒน์สยาม มรดกที่ยังเหลือกับการพัฒนาสังคมประชาธิปไตย

(ทีมงาน)

ย้อนไปในเวลาย่ำรุ่งของวันที่ 24 มิถุนายน 2475 หน้าประวัติศาสตร์ไทยเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เมื่อคณะราษฎรหาญกล้าปฏิบัติการเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ สู่ระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ
.
วานนี้ (24 มิถุนายน 2568) เป็นวันครบรอบ 93 ปี การเปลี่ยนแปลงการปกครองสู่ระบอบประชาธิปไตยหรือ "อภิวัฒน์สยาม" ซึ่งเมื่อพิจารณามายังปัจจุบัน สถานการณ์ของประชาธิปไตยในหลากหลายมิติยังคงไม่ราบรื่น ทีมงานสมาชิกวุฒิสภา เทวฤทธิ์ มณีฉายได้ร่วมกิจกรรมเสวนา “หาย-หา’: 93 ปี อภิวัฒน์สยาม จากย่ำรุ่งสู่ประชาธิปไตย” ที่คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ มีช่วงของการ Exclusive Talk ที่เปิดให้บุคคลที่เคลื่อนไหวในประเด็นต่าง ๆ ได้ถ่ายทอดประสบการณ์ในวาระนี้


.

[สิ่งแวดล้อม]

.
อภิศักดิ์ ทัศนี จาก Beach for Life กล่าวว่าประเด็นสิ่งแวดล้อมจะดำเนินการได้อย่างเป็นธรรมในสังคมประชาธิปไตย อำนาจจัดการทรัพยากรต้องไม่เป็นของรัฐและทุนผูกขาด วิกฤตทางสิ่งแวดล้อมเป็นเพราะอำนาจรัฐเอียงไปทางทุนและไม่เห็นหัวประชาชน
.
นักสิ่งแวดล้อมบางส่วนทำให้ปัญหาสิ่งแวดล้อมแยกส่วนจากสังคมไทย แยกขาดจากการเคลื่อนไหวทางการเมืองเพื่อประชาธิปไตย ซ้ำร้ายนักสิ่งแวดล้อมบางคนยังทำลายประชาธิปไตยด้วย องค์กรพัฒนาเอกชนบางกลุ่มกลับไปสร้างความเข้มแข็งให้รัฐบาลและฟอกเขียวให้เอกชนเพียงเพื่อให้องค์กรตัวเองอยู่รอด มองไม่เห็นว่าประชาธิปไตยเกี่ยวพันกับภารกิจปกป้องสิ่งแวดล้อมและชุมชน ทำให้รัฐและทุนใหญ่มากขึ้นจนทำลายสิ่งแวดล้อมได้มากขึ้น
.
ที่ผ่านมานักสิ่งแวดล้อมมักต่อต้านโครงการขนาดใหญ่ที่ทำลายชุมชน ซึ่งนักพัฒนาและนักเคลื่อนไหวมักมีชัยชนะเสมอมา แต่รัฐและทุนก็เรียนรู้จึงออกกฎหมายอย่าง EEC และ SEC เพื่อสร้างสนามการต่อสู้ใหม่ให้ตนได้เปรียบ เพราะระบอบประชาธิปไตยของไทยยังไม่สมดุลและเอียงข้างทุน กฎหมาย EEC และ SEC สร้างรัฐซ้อนรัฐและระงับไม่ต้องใช้กฎหมายปกติได้เพื่อสนับสนุนอุตสาหกรรมและดึงดูดชาวต่างชาติมาลงทุน
.
ปัญหาสิ่งแวดล้อมแสดงว่าสังคมไม่เป็นประชาธิปไตยอย่างยิ่ง จึงต้องถามว่าขบวนการเคลื่อนไหวทางสิ่งแวดล้อมจะควบคู่ไปกับประชาธิปไตยอย่างไร จะยืนหยัดต่อสู้กับรัฐและทุนอย่างไรที่จะไม่ใช้ทางลัด จึงต้องสร้าง รัฐธรรมนูญใหม่ที่เปิดโอกาสให้ประชาชนอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ไม่ใช่ต่อสู้ภายใต้ระบอบเผด็จการ
.

