‘แรงงานข้ามชาติ’ อีกเสาหลักแห่งอนาคตกองทุนประกันสังคม-ขณะสังคมไทยที่เข้าสู่สังคมสูงอายุ-ยังมีอุตสาหกรรมแรงงานเข้มข้นอยู่

 

.
ค่ำวานนี้ (15 มิถุนายน 2568) ผมมีโอกาสได้ดูรายการ ‘ข่าวข้นคนข่าว’ แล้วมีประเด็นที่สะดุด พิธีกรรายการคนหนึ่งยกเรื่องค่ารักษาพยาบาลของแรงงานข้ามชาติช่วงสถานการณ์ที่เราขัดแย้งกับกัมพูชา แม้พิธีกรอีกคนเตือนว่าพูดตอนนี้เหมือนราดน้ำร้อนไปในอารมณ์คนไทย แต่พิธีกรท่านดังกล่าวยังพูดต่อว่า "เรารักษาพยายาบาลผ่านระบบประกันสังคม คนไทยต่อเดือนหากเงินเดือนขั้นต่ำ 15,000 บาท ต้องจ่าย 750 บาท แต่แรงงานข้ามชาติเขาจ่ายเดือนละ 250 บาท แต่เขาได้รับสิทธิระบบประกันสังคมที่เทียบเท่ากับคนไทยเลยนะ เราจะบอกว่าเราดูแลแรงงานข้ามชาติดีจริง ๆ" และยิ่งพิธีกรอีกท่านยังมาตบท้ายต่อว่าให้ท่านผู้ชมไปดูงบประมาณที่รัฐลงไปกับแรงงานต่างด้าวว่าปี ๆ หนึ่งเป็นแสนล้าน
.
ย้ำว่าข้อมูลและความเข้าใจของพิธีกรข่าวสำคัญ และผมเข้าใจว่าคนทั่วไปเองก็รู้สึกแบบนั้น ดังนั้นไม่ควรไปโทษที่พิธีกรฝ่ายเดียว แต่ผู้มีหน้าที่โดยเฉพาะรัฐบาลและประกันสังคมเองควรเร่งสร้างความเข้าใจให้สื่อมวลชนและประชาชนให้รอบด้าน
.
ผมมีประเด็นอยากชวนพิจารณาดังนี้ - ปัญหาคือพิธีกรข่าวพูดข้อมูลไม่ครบ และอย่างที่พิธีกรอีกท่านว่ามันจะเป็นการราดน้ำร้อนไปในอารมณ์คนไทย เพราะหากไปดูข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติ จะพบว่าตัวเลขปี 2566 แรงงานสัญชาติกัมพูชาเป็นผู้ประกันตน มาตรา 33 ที่ส่งเงินประกันสังคมอัตรา 5% ไม่ต่างจากคนไทย จำนวน 173,347 คน เรียกว่าเป็นลำดับสองรองจากเมียนมาที่ 1,020,996 คน ถือว่าจำนวนไม่น้อยเลย (หากใครมีตัวเลขอัพเดทล่าสุดสามารถแจ้งเข้ามาได้) และจากการประเมินของคุณธนิสา ทวิชศรี สถาบันวิจัยเศรษฐกิจป๋วย อึ๊งภากรณ์ แนวโน้มก็จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เรียกว่าทั้ง 3 สัญชาติ (เมียนมา กัมพูชา และลาว) ที่เข้าสู่ระบบประกันสังคม ม.33 แตะที่ 1.26 ล้านคน ในปี 2566 แล้ว โดยเพียงเดือนเดียวมียอดเงินจากแรงงานข้ามชาติจ่ายเข้าสู่ประกันสังคมกว่า 591.4 ล้านบาท
.
ม.33 นี้คุ้มครอง 7 กรณีคือ เจ็บป่วย สงเคราะห์บุตร คลอดบุตร ชราภาพ ทุพพลภาพ ว่างงาน และตาย โดยจ่ายเงินสมทบ 5% ของฐานเงินเดือน ซึ่งจะมีฝั่งนายจ้างอีก 5% และรัฐ (ที่ค้างประกันสังคมเป็นหมื่นล้าน) อีก 2.75%
.
ในบทความของคุณธนิสายังทิ้งท้ายไว้เป็นโจทย์ที่ผมคิดว่าทุกคนควรตระหนักว่า ประเทศไทยกำลังจะเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ในไม่ช้า อัตราเฉลี่ยการเพิ่มของแรงงานไทยในระบบอยู่ที่เพียง 0.81% ต่อปีในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ในอนาคตอาจต้องมีการพึ่งพาแรงงานต่างชาติมากขึ้น จึงเป็นประเด็นชวนคิดว่าจะมีการปรับตัวในเชิงนโยบาย เช่น การคุ้มครองสิทธิและสวัสดิการของแรงงานต่างชาติให้ครอบคลุมเพื่อป้องกันปัญหาทางสังคมที่อาจตามมาอย่างไร หรือให้แรงจูงใจเพื่อดึงดูดแรงงานต่างชาติมาทำงานทักษะสูงเพิ่มขึ้นได้อย่างไร
