‘รมว.แรงงาน’ ตอบกระทู้ปมกระบวนการออกหนังสือ CI โดยรัฐบาลทหารเมียนมาลงราชกิจจานุเบกษา ยืนยันจำเป็นต้องใช้คู่กับ 'บัตรชมพู' เพื่อยืนยันตัวตน
เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่คำตอบของตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานต่อกระทู้ถามของผมเรื่อง "ปัญหาแรงงานข้ามชาติชาวเมียนมาได้รับความเดือดร้อนจากกระบวนการรับรองสถานะบุคคล (Certificate of Identity : Cl)"
.
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานชี้แจงว่าการใช้หนังสือรับรองสถานะบุคคล (Certififite of Identity : CI) คู่กับบัตรประจำตัวคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทย (บัตรชมพู) เป็นมาตรการสำคัญที่ใช้ในการบริหารจัดการแรงงานข้ามชาติ ซึ่งหนังสือรับรองสถานะบุคคล (Certificate of Identity : Cl) จะช่วยยืนยันตัวตนและสัญชาติของแรงงานข้ามชาติสัญชาติเมียนมา ในขณะที่บัตรประจำตัวคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทย (บัตรชมพู) ช่วยให้ทางการไทยทราบจำนวนแรงงานข้ามชาติที่อาศัยอยู่ในราชอาณาจักรทราบถิ่นที่อยู่รวมถึงสามารถติดตามแรงงานข้ามชาติได้ ซึ่งจะทำให้เกิดความสมดุลทางด้านเศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคงของชาติ
.
นอกจากนี้การเปิดศูนย์ออกเอกสารรับรองบุคคล (Certificate of ldentity) ให้บริการในประเทศไทยเป็นเพียงการอำนวยความสะดวกแก่แรงงานเมียนมาในการดำเนินการด้านเอกสารโดยไม่ต้องให้แรงงานเดินทางกลับประเทศต้นทาง ซึ่งกระทรวงแรงงานได้รับแจ้งจากทางการเมียนมาผ่านช่องทางทางการทูตเกี่ยวกับสถานที่ตั้งของศูนย์ฯ และค่าธรรมเนียมการออกเอกสาร รับรองบุคคล ดังนั้น ทางการเมียนมายังคงต้องปฏิบัติตามหลักการและพันธกรณีด้านภาษีระหว่างประเทศ รวมทั้งหลักการไม่เก็บภาษีช้อนตามความตกลงระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นหลักการสากลที่ทางการทุกประเทศยึดถือปฏิบัติ
.
ส่วนคำถามเรื่องแผนตรวจสอบหรือควบคุมอัตราค่าบริการออกเอกสารต่าง ๆ นั้น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานชี้แจงว่า ทางการเมียนมาได้มีหนังสือแจ้งผ่านช่องทางทางการทูตเกี่ยวกับการจัดตั้งศูนย์ออกเอกสารรับรองบุคคลเพื่อดำเนินการออกเอกสารรับรองบุคคลให้แก่แรงงานสัญชาติเมียนมาที่ได้รับอนุญาตให้ทำงานกับนายจ้างในประเทศไทย โดยเปิดให้บริการตั้งแต่วันที่ 6 สิงหาคม 2568 ถึงวันที่ 6 พฤศจิกายน 2568 (รวมระยะเวลา 4 เดือน) โดยแรงงานสัญชาติเมียนมาที่ประสงค์เข้ารับบริการต้องนัดหมายผ่านเคาน์เตอร์เชอร์วิสและชำระค่าธรรมเนียมจำนวน 2,670 บาท (สองพันหกร้อยเจ็ดสิบบาทถ้วน) โดยกรมการจัดหางานได้มีประกาศกรมการจัดหางาน เรื่องประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับศูนย์ออกเอกสารรับรองบุคคล (Certicate of Identity : CI) ของทางการเมียนมาลงวันที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2568 เพื่อประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ให้นายจ้าง สถานประกอบการ และคนต่างด้าวได้รับทราบค่าใช้จ่ายในการดำเนินการดังกล่าวตามที่ทางการเมียนมาได้กำหนด
.