[ความยุติธรรม]

.
พูนสุข พูนสุขเจริญ จากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ให้ข้อมูลว่าหลังรัฐประหารคดี ม.112 ถูกย้ายไปอยู่ในศาลทหารและโดนลงโทษหนักขึ้น เดิมกรรมละจาก 5 ปีก็เพิ่มเป็น 10 ปี แต่บางคดีช่วงปี 2561 – 2563 ศาลก็ไม่ลงโทษเลย ไม่ฟ้อง ม.112 แต่ใช้วิธีนอกกฎหมายไปพามาจากบ้าน รีดข้อมูล และให้ลงเซ็นสัญญาว่าจะไม่ทำอีก บางคนก็ถูกฟ้องด้วยข้อหาอื่นเช่น ม.116 แทน และภายหลังปี 2563 ก็มีการนำ ม.112 กลับมาใช้ใหม่จนมีคนโดนคดีนับร้อย แสดงถึงความไม่มีมาตรฐาน
.
ม.112 มีปัญหาทั้งเนื้อหาและกระบวนการ ขณะที่คดีหมิ่นประมาทบุคคลทั่วไปมีโทษ 1 – 2 ปี แต่คดี 112 มีโทษขั้นต่ำคือ 3 ปี ถือว่าไม่ได้สัดส่วน และบุคคลที่ไม่ใช่ผู้เสียหายก็ไปแจ้งความได้ เมื่อประชาชนลงชื่อแก้ไขประธานรัฐสภาก็ไม่รับไปพิจารณา พรรคการเมืองที่เสนอแก้กฎหมายก็ถูกยุบ คดี ม.112 ประกันตัวได้ยากและมีเงื่อนไขมากกว่าคดีอื่น ประกันตัวไปแล้วก็อาจถอนประกันได้ อัยการกล่าวหาว่าจำเลยไม่พูดความจริง แต่ศาลไม่ออกหมายเรียกพยานให้จำเลยพิสูจน์ความจริงได้ แล้วจะสู้คดีได้อย่างเต็มที่หรือ ยิ่งไปกว่านั้นการนิรโทษกรรมทางการเมืองก็อาจไม่รวมคดี ม.112 ด้วย หากประเทศไทยปกครองด้วยนิติรัฐยกเว้นในคดี ม.112 ก็แสดงว่าไม่มีความเสมอภาคทางกฎหมาย 93 ปีผ่านไป ตำแหน่งและสถานะของประชาชนกับสถาบันต่าง ๆ ก็ยังไม่สิ้นสุด กระบวนการยุติธรรมจะบอกว่าคนเท่ากันหรือไม่ คำตอบคือการเอานิติรัฐกลับคืนมา ให้ทุกคนอยู่ใต้กฎหมายอย่างเท่าเทียมกัน
.

[ความเท่าเทียมทางเพศ]

