"การออกเสียงลงคะแนนโดยลับ" ตามรัฐธรรมนูญคือการออกแบบ "วิธีการ" ที่ไม่ให้ใครหน้าไหนก็ไม่อาจล่วงรู้ได้ว่า ประชาชนเลือกอะไร ไม่ใช่เอา "โทษ" มาขู่ไม่ให้คนอยากล่วงรู้



 
.
ในเอกสาร "ความมุ่งหมายและคำอธิบายประกอบรายมาตราของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาาณาจักรไทย พ.ศ.2560 ที่ คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (ที่ มีชัย ฤชุพันธุ์) หน้าที่ 141 อธิบาย เพิ่มเติม ม.85 ว่ากรเลือกตั้ง สส. นั้น "ให้ใช้วิธีออกเสียงลงคะแนนโดยตรงและลับ" นั้น


.
“การออกเสียงลงคะแนนโดยลับ” มีความหมายว่าในการลงคะแนนของผู้มีสิทธิออกเสียงลงคะแนน จะต้องกระทำในลักษณะที่บุคคลอื่นไม่อาจทราบหรือตรวจสอบได้ว่าผู้มีสิทธิออกเสียงได้ลงคะแนนเสียงอย่างไรหรือออกเสียงลงคะแนนให้ผู้สมัครคนใด พร้อมทั้งยกแนวคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ที่ 9/2549 มาเป็นแนว จะเห็นได้ว่าคำว่า "ลับ" คือ "วิธีการ" ที่จะไม่มีใครทราบหรือตรวจสอบได้เลยว่าบุคคลนั้น ลงคะแนนเสียงอย่างไรหรือออกเสียงลงคะแนนให้ผู้สมัครคนใด เพื่อคุ้มครองความปลอดภัยของผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้ง
.
การที่วานนี้ (15 ก.พ.) กกต.ออกใบแถลงข่าวอธิบายการป้องกันให้การออกเสียงเลือกตั้งเป็นไปโดยตรงและลับนั้น เนื่องจากมีโทษอาญาสำหรับผู้ที่เปิดเผยข้อมูลผู้มาใช้สิทธิ โดยยก "ม.146 ตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยกาารเลือกตั้ง สส. ว่า กปน. เปิดเผยให้แก่ผู้ใดทราบว่าาผู้มีสิทธิเลือกตั้งมาลงคะแนนหรือยังไม่มาาลงคะแนนเพื่อเป็นคุณหรือเป็นโทษแก่ผู้สมัครหรือพรรคกรเมืองใด ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ" มาเป็นเหมือนมาตรการทำให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยลับ เป็นสิ่งที่ผิดฝาผิดตัวมาก เพราะหากดูความมุ่งหมายของรัฐธรรมนูญ ม.85 ที่ว่า "โดยลับ" นั้น คือการออกแบบวิธีการที่ไม่ว่า กปน. จะเสี่ยงกับโทษที่ กกต. ยกมา ก็ไม่อาจล่วงรู้ได้ว่าผู้ออกเสียงนั้นๆ เลือกใครหรือออกเสียงอย่างไร


ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

เอกสารงบประมาณ 2569 (ขาวคาดแดง)

แจกเอกสารประกอบการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ 69 : เศรษฐกิจ-สังคม-ความมั่นคง-ภัยพิบัติ-บริหาร

เก็บตกข้อเสนอภาควิชาการ เลือกตั้งเสรีและเป็นธรรม หน้าตาเป็นอย่างไร?