เคลียร์ชัด ๆ หลังประชามติจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ "ผ่าน" กระบวนการหลังจากนี้จะเป็นอย่างไรต่อ จะเกิดอะไรขึ้นบ้างกับการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ?
ประเด็นสำคัญหลังจากนี้คือ กระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ยังมีเงื่อนไขที่ค้างอยู่ในรัฐสภา โดยเฉพาะข้อกำหนดให้ร่างรัฐธรรมนูญต้องผ่านเสียงเห็นชอบของสมาชิกวุฒิสภาอย่างน้อย 1 ใน 3 ก่อนจะนำไปทำประชามติ แม้ตัวเลข 1 ใน 3 จะดูเหมือนเป็นเสียงข้างน้อย แต่ในทางปฏิบัติ สว. ส่วนใหญ่มีท่าทีไปในทิศทางเดียวกัน จึงอาจกลายเป็นอำนาจยับยั้งที่มีนัยสำคัญ และอาจส่งผลต่อเนื้อหาของรัฐธรรมนูญตั้งแต่ขั้นตอนการยกร่าง นอกจากนี้ ยังมีความกังวลต่อวิธีการได้มาซึ่งกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ เช่น สูตร “20 หยิบ 1” ซึ่งอาจทำให้คณะผู้ร่างมีแนวโน้มเอนเอียงไปตามดุลอำนาจในรัฐสภา และลดความยึดโยงกับประชาชน
.
กระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญควรเปิดพื้นที่ให้ประชาชนมีส่วนร่วมให้มากที่สุด อย่างน้อยควรให้ประชาชนมีบทบาทในการคัดเลือกผู้ร่าง ไม่ทางตรงก็ทางอ้อม เพื่อให้กระบวนการได้รับความยอมรับจากสังคมในวงกว้าง เพราะท้ายที่สุดแล้วไม่ว่าร่างจะออกมาในรูปแบบใดก็ต้องผ่านประชามติอยู่ดี หากกระบวนการถูกมองว่าไม่เป็นของทุกฝ่าย โอกาสที่ประชาชนจะไม่ยอมรับก็มีสูง ทั้งที่คนจำนวนมาก ไม่ว่าจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับการร่างใหม่ทั้งฉบับต่างก็ยอมรับว่ารัฐธรรมนูญปัจจุบันมีปัญหาและต้องการการปรับปรุง
.
ดังนั้นโจทย์สำคัญของรัฐบาลและรัฐสภาหลังจากนี้ คือการกำหนดโรดแมปที่ชัดเจนและสร้างกระบวนการที่เปิดให้สังคมมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง เพราะประชาธิปไตยไม่ได้หมายถึงเพียงการเลือกตั้งหรือการลงประชามติเท่านั้น แต่รวมถึงการมีพื้นที่ให้ประชาชนร่วมถกเถียง ตรวจสอบ และสะท้อนความต้องการของตนเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งรัฐธรรมนูญซึ่งเป็นกติกาสูงสุดที่มีผลระยะยาว จำเป็นต้องเป็นกติกาที่นับรวมคนทุกกลุ่มในสังคมและทันต่อความเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจและสังคมในยุคใหม่ด้วย
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น