.
อาทิตยา อาษา จาก TransEqual ระบุว่าประชาธิปไตยต้องมีความเท่าเทียมทางเพศ ซึ่งไมใช่เฉพาะคนข้ามเพศแต่ต้องไม่ปล่อยให้กลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเป็นชายขอบ รัฐธรรมนูญ 2550 มีการพูดถึงความหลากหลายทางเพศด้วย และมีการระดมความเห็นเรื่องคำนำหน้านามตั้งแต่ปี 2550 หรือเกือบ 20 ปีก่อนแล้ว ในปี 2551 มี พรบ. คำนำหน้านามหญิง ให้ผู้หญิงที่จดทะเบียนแล้วเลือกใช้นางหรือนางสาวได้ แต่คนข้ามเพศยังเปลี่ยนคำนำหน้านามไม่ได้ ในปี 2554 เปิดให้คนข้ามเพศเข้าเลือกตั้งได้อย่างเสรีตามอัตลักษณ์ทางเพศของตน หลังหญิงข้ามเพศเลือกตั้งไม่ได้เพราะภาพไม่ตรงในบัตรก็มีการทำแนวปฏิบัติในหน่วยเลือกตั้งใหม่ขึ้น ปี 2562 ธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์ได้เป็น สส. คนข้ามเพศคนแรก แต่ก็ยังถูกล้อเลียนทำลายความน่าเชื่อถืออยู่ ปี 2566 – 2567 มีการยื่น พรบ. รับรองอัตลักษณ์ทางเพศฉบับประชาชน ที่ต้องมีร่าง พรบ. นี้เพราะคนข้ามเพศอยากมีตัวตนทางกฎหมาย ประชาธิปไตยต้องรับรองสิทธิและอัตลักษณ์ของคนทุกเทศ รวมถึงคนที่เกิดมาไม่ตรงเพศที่รัฐมอบให้ด้วย ต้องไม่ตีกรอบแค่ชายหญิง แต่ต้องมีอำนาจกำหนดชีวิตตนเอง
.

[การกระจายอำนาจ]

.
กันต์ธีทัต ปวีณ์กรณ์สมบัต จากเชียงใหม่มหานคร ชี้ว่าการรณรงค์เพื่อเลือกตั้งผู้ว่าฯ จ.เชียงใหม่มีมาตั้งแต่ปี 2533 – 2534 ต่อมาปี 2535 ภาคประชาชนพยายามเสนอเลือกตั้งผู้ว่าฯ อีกครั้งแต่ก็ได้แค่ พรบ. สภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล ปี 2551 ภาคประชาสังคมก็ตั้งชุมชนพึ่งตนเองและเสนอเรื่องเชียงใหม่มหานครและล่ารายชื่อยื่นสภา แต่เมื่อเกิดรัฐประหาร 2557 ก็หยุดชะงักไป
.
หลักสำคัญของ พรบ. เชียงใหม่มหานคร คือ ประชาชนมีส่วนร่วมทางการเมือง ผู้ว่าฯ มาจากการเลือกตั้ง มีสภาพลเมืองเสนอทิศทางและตรวจสอบ ยกเลิกส่วนภูมิภาคที่ซ้ำซ้อนซึ่งจะทำอะไรก็ต้องผ่านส่วนกลาง ภาษีเข้าจังหวัดครึ่งหนึ่ง เข้าส่วนกลางครึ่งหนึ่ง เศรษฐกิจต้องเป็นธรรม มีการกระจายอำนาจเพื่อให้เห็นเจตนารมณ์ของประชาชน ประชาชนจะได้มีชีวิตที่ดี โดยแบ่งการปกครองเป็น 2 ระดับ คือ เชียงใหม่มหานครและเทศบาลตำบล
เราไม่ได้อยากให้ได้แค่เชียงใหม่ แต่อยากให้จังหวัดอื่นได้ด้วยเช่นกัน ซึ่งที่ผ่านมาตนเสนอให้แก้รัฐธรรมนูญได้ทั้งฉบับ ให้ประชาชนได้กำหนดชีวิตตนเอง คนชั้นบนต้องคืนอำนาจให้ประชาชน
.

[ความยุติธรรมแรงงาน]

