ผนึกกำลังคนทำงาน 147 เครือข่าย ยื่น สส.-สว. หนุน พรบ. คุ้มครองแรงงาน 3 ฉบับ



วันที่ 24 พฤศจิกายน 2568 เวลา 10.30 น. ที่ห้องแถลงข่าว อาคารรัฐสภา นายเซีย จำปาทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน รับหนังสือจากตัวแทนสภาแรงงาน สหพันธ์ผู้ใช้แรงงาน และกลุ่มทำงานด้านสิทธิแรงงาน 147 องค์กร ซึ่งเดินทางมาเพื่อแสดงจุดยืนสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน 3 ฉบับที่เสนอโดย สส. พรรคประชาชน ได้แก่
.
1.ร่าง พรบ. คุ้มครองแรงงาน เสนอโดย นายเซีย จำปาทอง และคณะ มีเนื้อหาในการแก้ไขปัญหาความมั่นคงในการทำงาน ปัญหาโครงสร้างทางเศรษฐกิจที่เป็นรากฐานของความเหลื่อมล้ำในตลาดแรงงาน
.
2. ร่าง พรบ. คุ้มครองแรงงาน เสนอโดยนายจรัส คุ้มไข่น้ำ และคณะ มีเนื้อหาเกี่ยวกับการแก้ไขระยะเวลาการทำงานและวันหยุดถือเป็นรากฐานของการมีชีวิตที่สมดุลและมีประสิทธิภาพ
.
3. ร่าง พรบ. คุ้มครองแรงงาน เสนอโดย น.ส.วรรณวิภา ไม้สน และคณะ มีเนื้อหามุ่งเน้นการส่งเสริมคุณภาพชีวิตและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์
.
นายเซียกล่าวว่ากลุ่มแรงงานที่เดินทางมาในวันนี้ได้เข้ายื่นหนังสือต่อนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อยืนยันเจตจำนงในการผลักดันกฎหมายคุ้มครองแรงงาน ผ่านกระบวนการรัฐสภา หลังจากที่ภาคเอกชนบางส่วนเคยยื่นหนังสือคัดค้านร่างกฎหมายดังกล่าวไปก่อนหน้านี้ โดยย้ำว่าข้อเสนอทั้งหมดมาจากเสียงของผู้ใช้แรงงานเอง ที่ต้องการให้พรรคประชาชนเป็นตัวแทนผลักดันกฎหมายเพื่อแก้ปัญหาคุณภาพชีวิตคนทำงานอย่างเป็นรูปธรรม
.
ด้าน น.ส.ธนพร วิจันทร์ ตัวแทนแรงงานและนักสหภาพแรงงาน กล่าวยืนยันว่า การลดเวลาทำงานและกำหนดวันหยุด 2 วันต่อสัปดาห์เป็นประเด็นสำคัญต่อคุณภาพชีวิตแรงงาน เพราะทำให้คนทำงานมีเวลาในการพักผ่อน ดูแลสุขภาพ และพัฒนาทักษะใหม่ ๆ เพื่อให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของระบบเศรษฐกิจในปัจจุบัน พร้อมย้ำว่าการมายื่นหนังสือครั้งนี้ คือการประกาศเจตจำนงของคนทำงานต่อกฎหมายทั้ง 3 ฉบับอย่างชัดเจน
.
ต่อมาเวลา 11.30 น. นายเซียพร้อมด้วย น.ส.พิมพ์กาญจน์ กีรติวิราปกรณ์ สส. พรรคประชาชน นำตัวแทนเครือข่ายคนทำงาน 147 องค์กรข้างต้น เข้ายื่นหนังสือต่อนายวิรัตน์ รักษ์พันธ์ ประธานคณะกรรมาธิการการแรงงาน วุฒิสภา เพื่อสนับสนุนการพิจารณาร่างแก้ไข พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงานทั้ง 3 ฉบับ โดยระบุว่ากฎหมายเหล่านี้เป็นรากฐานสำคัญในการเสริมความเข้มแข็งให้กับผู้ใช้แรงงาน ซึ่งเป็นกลไกสำคัญที่สุดในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ
.
