ทำไมผมถึงไม่เห็นด้วยให้ #เลือกตั้งโมฆะ และเราจะมีทางออกอย่างไร?



ผมไม่เห็นด้วยกับการทำให้การเลือกตั้ง “เป็นโมฆะ” โดยเฉพาะการให้ศาลรัฐธรรมนูญเป็นผู้ตัดสินในลักษณะที่ล้มผลการเลือกตั้งทั้งระบบ เพราะบทเรียนทางประวัติศาสตร์ของเราชี้ให้เห็นแล้วว่าการใช้ทางออกเช่นนี้ไม่ได้เพียงแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่กลับสร้างผลกระทบทางการเมืองและต่อความเชื่อมั่นของประชาชนในระยะยาวอย่างรุนแรง
.
ที่ผ่านมาเราเคยมีบทเรียนมาแล้วอย่างน้อยสองครั้งสำคัญ ปี 2549 ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะจากเหตุผลเรื่อง “คูหาไม่เป็นความลับ” และปี 2557 จากเหตุผลว่า “การเลือกตั้งไม่เกิดขึ้นทั่วราชอาณาจักร” ผลลัพธ์ของการตัดสินเช่นนั้นไม่ได้กระทบเฉพาะผู้มีอำนาจหรือองค์กรรัฐเท่านั้นแต่กระทบโดยตรงต่อประชาชนหลายสิบล้านคนที่ออกไปใช้สิทธิด้วยความตั้งใจจริง ซึ่งเสียงของพวกเขาถูกทำให้หายไปในพริบตาราวกับไม่เคยมีความหมายมาก่อน ขณะเดียวกันการวินิจฉัยลักษณะนี้ยังทำให้บทบาทและอำนาจขององค์กรที่ตัดสินมีน้ำหนักเหนือกระบวนการประชาธิปไตยมากขึ้นเรื่อย ๆ จนเกิดคำถามต่อดุลยภาพของอำนาจในระบบการเมือง
.
ในสถานการณ์ปัจจุบันผมยอมรับว่าการจัดการเลือกตั้งมีปัญหาจริงและไม่ใช่ปัญหาเพียงเล็กน้อย โดยเฉพาะประเด็นการใช้บาร์โค้ดที่อาจเชื่อมโยงไปถึงผู้ลงคะแนนได้ ซึ่งกระทบต่อหลักการพื้นฐานของการเลือกตั้งโดยตรง นั่นคือ “การลงคะแนนโดยลับ” ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 85 นอกจากนี้ยังมีข้อกังวลเรื่องบัตรเขย่งหรือความผิดปกติอื่น ๆ ที่สังคมตั้งคำถามอย่างกว้างขวาง
.
อย่างไรก็ตามการยอมรับว่ามีปัญหาไม่ได้แปลว่าเราต้องเลือกทางออกที่รุนแรงที่สุดเสมอไป การทำให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะทั้งระบบเท่ากับทำลายเจตจำนงของประชาชนที่ไปใช้สิทธิด้วยความบริสุทธิ์ใจในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ไปพร้อมกัน ซึ่งแทนที่จะเป็นการแก้ปัญหาแต่เป็นการสร้างความเสียหายใหม่ทับซ้อนลงไปอีกชั้นหนึ่ง
.
ผมเห็นว่าทางออกที่เป็นไปได้ควรเป็นการแก้ไขที่จำกัดวงและได้สัดส่วนกับปัญหา
.
ประการแรก ควรมีการนับคะแนนใหม่ในส่วนที่มีข้อสงสัยอย่างชัดเจน จะเป็นการนับใหม่ทั้งประเทศหรือเฉพาะหน่วยและเขตที่มีการร้องเรียนก็สามารถพิจารณาตามข้อเท็จจริงและหลักฐานได้ การนับใหม่เป็นวิธีที่รักษาทั้งความถูกต้องและความต่อเนื่องของกระบวนการประชาธิปไตยโดยไม่ต้องล้มทั้งกระดาน
.