.
ดวงสมพงษ์ หวังลาภ สหภาพคนทำงาน กล่าวว่าแรงงานเป็นประชาชนในระบอบประชาธิปไตย ประชาธิปไตยที่แท้จริงต้อให้สิทธิแรงงานในการรวมตัวเป็นสหภาพแรงงาน ขบวนการแรงงานมีมาก่อนอภิวัฒน์ 2475 แล้ว และได้รับการยอมรับมากขึ้นหลังจากนั้น ขบวนการแรงงานก็สนับสนุนปีกก้าวหน้าของคณะราษฎร ถวัติ ฤทธิเดชก็เป็นกรรมกรที่สนับสนุนสมุดปกเหลืองของปรีดี พนมยงค์ คณะราษฎรก็ตรา พรบ. สำนักงานจัดหางานในปี 2475 เพื่อช่วยเหลือราษฎรที่ว่างงานให้มีงานทำ
.
การเมืองกำหนดคุณภาพชีวิตของแรงงานในทุกมิติ สิทธิต่าง ๆ มาจากการต่อสู้เรียกร้องของขบวนการแรงงาน รวมทั้ง พรบ. ประกันสังคมและ พรบ. ความปลอดภัยในการทำงานฯ ยิ่งประเทศเป็นประชาธิปไตยคุณภาพชีวิตของแรงงานก็ดีขึ้น
.
ในไทยทุกครั้งที่เกิดการรัฐประหารผู้ใช้แรงงานจะได้รับผลกระทบที่สุด และหลังรัฐประหารคณะรัฐประหารก็จะนำผู้นำแรงงานไปคุยเพราะมีอิทธิพล แต่ผู้นำแรงงานบางคนก็กลับสนุนรัฐประหารหรือเรียกร้องสงคราม ทั้ง ๆ ที่ไม่มีวีรบุรุษจากการปล้นอำนาจ ยิ่งเกิดรัฐประหารสิทธิแรงงานยิ่งถดถอย ทุกวันนี้มีปัญหาแรงงานมาก ทั้งปัญหาแรงงานแพลตฟอร์ม หรือการประมูลงานแม่บ้านในหน่วยราชการและรัฐวิสาหกิจ คนข้ามเพศก็ถูกบังคับแต่งกายและตัดผมตามเพศกำเนิด
.
แรงงานต้องเป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้งและมีสิทธิในการเรียกร้องในสถานที่ทำงาน ไม่ควรต้องทำงานหนักแล้วยังยากจน แรงงานต้องมีศักดิ์ศรี การเรียกร้องเรื่องนี้ไม่ใช่ของสหภาพคนทำงาน แต่เป็นของทุกคน
.

[สถาบันพระมหากษัตริย์]

.
กรกช แสงเย็นพันธ์ กลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย (DRG) กล่าวถึงประเด็นเกี่ยวกับสถาบันหลักของประเทศเพื่อยืนยันสิทธิเสรีภาพในการแสดงออก และเรียกร้องให้เกิดการทบทวนบทบาทและสถานะของสถาบันต่าง ๆ ให้สอดคล้องกับหลักการประชาธิปไตย อันเป็นเจตนารมณ์ที่ได้รับสืบต่อมาตั้งแต่การเปลี่ยนแปลงการปกครองในปี 2475 ซึ่งวางรากฐานให้ประเทศไทยเป็นรัฐธรรมนูญ โดยมีองค์ประมุขไม่แทรกแซงการบริหารราชการแผ่นดินโดยตรง แต่ใช้อำนาจผ่านกลไกของรัฐ เช่น ฝ่ายนิติบัญญัติ บริหาร และตุลาการ
อย่างไรก็ตาม กระบวนการเปลี่ยนผ่านอำนาจที่เริ่มต้นจากการรัฐประหารในปี 2557 จนนำไปสู่รัฐธรรมนูญปี 2560 ได้ก่อให้เกิดคำถามเกี่ยวกับความเป็นประชาธิปไตยของระบบการเมืองไทย โดยเฉพาะการแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญในบางประเด็นสำคัญ และการใช้ถ้อยคำที่อาจมีผลต่อโครงสร้างอำนาจ ทำให้เกิดข้อถกเถียงเกี่ยวกับความสมดุลของอำนาจระหว่างฝ่ายการเมืองกับสถาบันอื่น รวมถึงการเปลี่ยนแปลงสถานะของทรัพย์สินสาธารณะบางประเภท ซึ่งเคยถูกแยกออกอย่างชัดเจนในอดีต
แม้สถานการณ์ปัจจุบันจะดูไม่เอื้ออำนวย แต่ผู้พูดยังคงมีความหวังต่อหลักการพื้นฐานของการปกครองในระบอบประชาธิปไตยที่ว่า “อำนาจอธิปไตยเป็นของประชาชน” ซึ่งยังฝังรากลึกอยู่ในความคิดและจิตใจของผู้คน และเชื่อว่าความหวังนี้จะผลิบานขึ้นอีกครั้งเมื่อเงื่อนไขเอื้ออำนวย
.