นายธวัช ภัคดีสกุลวงศ์ ตัวแทนเครือข่ายคนทำงาน กล่าวว่าเครือข่ายคนทำงานขอสนับสนุนร่างแก้ไขพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน ทั้ง 3 ฉบับ ซึ่งแม้การต่อสู้กับภัยความยากจน หนี้สิน ค่าครองชีพและความเหลื่อมล้ำทางสังคมจะเป็นฉันทามตีในสามัญสำนึกของคนส่วนใหญ่ แต่หากพวกเราละเลยต้นตอปัญหาที่มาจากการขูดรีดมูลค่าส่วนเกินจากแรงงานหรือ การกดค่าแรง ผ่านการจ้างงานที่ทำให้ต้องทำงานติดต่อกันหลายชั่วโมง ด้วยค่าตอบแทนที่คงเดิมหรือน้อยลง และการกดขี่ควบคุมผ่านความเสี่ยงของการถูกเลิกจ้างโดยไม่ได้รับเงินค่าชดเชย สิทธิประกันสังคมหรือการคุ้มครองตามกฎหมายอื่น ๆ พวกเราในฐานะประเทศที่อยู่ในสภาวะสังคมสูงวัย วิกฤติหนี้สินและความเหลื่อมล้ำสูง ก็จะไม่สามารถตอบสนองข้อท้าทายของห่วงโซ่การผลิตสมัยใหม่ที่มีความผันผวนสูงขึ้นจากเทคโนโลยี สงครามจริงและสงครามการค้าได้เลย ทั้งนี้ด้วยการขยับขยายสิทธิแรงงาน ผ่านการปรับแก้ไขกฎหมายคุ้มครองแรงงานตามแนวทางของร่างกฎหมายทั้ง 3 ฉบับนี้ จะเป็นการแก้ไขปัญหาโดยตรงให้กับผู้ใช้แรงงานอย่างน้อยกว่า 40 ล้านคนในประเทศไทย ทั้งในมิติของความมั่นคงในรายได้และเงินเก็บออม การเข้าถึงสิทธิในการพักผ่อนและการเรียนรู้ การเข้าถึงมาตรฐานการดำรงชีพที่มนุษย์ล้วนพึงมีตามหลักการ “งานที่มีคุณค่า” (Decent Work) ตามที่บัญญัติไว้โดยองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) ซึ่งจะเป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตสำหรับคนส่วนใหญ่ในสังคมไทยอย่างตรงไปตรงมาและเป็นการส่งต่อความยั่งยืนให้กับคนในอนาคตอีกด้วย เครือข่ายคนทำงานจึงขอสนับสนุนร่างแก้ไขกฎหมายคุ้มครองแรงงานทั้ง 3 ฉบับ
.
นอกจากนี้เครือข่ายแรงงานยังเรียกร้องต่อสภาองค์การนายจ้าง หน่วยงานที่ออกมาคัดค้านกฎหมายทั้ง 3 ฉบับนี้ ให้พิจารณาข้อเท็จจริงอย่างรอบด้าน ซึ่งต้องคำนึงถึงชีวิตของผู้ใช้แรงงานในฐานะเพื่อนมนุษย์ที่เจ็บป่วย เหนื่อยล้า หิวโหย วิตกกังวล มิใช่เพียงเครื่องจักรกลที่ถูกสร้างขึ้นมาสำหรับผลิตผลกำไรของนายจ้างแล้วก็ถูกทดแทนไปเมื่อหมดสภาพ จึงขอยืนยันว่าสังคมที่มั่นคงและเป็นธรรมจะเป็นสังคมที่ส่งผลดีต่อประชาชนทุกคนในที่สุด ขอเรียกร้องต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร โปรดพิจารณาโดยถี่ถ้วนและให้การสนับสนุนหลักการของร่าง พรบ. คุ้มครองแรงงานทั้ง 3 ฉบับนี้ เพื่อเป็นการสร้างรากฐานที่เข้มแข็งให้กับผู้ใช้แรงงานซึ่งเป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่สำคัญที่สุดของประเทศ
.
ด้านนายวิรัตน์กล่าวภายหลังรับหนังสือว่า เมื่อร่างกฎหมายดังกล่าวผ่านการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภาจะมีกรอบเวลา 60 วันในการพิจารณาให้แล้วเสร็จ ดังนั้นคณะกรรมาธิการการแรงงาน วุฒิสภา จึงเตรียมเริ่มศึกษารายละเอียดของร่างกฎหมายล่วงหน้าทันที เพื่อให้การพิจารณาเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพตามกรอบเวลาที่กำหนด

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

เอกสารงบประมาณ 2569 (ขาวคาดแดง)

แจกเอกสารประกอบการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ 69 : เศรษฐกิจ-สังคม-ความมั่นคง-ภัยพิบัติ-บริหาร

เก็บตกข้อเสนอภาควิชาการ เลือกตั้งเสรีและเป็นธรรม หน้าตาเป็นอย่างไร?