จุดวัดใจรัฐสภาและรัฐบาลหลังเลือกตั้ง ร่วมจับตากระบวนการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ “สูตร 20 หยิบ 1” กับเงื่อนไขของ สว.



ค่ำคืนวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 เป็นอีกช่วงเวลาสำคัญของการเมืองไทย ผลการเลือกตั้งปรากฎว่าพรรคภูมิใจไทยได้ก้าวขึ้นมาเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล ขณะเดียวกันผลประชามติก็สะท้อนเจตจำนงของประชาชนส่วนใหญ่ที่เห็นชอบให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ สถานการณ์เช่นนี้ทำให้รัฐบาลชุดใหม่ต้องเดินหน้าบริหารประเทศไปพร้อมกับกระบวนการจัดทำกติกาสูงสุดของประเทศภายใต้ความคาดหวังของสังคมที่กำลังจับตามองกระบวนการนี้อย่างใกล้ชิด
.
แม้พรรคภูมิใจไทยซึ่งเป็นพรรคการเมืองที่เรียกรวม ๆ ว่าเป็นสายอนุรักษ์นิยมจะได้รับความไว้วางใจให้จัดตั้งรัฐบาล แต่ผลประชามติได้ส่งสัญญาณชัดเจนว่าประชาชนจำนวนมากต้องการเห็นการปรับเปลี่ยนโครงสร้างทางการเมือง ดังนั้นภารกิจสำคัญของรัฐบาลจึงไม่ใช่เพียงการจัดตั้งคณะรัฐมนตรีหรือบริหารประเทศระยะสั้น แต่ยังรวมถึงการทำให้กระบวนการร่างรัฐธรรมนูญเป็นไปอย่างโปร่งใสและได้รับความเชื่อถือจากสังคม
.
ประเด็นที่น่าจับตาเป็นพิเศษคือรูปแบบการได้มาซึ่งคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะแนวคิดเรื่องระบบโควตา “20 หยิบ 1” ซึ่งเปิดให้ประชาชนสมัครผ่าน กกต. และให้สมาชิกรัฐสภา ซึ่งหมายถึง สส. และ สว. ใช้เสียงร่วมกัน 20 คนเพื่อคัดเลือกผู้แทนเข้าสู่กรรมาธิการ 1 คน โครงสร้างเช่นนี้ทำให้ดุลอำนาจในรัฐสภามีผลโดยตรงต่อองค์ประกอบของผู้ยกร่าง
.
แม้แนวคิดนี้จะตกไปหลังยุบสภา แต่เมื่อประเมินจากจำนวนสมาชิกรัฐสภาที่กำลังจะเกิดขึ้น มีความเป็นไปได้ที่สูตรนี้จะถูกหยิบยกขึ้นมาพิจารณาใหม่ ซึ่งพรรคภูมิใจไทยจะมีสัดส่วนตัวแทนและบทบาทในการคัดเลือกผู้ร่างรัฐธรรมนูญในคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญค่อนข้างมาก ทั้งจากเสียงของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและการสนับสนุนจากสมาชิกวุฒิสภาเสียงข้างมาก ซึ่งจะมีส่วนสำคัญในการกำหนดทิศทางของรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ขณะเดียวกันหากพรรคการเมืองฝ่ายที่มีจุดยืนสนับสนุนการปฏิรูปยังมีความเห็นที่แตกต่างกันก็อาจทำให้ดุลของกระบวนการยกร่างโน้มไปในแนวทางที่ค่อนข้างอนุรักษ์นิยมมากขึ้นได้
.
อีกประเด็นหนึ่งที่ควรพิจารณาคือแม้ประชามติจะผ่านแล้ว แต่กระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญยังต้องดำเนินภายใต้โครงสร้างของรัฐสภาในปัจจุบัน ซึ่งต้องอาศัยเสียงเห็นชอบหนึ่งในสามของสมาชิกวุฒิสภาที่ขณะนี้อยู่ภายใต้เสียงข้างมากอย่างเป็นปึกแผ่นในการผ่านร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญในวาระที่ 2 อีกด้วย
.
และทั้งประเด็นสูตร “20 หยิบ 1” และเงื่อนไขร่างรัฐธรรมนูญต้องผ่านเสียงสมาชิกวุฒิสภา 1 ใน 3 ก่อนไปทำประชามติสุดท้ายก็ผ่านการพิจารณาของรัฐสภารายมาตราแล้วและคาวาระ 2 อยู่ หากคณะรัฐมนตรีชุดใหม่มาขอให้รัฐสภาพิจารณาภายใน 60 วันหลังประชุมสภานัดแรกก็จะกลายเป็นเดินหน้าต่อ พลังของฝ่ายที่จะคัดค้านน้อยไปจากสภาชุดก่อนมากด้วย
.
บทเรียนจากรัฐธรรมนูญ 2560 แสดงให้เห็นว่าการออกแบบกติกาทางการเมืองมีผลต่อเสถียรภาพของระบบการเมืองและความเชื่อมั่นของสังคมในระยะยาว กระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ถูกคาดหวังว่าจะสามารถสร้างกติกาที่ได้รับการยอมรับร่วมกันมากขึ้น ลดเงื่อนไขความขัดแย้งและทำให้ระบบการเมืองเดินหน้าได้อย่างมีเสถียรภาพ
.
ท้ายที่สุดชัยชนะในการเลือกตั้งย่อมมาพร้อมกับความคาดหวังและความรับผิดชอบที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะเมื่อรัฐบาลมีบทบาทสำคัญต่อกระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญ ความสำเร็จของกระบวนการนี้จึงไม่ได้วัดเพียงผลลัพธ์ทางการเมืองในระยะสั้น แต่รวมถึงระดับความเชื่อมั่นของสังคมที่มีต่อกติกาใหม่ และความสามารถของรัฐธรรมนูญในการเป็นหลักประกันต่อสิทธิ เสรีภาพ และความเป็นธรรมในระยะยาวด้วยเช่นกัน
.
ผมขอเรียกร้องให้รัฐบาลชุดใหม่เคารพเจตนารมณ์ของประชาชนที่ต้องการเห็นกติกาสูงสุดของประเทศที่ดีและก้าวหน้ากว่าเดิม พร้อมทั้งขอเชิญชวนเจ้าของอำนาจสูงสุดทุกท่านร่วมกันจับตากระบวนการร่างกติกาสูงสุดที่กำลังจะมาถึงนี้ร่วมกัน และพึงระลึกไว้เสมอว่ารัฐธรรมนูญเป็นกติการ่วมของคนทั้งประเทศ ไม่ใช่แค่ฝ่ายที่ชนะเลือกตั้งเท่านั้น จึงต้องเปิดกว้างรับฟังความคิดเห็นประชาชนทุกภาคส่วนให้มากที่สุด เพื่อให้ได้กติกาที่เป็นธรรม คุ้มครองทุกคน และเป็นที่ยอมรับจากทุกฝ่าย

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

เอกสารงบประมาณ 2569 (ขาวคาดแดง)

แจกเอกสารประกอบการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ 69 : เศรษฐกิจ-สังคม-ความมั่นคง-ภัยพิบัติ-บริหาร

เก็บตกข้อเสนอภาควิชาการ เลือกตั้งเสรีและเป็นธรรม หน้าตาเป็นอย่างไร?