.
สอดคล้องกับที่พิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวปาฐกถาในงานสัมมนารับฟังความคิดเห็น “การแก้ไขกฎหมายการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าวที่มีความเชื่อมโยงกับความมั่นคงและกิจการชายแดนของประเทศ” เมื่อมีนาคมที่ผ่านมาตอนหนึ่งว่า มีอีกหลายอย่างที่กำลังหารือ โดยเฉพาะเรื่องประกันสังคมที่มีการทำประชาพิจารณ์เรื่องข้อยกเว้นอาชีพต่าง ๆ ของต่างด้าว เช่น หาบเร่ แม่บ้าน เกษตรกร ที่เป็นข้อยกเว้นของประกันสังคม โดยจะนำเข้าสู่ระบบประกันสังคมตาม ม.33 เพื่อให้มีความสะดวกในสิทธิรักษาพยาบาลและการอยู่ในประเทศไทย เมื่อเกษียณอายุและต้องเดินทางกลับก็จะได้รับเงินบำนาญตามระเบียบหรือกฎหมายของประกันสังคม ซึ่งขณะนี้กระทรวงแรงงานได้นำเรื่องเข้าสู่ ครม. แล้วเหลือเพียงรอการบรรจุเท่านั้น
.
ขณะที่แรงงานอีกจำนวนมากหลุดไปเพราะขาดความรู้เกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ นายจ้างไม่นำเข้าระบบ อาศัยความไม่รู้เท่าทันสิทธิของลูกจ้าง รัฐเองก็ขาดการบังคับใช้กฎหมายอย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้เกิดการหลบเลี่ยงภาระของนายจ้างโดยเก็บเงินลูกจ้างไปแต่ไม่ส่งเงินสมทบ จนถึงแรงงานเองไม่เข้าใจภาษาและไม่มีคนแนะนำ เผชิญปัญหาเอกสารและระบบการขึ้นทะเบียน เป็นต้น
.
ผมคิดว่านี้เป็นเพียงตัวอย่างบางข้อมูลสำคัญที่รัฐหรือประกันสังคมควรสื่อสารให้มากขึ้น ไม่ควรปล่อยให้เกิดการนำเสนอข้อมูลจนอาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดและอคติต่อกัน ซึ่งไม่ใช่เพิ่งเกิดแต่เกิดมาอย่างต่อเนื่อง ทั้ง ๆ ที่แรงงานข้ามชาติเหล่านั้นเข้ามาสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้สังคมไทยมหาศาล บางคนบอกว่าเขาไม่เสียภาษี แต่ความเป็นจริงเขาเสียทั้งผ่านภาษีทางอ้อมอย่างภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) และค่าธรรมเนียม สร้างมูลค่าให้กับอุตสาหกรรมต่าง ๆ จนเป็นกำไรให้นายจ้างและนายจ้างก็เสียภาษีเข้ารัฐ ดังนั้นการดูแลตามสิทธิที่เขาพึงได้รับเป็นสิ่งที่ต้องทำ ไม่เป็นการดีหรือที่จะทำให้เขารู้สึกว่าสังคมไทยคือบ้านของเขา เพื่อที่เขาจะได้ยิ่งมาช่วยกันสร้างสรรค์สังคมนี้ และร่วมกันรับผิดชอบสังคมเราร่วมกัน เมื่อข้อเท็จจริงเขาก็เป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยกันสร้างเศรษฐกิจมาเช่นกัน
.

อ้างอิง

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

เอกสารงบประมาณ 2569 (ขาวคาดแดง)

แจกเอกสารประกอบการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ 69 : เศรษฐกิจ-สังคม-ความมั่นคง-ภัยพิบัติ-บริหาร

เก็บตกข้อเสนอภาควิชาการ เลือกตั้งเสรีและเป็นธรรม หน้าตาเป็นอย่างไร?