[ปฏิรูปกองทัพ]

.
ชยพล สท้อนดี จากพรรคประชาชน ชี้ว่ากองทัพคืออุปสรรคหนึ่งของประชาธิปไตย ทั้ง ๆ ที่กองทัพมีหน้าที่จัดการข้าศึกภายนอก ส่วนเรื่องภายในเป็นเรื่องของประชาชน ตามหลักประชาธิปไตยแล้วรัฐธรรมนูญอยู่สูงสุด รัฐบาลรองลงมา และกระทรวงกลาโหมอยู่ใต้รัฐบาล แต่กองทัพกลับล้มรัฐบาลและฉีกรัฐธรรมนูญได้
.
สมัยก่อนสถาบันฯ นักการเมือง และกองทัพมักแย่งอำนาจกันเองโดยไม่เห็นหัวประชาชน ทั้ง ๆ ที่ประชาชนควรมีอำนาจสูงสุดในประเทศ เพราะเป็นผู้เลือกรัฐบาลมาใช้อำนาจรัฐและปกครองประเทศ ทั้งกองทัพและการเมืองมักอ้างสถาบันฯ เพื่อตนเอง โดยประชาชนเป็นเพียงผู้ต่อรองอำนาจ แต่ปัจจุบันกองทัพกลายเป็นผู้ผูกขาดความจงรักภักดีและกดดันฝ่ายการเมือง ให้ฝ่ายการเมืองไปทะเลาะกับประชาชนอีกที
.
กองทัพที่แทรกตัวเองระหว่างสถาบันฯ กับการเมืองไม่ใช่นายทหารปัจจุบันแต่กลายเป็นทหารเกษียณ มองประชาชนเป็นฝ่ายเห็นต่าง แม้เพื่อนทหารของตนก็บอกว่ากองทัพถูกชักใยจากหลายทาง คนรุ่นใหม่ในกองทัพที่อยากเปลี่ยนแปลงให้สอดคล้องกับประชาธิปไตยก็ทำไม่ได้เพราะจะส่งผลต่อการเลื่อนตำแหน่งหน้าที่ทางการงาน
.
พรบ. จัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหมให้อำนาจทหารเหนือพลเรือน เพราะมีทหาร 20 กว่าคนในสภากลาโหมเทียบกับพลเรือนไม่กี่คน เรื่องสถานการณ์ความขัดแย้งกับกัมพูชาทหารก็รู้ก่อนแต่ไม่บอกประชาชน และกองทัพก็ไม่ฟังรัฐบาลทั้ง ๆ ที่ควรอยู่ใต้รัฐบาล มาตรการทางการทหารไม่ควรเป็นมาตรการแรก รัฐบาลเองก็ไม่สามารถควบคุมกองทัพได้เพราะไม่กล้าแก้กฎหมาย ความขัดแย้งก็อาจบานปลายไปได้อย่างที่สั่นคลอนรัฐบาลในขณะนี้
.

