มนุษย์แรงงาน #1 : 17 นาทีบทสนทนาหลังพวงมาลัย เสียงสะท้อนเบื้องหลังแรงงานแพลตฟอร์ม



[ทีมงาน]
.
ภายในห้องโดยสารที่ปรับอากาศเย็นฉ่ำ ตัดขาดจากความร้อนระอุของถนนกรุงเทพฯ ในชั่วเวลา 17 นาทีของการเดินทาง เรามีโอกาสได้พูดคุยกับ "พี่เอ" (นามสมมติ) พนักงานบริษัทที่ใช้เวลาช่วงพักและว่างเว้นจากงานประจำ มาสวมบทบาทเป็นไรเดอร์ขับรถส่งผู้โดยสาร บทสนทนาสั้น ๆ นี้ได้เปิดเผยปัญหาของแรงงานแพลตฟอร์มที่ซ่อนอยู่ในการให้บริการขนส่งผ่านแอปพลิเคชั่นที่กำลังเป็นที่นิยมมากขึ้นในปัจจุบัน
ประเด็นแรกที่พี่เอสะท้อนออกมาด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยแต่หนักแน่น คือเรื่องของ "ส่วนแบ่ง" แพลตฟอร์มที่เขาให้บริการอยู่นั้นขึ้นชื่อเรื่องราคาค่าโดยสารที่สูงกว่าเจ้าอื่นในตลาด แต่ความแพงนั้นอาจไม่ได้ตกถึงมือคนทำงานอย่างที่คิด ซ้ำร้ายยังได้ค่าโดยสารน้อยกว่าที่แท็กซี่ทั่วไปได้เสียอีก
"เขา (แพลตฟอร์ม) หักเปอร์เซ็นต์ครึ่งต่อครึ่ง ไม่เหมือนเจ้าอื่น" พี่เอกล่าวขณะสายตายังคงจับจ้องที่ถนน "ที่หน้าจอฝั่งนี้จะบอกเลยว่าไรเดอร์ได้กี่บาท ส่วนลูกค้าต้องเสียกี่บาท ซึ่งเทียบกันไม่ได้"
.
ตัวเลขที่เขายกตัวอย่างนั้นน่าตกใจ สำหรับระยะทางไกล แพลตฟอร์มคิดค่าแรงคนขับเฉลี่ยเพียง กิโลเมตรละ 5 บาท ต่ำกว่าอัตราค่าโดยสารแท็กซี่ขั้นต่ำตามกฎหมายที่กิโลเมตรละ 6.50 บาท
.
"สมมติวิ่ง 15 กิโลฯ คนขับอาจจะได้แค่ 90-100 บาท แต่ไปเก็บกับลูกค้า 150-170 บาท คือหักเกือบครึ่งต่อครึ่งเลย อยากให้แพลตฟอร์มปรับปรุงเรื่องค่ารอบที่สุด เพราะบางทีรถติดหนักมาก เสียเวลาไปเปล่าๆ" พี่เอกล่าว
.
ทั้งนี้ปัญหาอมตะของกรุงเทพฯ คือรถติด แต่สำหรับคนขับรถรับจ้างผ่านแอปรถติดไม่ใช่แค่ความน่าเบื่อ แต่คือ "การขาดทุน"
.
พี่เอเล่าถึงความเจ็บปวดของการทำงานภายใต้การคำนวณของสูตร ที่ยึด "ระยะทาง" เป็นหลัก แต่ละเลย "เวลา" ที่สูญเสียไป ทั้ง ๆ ที่หากขับแท็กซี่แล้วรถติดจะได้ค่าโดยสารตามกฎหมายนาทีละ 3 บาท
.
"ถ้าเราวิ่งระยะไกลแล้วรถไม่ติดก็จบงานไว เลิกไว แต่ถ้าวันไหนรถติดเขา (แพลตฟอร์ม) ไม่ได้บวกเพิ่มให้ เพราะเขาคิดราคาเหมาตามระยะทางมาเรียบร้อยแล้ว"
.
ยิ่งไปกว่านั้นคือความเสี่ยงเรื่องเส้นทาง หากมีการปิดถนนหรือต้องเลี่ยงเส้นทางจนระยะทางไกลขึ้น ภาระค่าใช้จ่ายส่วนต่างจะตกอยู่ที่คนขับทันที หากไม่กล้าเจรจาขอเก็บเงินเพิ่มจากลูกค้า (ซึ่งเสี่ยงต่อการถูกร้องเรียน) การวิ่งรอบนั้นอาจกลายเป็นการ "วิ่งฟรี" ที่ไม่ได้กำไรอะไรเลยนอกจากค่าน้ำมัน
.
"บางทีรถติดมาก ได้ค่ารอบแค่ 50 บาท กับระยะทาง 4-5 กิโลฯ เราเสียเวลารับคนอื่นไปหมด" นี่คือเสียงสะท้อนของแรงงานแพลตฟอร์มที่ถูกระบบมัดมือชกให้แบกรับความเสี่ยงแทนบริษัท
.
พี่เอไม่ใช่คนขับรถเต็มเวลา แต่คือภาพสะท้อนของพนักงานบริษัทในเมืองหลวงที่รายได้ทางเดียวไม่เพียงพออีกต่อไป จึงเลือกจะเป็นไรเดอร์ผ่านแอปแทนที่จะขับแท็กซี่ ซึ่งแม้จะมีอิสระมากกว่าแต่ก็มีรายได้เฉลี่ยน้อยกว่าตามไปด้วย เขาเริ่มติดเครื่องรถตอน 9-10 โมงเช้า และกลับเข้าบ้านช่วงบ่าย 2-3 โมง
"ทำงานออฟฟิศด้วย ออกมาวิ่งตอนกลางวันก็พอได้ค่ากับข้าว"
.
เขาเล่าเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยว่าหากวิ่งในเขตเมืองชั้นในลูกค้าส่วนใหญ่คือชาวต่างชาติ แต่ถ้าออกไปเขตรอบนอกถึงจะเจอคนไทย การตั้งเป้ารายได้วันละ 1,000 บาท หมายถึงการต้องแลกด้วยเวลาทำงานตั้งแต่ 8 โมงเช้า ถึง 6 โมงเย็น นับเป็นเวลาเกือบ 10 ชั่วโมงบนท้องถนน ซึ่งเป็นเวลาทำงานที่ยาวนานพอ ๆ กับงานประจำอีกหนึ่งกะ
.
เมื่อรถใกล้ถึงจุดหมาย เราเหลือบไปเห็นระบบให้คะแนนบนหน้าจอ จึงสอบถามเขาเกี่ยวกับการให้ดาว จนพบว่าสำหรับผู้โดยสารดาวคือความพึงพอใจ แต่สำหรับพี่เอ ดาวคือ "โอกาสในการทำมาหากิน"
.
"การกดดาว คอมเมนต์ มีผลต่อคนขับ เขาประเมินการป้อนงานตามดาว ถ้าดาวมากก็รับงานได้เยอะขึ้น เราไม่เคยบอกลูกค้าให้กดให้เรา" พี่เอกล่าวทิ้งท้าย ก่อนที่เราจะลงจากรถและจ่ายค่าโดยสาร

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

เอกสารงบประมาณ 2569 (ขาวคาดแดง)

แจกเอกสารประกอบการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ 69 : เศรษฐกิจ-สังคม-ความมั่นคง-ภัยพิบัติ-บริหาร

เก็บตกข้อเสนอภาควิชาการ เลือกตั้งเสรีและเป็นธรรม หน้าตาเป็นอย่างไร?