ต่อคำถามที่ว่าการคงนโยบายการทำเอกสาร CI ที่ทำให้แรงงานเมียนมาต้องแบกรับภาระติดต่อและดำเนินการตามขั้นตอนผ่านช่องทางของรัฐบาลทหารเมียนมาเพื่อที่จะทำงานและประกอบอาชีพในประเทศไทยได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย การคงนโยบายดังกล่าวไว้เป็นการสนับสนุนทางอ้อมแก่รัฐบาลทหารเมียนมาหรือก่อให้เกิดช่องทางการทุจริตในหน่วยงานรัฐ อีกทั้งศูนย์ดังกล่าวอยู่ไกล การต้องเดินทางไปดำเนินการอาจส่งผลกระทบทั้งนายจ้างและลูกจ้างด้วยหรือไม่
.
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานตอบว่าเหตุที่กระทรวงแรงงานยังคงมึนโยบายให้มีการรับรองสถานะบุคคลของทางการเมียนมา เป็นการรับรองจากประเทศต้นทางว่าแรงงานเมียนมาที่เข้ามาทำงานในประเทศไทยมีสถานะบุคคลเป็นคนสัญชาติเมียนมา อีกทั้งเป็นเอกสารที่ใช้ในการขอรับการตรวจลงตราฯ และเดินทางเข้า - ออกราชอาณาจักรไทยเพื่อประโยชน์ต่อความมั่นคง และในส่วนประเด็นหากศูนย์ออกเอกสารรับรองบุคคล (Certficate of Identity : CI) อยู่ไกล การต้องเดินทางไปดำเนินการอาจส่งผลกระทบทั้งนายจ้างและลูกจ้าง นั้น ปัจจุบันทางการเมียนมาได้จัดตั้งศูนย์ออกเอกสารรับรองบุคคล (Certifcate of identity : Cl) เพื่อดำเนินการออกเอกสารรับรองบุคคล (CI) ให้แก่แรงงานสัญชาติเมียนมาที่ได้รับอนุญาตให้ทำงานกับนายจ้างในประเทศไทย โดยมีจำนวน 4 แห่ง ดังนี้
.
4.1 ศูนย์ออกเอกสารรับรองบุคคล (Certificate of Identity : Cl) จังหวัดสมุทรสาคร ตั้งอยู่ที่ตลาดทะเลไทย เลขที่ 1/2 ถนนพระรามที่ 2 หมู่ที่ 1 ตำบลท่าจีน อำเภอเมืองสมุทรสาคร
จังหวัดสมุทรสาคร
.
4.2 ศูนย์ออกเอกสารรับรองบุคคล (Certificate of Identity : CI) จังหวัดสมุทรปราการ ตั้งอยู่ที่บริษัท รอยัล คอร์ปอเรชัน จำกัด เลขที่ 3364/11 หมู่ที่ 3 ตำบลบางจาก อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ
.
4.3 ศูนย์ออกเอกสารรับรองบุคคล (Certificate of Identity : CI) จังหวัดสุราษฎร์ธานี ตั้งอยู่ที่มหาวิทยาลัยตาปี เลขที่ 45/45 หมู่ที่ 7 ตำบลมะลวน อำเภอพุนพิน จังหวัดสุราษฎร์ธานี
.
4.4 ศูนย์ออกเอกสารรับรองบุคคล (Certificate of Identity : CI) จังหวัดเชียงใหม่
ตั้งอยู่ที่ไดนาสตี้แลนด์ เลขที่ 34 - 34/1 หมู่ที่ 6 ตำบลแม่สา อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่
.
ทั้งนี้กระทรวงแรงงาน โดยกรมการจัดหางาน ได้มีหนังสือถึงกรมแรงงาน กระทรวงแรงงาน
แห่งสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา เพื่อขอความร่วมมือพิจารณาจัดตั้งศูนย์ออกเอกสารรับรองบุคคล (Certificate of identity : CI) และหน่วยให้บริการเคลื่อนที่เพิ่มเติมแล้ว หากมีความคืบหน้า
และได้รับการพิจารณาอนุมัติเปิดศูนย์ฯ เพิ่มเติมกรมการจัดหางานจะดำเนินการประชาสัมพันธ์ให้ทราบต่อไป
อ่านคำถามและคำตอบฉบับเต็ม - https://ratchakitcha.soc.go.th/documents/92266.pdf
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น