[การศึกษา]

.
ธนวรรธน์ สุวรรณปาล จากครูขอสอน ให้ความเห็นว่า หลักประการที่ 6 ของคณะราษฎรคือ “ต้องให้การศึกษาเต็มที่แก่ราษฎร” หลังเปลี่ยนแปลงการปกครองคณะราษฎรจึงทำให้ทุกคนเข้าถึงการศึกษาได้มากยิ่งขึ้น ขยายตัวออกไปจากกรุงเทพฯ ราษฎรทั้งชายหญิงและเยาวชนเข้าถึงการศึกษามากขึ้นหลายเท่าตัวจากสมัยสมบูรณาญาสิทธิราชย์
.
การศึกษาเป็นประตูสู่โอกาสให้มีโอกาสเลื่อนฐานะทางเศรษฐกิจ และเป็นประตูสู่ประชาธิปไตยในการเรียนรู้เรื่องสิทธิเสรีภาพ ในรัฐธรรมนูญหลายฉบับจะมีคำว่า “เรียนฟรีอย่างมีคุณภาพ” แต่ที่จริงแล้วเรียนฟรีไม่มีอยู่จริง การศึกษาไทยตกต่ำ เด็กหลุดออกนอกระบบและกลายเป็นปัญหาอื่นตามมา การศึกษาสัมพันธ์กับเศรษฐกิจ การเมือง และสังคม
.
รัฐบาลจริงใจกับการศึกษาแค่ไหนดูจากการตั้ง รมว. ซึ่งกระทรวงศึกษาถูกมองเป็นกระทรวงเกรดบี เมื่อเร็ว ๆ นี้ก็เพิ่งมีข่าวเศร้าไป คนข้างบนไม่สนใจปัญหา ต้องรอให้มีคนตายก่อน ครูมีปัญหามาตลอด คนบอกว่าครูเป็นเรือจ้างส่งนักเรียนให้ถึงฝั่ง แต่ไม่เคยถามนักเรียนว่าไปส่งถูกฝั่งไหม ครูต้องเห็นความเป็นพลเมืองของตน ต้องสนใจการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม ต้องส่งเสียงเปลี่ยนแปลงให้ชีวิตลูกศิษย์ดีขึ้น เพราะนี่เป็นปัญหาโครงสร้าง
.
พลเมืองประชาธิปไตยแบ่งเป็น 1. พลเมืองรับผิดชอบที่ทำเฉพาะหน้าที่ของตน 2. พลเมืองมีส่วนร่วม และ 3. พลเมืองที่เห็นปัญหาแล้วลุกขึ้นมาต่อสู้เพื่อตนเองและคนอื่น เรามีพลเมืองอย่างหลังน้อยเกินไป การศึกษาเป็นเครื่องมือชั้นดีทางการเมือง สังคมประชาธิปไตยต้องสร้างพลเมืองประชาธิปไตย ปลูกฝังเรื่องสิทธิเสรีภาพ เสมอภาค สิทธิมนุษยชน แต่การศึกษาไทยไม่ทำเช่นนั้น รัฐบาลเผด็จการทำให้ครูอ่อนแอ คนอ่อนแอ พลเมืองอ่อนแอ การศึกษากลายเป็นการควบคุมแช่แข็ง คณะราษฎรถูกทำให้เป็นตัวร้าย กล่าวหาว่าประชาชนไม่มีการศึกษา แทบไม่บอกว่าทหารเป็นปัญหา ตนเป็นครูตัวเล็ก ๆ แต่กลับถูกทหารจับตามอง ก็เห็นแล้วว่าทหารสนใจควบคุมการศึกษาขนาดไหน
.
ถ้าสังคมไม่ดีและมีแต่การกดขี่เราก็ไม่ควรสอนให้นักเรียนอดทน แต่ต้องสอนนักเรียนว่าสังคมที่ดีเป็นอย่างไรและให้ออกไปเปลี่ยนแปลงสังคม หากอยากได้สังคมประชาธิปไตยก็ต้องมีการศึกษาที่เป็นประชาธิปไตยด้วย ขอจิตวิญญาณแห่งการปฏิวัติอยู่กับทุกคน

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

เอกสารงบประมาณ 2569 (ขาวคาดแดง)

แจกเอกสารประกอบการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ 69 : เศรษฐกิจ-สังคม-ความมั่นคง-ภัยพิบัติ-บริหาร

เก็บตกข้อเสนอภาควิชาการ เลือกตั้งเสรีและเป็นธรรม หน้าตาเป็นอย่างไร?