นับหนึ่ง ‘พรบ.อำนาจเรียก’68’ ข้อกังวล ‘เสื้อโหล’ ปมจริยธรรม




เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2568 ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่พระราชบัญญัติอำนาจเรียกของสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา พ.ศ.2568 ส่งผลให้พระราชบัญญัติดังกล่าวมีผลบังคับใช้ทันที
.
ก่อนอิ่นผมคงต้องบอกว่า พรบ.ฉบับนี้ไม่ได้เสริมเขี้ยวเล็บให้การตรวจสอบถ่วงดุลของฝ่ายนิติบัญญัติ หากแต่ออกมาเพื่อทำให้มีกฎหมายรองรับ หลังคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ เพราะรัฐธรรมนูญ 2560 ไปแก้ไขเรื่องโทษในการบังคับให้ผู้ชี้แจง จากก่อนหน้ามีโทษอาญา เหลือเป็นความรับผิดชอบของรัฐมนตรีที่มีต่อกรรมาธิการ กฎหมายนี้จึงเหลือเพียงโทษทางวินัยในการบังคับ และกรรมาธิการยังถูกกำกับโดยมาตรฐานทางจริยธรรมที่ไม่ได้สอดคล้องกับงานนิติบัญญัติด้วย
เมื่อวันที่ 3 มีนาคม ที่ผ่านมา ผมได้ร่วมอภิปรายสงวนคำแปรญัตติ ร่างพระราชบัญญัติอำนาจเรียกของคณะกรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา พ.ศ. .... นี้ ซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาเสร็จแล้ว
.
โดยผมได้ร่วมแปรญญัติในมาตรา 12 ว่า
.
"กรรมาธิการผู้ใดปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริจตามพระราชบัญญัตินี้ ให้ #ดำเนินการพิจารณาวินิจฉัยและกำหนดบทลงโทษตามข้อบังคับว่าด้วยประมวลจริยธรรมของสมาชิกและกรรมาธิการของสภานั้น " โดยตัดข้อความเดิมคือ " #ให้ถือว่าเป็นการฝ่ายฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรม " ออก
.
เหตุผลที่ผมเสนอให้ตัดข้อความเดิมออกนั้นไม่ใช่เพราะผมไม่ต้องการให้เรายึดถือจริยธรรม แต่เป็นเพราะผมเชื่อว่าเราไม่ควรจะมี "เสื้อโหล" ในเรื่องคุณธรรมจริยธรรม ซึ่ง "มาตรฐานทางจริยธรรม" ในที่นี้นั้นอ้างอิงถึง "มาตรฐานทางจริยธรรมของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ รวมทั้งผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน และหัวหน้าหน่วยงานของศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระ พ.ศ. 2561" ที่ศาลรัฐธรรมนูญและบรรดาองค์กรอิสระกำหนดเป็นภาพกว้างให้หน่วยงานของรัฐต้องปฏิบัติ ขณะเดียวกันฝ่ายตุลาการยังทำหน้าที่นำมาตรฐานจริยธรรมมาตัดสินมาตรฐานจริยธรรมกับฝ่ายนิติบัญญัติและฝ่ายบริหารด้วย ซึ่งถือว่าขัดต่อหลักการแบ่งแยกอำนาจตามระบอบประชาธิปไตย
.
นอกจากนี้ มาตรฐานจริยธรรมนี้ร่างขึ้นตามรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 219 และกำหนดให้รับฟังความเห็นจาก สส. และ สว. หากแต่ในวันที่มาตรฐานจริยธรรมฯ ประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษา (30 มกราคม 2561) ระบบนิติบัญญัติไทยยังอยู่ภายใต้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) แต่มาตรฐานจริยธรรมชุดนี้กลับตราขึ้นอย่างลัดขั้นตอนและมีผลบังคับใช้มาจนถึงปัจจุบัน