ประการที่สอง กรณีบัตรที่มีบาร์โค้ดซึ่งอาจเชื่อมโยงถึงผู้เลือกตั้งได้นั้น ต้องมีมาตรการเร่งด่วนในการ “ตัดวงจร” ความเชื่อมโยงดังกล่าว ไม่ว่าจะเป็นการทำให้ไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลได้ หรือให้หน่วยงานหรือคณะบุคคลที่สังคมเชื่อถือเข้ามาดูแลแทน เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าความลับของผู้ลงคะแนนจะไม่ถูกละเมิด การตั้งคณะทำงานที่มีตัวแทนจากหลายฝ่าย เช่น พรรคการเมืองหรือภาคประชาชน อาจเป็นแนวทางหนึ่งที่ทำให้สังคมยอมรับได้มากกว่า และหากประเมินแล้วพบว่าความเสียหายเกิดขึ้นกับบัตรบางประเภทหรือบางระบบจริง ๆ ก็ควรจำกัดการเลือกตั้งใหม่เฉพาะส่วนนั้น เช่น เฉพาะบัตรบัญชีรายชื่อ แทนที่จะทำให้การเลือกตั้งทั้งหมดรวมถึงการทำประชามติที่ต้องสูญเปล่าไปพร้อมกัน
.
ประการที่สาม เรื่องความรับผิดชอบเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ คณะกรรมการการเลือกตั้งย่อมต้องชี้แจงและรับผิดชอบต่อสิ่งที่เกิดขึ้น ผมยังเชื่อว่าความผิดพลาดอาจเกิดขึ้นได้ในกระบวนการที่ซับซ้อนเช่นการเลือกตั้ง แต่สิ่งที่สำคัญกว่าความผิดพลาดคือท่าทีต่อความผิดพลาดนั้น หากยอมรับและร่วมกันหาทางแก้ไขกับสังคม ความเชื่อมั่นก็ยังสามารถฟื้นกลับมาได้ แต่หากปฏิเสธหรือพยายามหลีกเลี่ยงความรับผิดชอบ ความผิดพลาดจะกลายเป็นความผิดและจะทำให้ความขัดแย้งลุกลามเกินกว่าจะแก้ไขได้โดยง่าย
.
ประการที่สี่ ระบบที่อาจทำให้ติดตามผู้ลงคะแนนได้ ไม่ว่าจะเป็นบาร์โค้ด QR Code หรือเทคโนโลยีใดก็ตามไม่ควรถูกนำมาใช้อีกในการเลือกตั้ง เพราะหัวใจของการเลือกตั้งเสรีคือความมั่นใจของประชาชนว่าไม่มีใครรู้ได้ว่าเขาลงคะแนนให้ใคร หากความเชื่อนี้สั่นคลอนผลกระทบจะไม่ได้เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวแต่จะบั่นทอนการมีส่วนร่วมทางการเมืองในระยะยาว บางคนอาจไปลงคะแนนด้วยความหวาดระแวง บางคนอาจเลือกที่จะไม่ไปใช้สิทธิเลย ซึ่งเป็นความเสียหายที่ร้ายแรงต่อระบอบประชาธิปไตยยิ่งกว่าความผิดพลาดทางเทคนิคใด ๆ
.
ท้ายที่สุดเราไม่ควรยกคำตอบทั้งหมดให้ศาลรัฐธรรมนูญ เพราะปัญหาทางการเมืองควรถูกแก้ด้วยกระบวนการทางการเมืองและการมีส่วนร่วมของสังคมเป็นหลัก เช่นเดียวกันเราไม่ควรทำให้ผู้ที่ไปลงคะแนนด้วยเจตนาบริสุทธิ์ต้องสูญเสียสิทธิและเสียงของตนโดยไม่จำเป็น หลักการสำคัญควรเป็นการจำกัดวงของปัญหา แก้ไขเฉพาะส่วนที่เสียหาย รักษาส่วนที่ยังยืนอยู่ได้ และฟื้นฟูความเชื่อมั่นของประชาชนให้กลับมาโดยเร็วที่สุด

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

เอกสารงบประมาณ 2569 (ขาวคาดแดง)

แจกเอกสารประกอบการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ 69 : เศรษฐกิจ-สังคม-ความมั่นคง-ภัยพิบัติ-บริหาร

เก็บตกข้อเสนอภาควิชาการ เลือกตั้งเสรีและเป็นธรรม หน้าตาเป็นอย่างไร?