ทันข่าววุฒิสภา "อนาคตรัฐธรรมนูญใหม่ ภายใต้เงารัฐบาลใหม่" คุยกับ นายเทวฤทธิ์ มณีฉาย





วันก่อนผมได้มีโอกาสให้สัมภาษณ์กับรายการ "ทันข่าววุฒิสภา" หลังประชามติจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ผ่าน และได้เห็นหน้าตารัฐสภาใหม่คร่าวๆ หลังเลือกตั้งแล้ว ซึ่งรัฐสภาจะเป็นกลไกสำคัญในการออกแบบวิธีการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ ภายใต้สถานการณ์ที่สมดุลอำนาจในสภาเอื้อฝ่ายรัฐบาลขณะนี้ และ สว. เสียงข้างมาก คุมเกมเบ็ดเสร็จ เท่ากับว่าโอกาสที่เราจะได้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ แต่ยังอยู่ในกรอบ "อนุรักษ์นิยม" โดยที่ที่ไม่แก้ปัญหาโครงสร้างมีสูงมาก
.
มีประเด็นดังนี้
.
1. จับตา "ภูมิใจไทย + สว." คุมเกมแก้กติกา แม้ประชาชนจะมอบ "ใบอนุญาต" ให้ทำรัฐธรรมนูญใหม่แล้ว แต่กลไกสำคัญคือรัฐสภา โดยปัจจุบันพรรคภูมิใจไทยครองเสียงข้างมากในสภาล่าง (ราว 200 เสียง) เมื่อรวมกับ สว. เสียงส่วนใหญ่ที่อาจมีอุดมการณ์แนวคิดไปในทางเดียวกัน อีกราว 160 เสียง ทำให้มีเสียงรวมกันแตะ 350-360 เสียง ซึ่งเกินครึ่งของรัฐสภา ทำให้ขั้วอำนาจนี้สามารถกำหนดทิศทางและกติกาการร่างรัฐธรรมนูญได้ทั้งหมด
.
2. สูตร "20 หยิบ 1" ทำองค์ประกอบของผู้ร่างฯขาดความหลากหลาย ประเด็นที่น่ากังวลที่สุดคือ สูตรการได้มาซึ่งคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ (กมธ.) หรือผู้ร่างรัฐธรรมนูญ แบบ "20 หยิบ 1" (สมาชิกรัฐสภา 20 คน เลือกผู้ร่าง 1 คน) ที่คาอยู่ในรัฐสภาวาระ 2 ก่อนยุบสภาเมื่องกลางเดือนธันวานั้น แม้เดิมทีสูตรนี้จะออกมาเพื่อป้องกันเสียงข้างมากรัฐสภากินรวบ กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ แต่ด้วยสมการทางการเมืองปัจจุบัน ที่รัฐสภาอันประกอบไปด้วย สส. สว. รวมกันนั้น มีแนวโน้มเสียงข้างมากไปในทางหนึ่งอย่างมีเอกภาพ คือ สส.พรรคภูมิใจไทย และ สว.เสียงส่วนใหญ่ ส่งผลให้สามารถเลือกผู้ร่างได้ถึง 18 คนจากทั้งหมด 35 คน ซึ่งเกินกึ่งหนึ่ง ทำให้ กมธ. ชุดนี้มีความเป็นเอกภาพสูงมาก และมีแนวโน้มจะร่างรัฐธรรมนูญไปในทิศทางดังกว่ามากกว่าจะสะท้อนความต้องการปฏิรูปของประชาชน
.
3. หวั่นเกิดภาวะ "กลืนไม่เข้าคายไม่ออก" (Dilemma) หากผู้มีอำนาจยังดึงดันใช้เสียงข้างมากผลักดันร่างรัฐธรรมนูญ ทั้งเดินหน้าวิธีการที่อาจกินรวบ อาจไม่สร้างความไว้วางใจให้ประชาชนกลุ่มอื่นเข้ามาร่วมกระบวนการร่างใหม่ ผลออกมาก็อาจไม่ตอบโจทย์การปฏิรูป สุดท้ายเมื่อนำไปทำประชามติรอบสุดท้าย ประชาชนอาจโหวต "ไม่รับ" ซึ่งจะทำให้ประเทศต้องกลับไปใช้รัฐธรรมนูญปี 2560 ที่มีปัญหาต่อไป กลายเป็นสภาวะทางตันที่น่าปวดหัวกลืนไม่เข้าคายไม่ออกอยู่ดี
.
4. แนะทางออก: ต้องประนีประนอมและเปิดพื้นที่ให้ประชาชน รัฐธรรมนูญไม่ควรเป็นแบบ "Winner Takes All" หรือผู้ชนะกินรวบ แต่ควรเป็นกติกาที่ทุกฝ่ายยอมรับร่วมกันได้ พร้อมเรียกร้องให้ผู้ถือดุลอำนาจยอมถอยและเปิดช่องระบายให้ประชาชนมีส่วนร่วม ไม่เช่นนั้นความชอบธรรมของรัฐธรรมนูญใหม่จะสั่นคลอน
.
ดังนั้นวิธีการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ที่คาวาระ 2 อยู่ในรัฐสภาก่อนยุบสภาเมื่อกลางเดือนธันวาคม ควรนำมาทบทวน สูตร 20 หยิบ 1 และเงื่อนไขที่ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ต้องผ่านเสียง สว. 1 ใน 3 ก่อนให้ประชาชนไปทำประชามติสุดท้ายนั้น ต้องทบทวนไม่ว่าจะเดินหน้าวาระ 2 นั้นต่อ หรือยกร่างกันมาใหม่ก็ตาม สิ่งที่สมาชิกรัฐสภาต้องพยายามมากกว่าที่ผ่านมาคือ ให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการเลือกผู้ร่าง หรืออย่างน้อยคัดกรองแคนดิเดทก่อนให้รัฐสภาเลือก หากไม่ยอมให้ประชาชนเลือกผู้ร่างโดยตรง เพราะกลัวคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ อีกทั้งกระบวนการร่างใหม่ต้องเปิดพื้นที่ให้ประชาชนมีส่วนร่วมใหม่มากที่สุด เพราะนอกจากโดยเป้าหมายที่เราจะทำให้รัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นของประชาชนแล้ว ใบอนุญาตสุดท้ายก็ต้องผ่านประชาชนจากการทำประชามติอยู่ดี หวังสมาชิกรัฐสภาจะพิจารณา
.
สำหรับประชาชนภารกิจยังไม่จบแค่การโหวตประชามติ แต่ต้องช่วยกันส่งเสียงและกดดันผู้แทนของตนเองให้ดำเนินการตามเจตนารมณ์ของประชาชน เพราะหากเงียบ เสียงของประชาชนจะถูกผู้มีอำนาจอ้างไปใช้ในทางที่ผิด

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

เอกสารงบประมาณ 2569 (ขาวคาดแดง)

แจกเอกสารประกอบการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ 69 : เศรษฐกิจ-สังคม-ความมั่นคง-ภัยพิบัติ-บริหาร

เก็บตกข้อเสนอภาควิชาการ เลือกตั้งเสรีและเป็นธรรม หน้าตาเป็นอย่างไร?