.
ผมเห็นว่าสถาบันการเมืองแต่ละสถาบันควรจะมีมาตรฐานจริยธรรมและความรับผิดชอบของตนเองตามแต่ที่มาและฐานอำนาจของสถาบันนั้น ๆ เช่น สส. ก็ควรมีมาตรฐานจริยธรรมที่รับผิดชอบต่อประชาชนเพราะมาจากการเลือกตั้งจากประชาชน การนำหลักการเดียวไปใช้กับทุกสถาบันการเมืองจึงเป็นเรื่องที่ไม่สมควรนัก
.
หากเทียบประมวลจริยธรรมของ สว. ที่นำเนื้อหามาจากมาตรฐานจริยธรรมของศาลรัฐธรรมนูญฯ กับประมวลจริยธรรมของสภาผู้แทนราษฎรจะพบว่ามีความแตกต่างกัน โดยประมวลจริยธรรมของ สส. จะเขียนขึ้นจากความเหมาะสมและ "เนื้อนาบุญ" ของ สส. เอง รวมถึงไม่ใช้ถ้อยคำว่า "เป็นกลาง" เหมือนกับของศาลรัฐธรรมนูญฯ และ สว. เพราะไม่สอดคล้องกับที่มาและการทำหน้าที่ของ สส.
.
ขณะเดียวกันกระบวนการการดำเนินการเรื่องจริยธรรมของทั้งสองสภาก็มีความแตกต่างกันในการพิจารณาความผิดและขั้นตอนการตรวจสอบ ซึ่งหากยึดเพียงมาตรฐานจริยธรรมกลางของศาลรัฐธรรมนูญก็อาจทำให้กระบวนการเหล่านี้ถูกข้ามไป เพราะมาตรฐานจริยธรรมนี้จะเป็นการลัดขั้นตอนให้สามารถเกิดการร้องเรียนต่อ ป.ป.ช. ได้โดยตรงโดยไม่จำเป็นต้องอาศัยกระบวนการทางจริยธรรมที่กำหนดไว้ของแต่ละสภา
.
รัฐธรรมนูญมาตรา 128 และ 219 ให้อำนาจสองสภาในการตราข้อบังคับเกี่ยวกับประมวลจริยธรรมของสมาชิกและกรรมาธิการให้เหมาะกับการปฏิบัติหน้าที่ของตน ดังนั้นผมจึงเห็นว่าการเขียนมาตรา 12 ใน พรบ.อำนาจเรียกฯ ว่าให้เป็นไปตามประมวลจริยธรรมของแต่ละสภาจึงเหมาะสมกว่าการใช้ "มาตรฐานจริยธรรม" ที่ยังคงมีคำถามถึงที่มาและความถูกต้องในการนำมาเป็น "เสื้อโหล" ใช้กับทุกองค์กร ทั้งที่มีที่มาจากศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระที่มีที่มาแตกต่างจาก สส. และ สว.
.
ท้ายที่สุดผมได้ยืนยันสงวนคำแปรญัติ โดยย้ำว่าผมไม่ได้คัดค้านการมีจริยธรรมหรือคุณธรรม แต่ผมคัดค้านการใช้ "มาตรฐานจริยธรรม" เพื่อให้สภาฯ ได้ทำงานอย่างเต็มที่เพื่อผลประโยชน์ของประชาชนให้สามารถตรวจสอบถ่วงดุลฝ่ายบริหารได้ ซึ่งการใช้มาตรฐานจริยธรรมจะข้ามขั้นตอนทางจริยธรรมของสภาฯ ไปถึงขั้น ป.ป.ช. ได้ง่ายมาก และในอนาคตอาจเกิดปัญหาขึ้นได้หากมีผู้ที่ถูกสภาฯ เรียกมาแล้วเห็นว่าสภาเรียกโดยมิชอบและทำให้เกิดความเสียหาย และยื่นร้องต่อ ป.ป.ช. ว่ากรรมาธิการฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรม ซึ่งจะทำให้สภาฯ และกรรมาธิการทำงานได้ยากขึ้น

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

เอกสารงบประมาณ 2569 (ขาวคาดแดง)

แจกเอกสารประกอบการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ 69 : เศรษฐกิจ-สังคม-ความมั่นคง-ภัยพิบัติ-บริหาร

เก็บตกข้อเสนอภาควิชาการ เลือกตั้งเสรีและเป็นธรรม หน้าตาเป็นอย่างไร?