ถอดบทเรียนสำคัญจากทั่วโลก: บุคลากรการศึกษา=แรงงาน กับความเป็นไปได้ในการตั้งสหภาพในไทย
เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกาบน 2568 ที่ Glowfish Sathorn (Hall 1) อาคารสาธรธานี 2 ชั้น 2 ผมและทีมงานได้ร่วมกิจกรรมเสวนาเปิดตัวหนังสือ "รวมเราเป็นหนึ่ง: ประสบการณ์สหภาพแรงงานการศึกษาจากทั่วโลก"
.
ในช่วงแรกกิจกรรมเป็นการสรุปภาพรวมของหนังสือ โดย รศ. ดร.ภิญญพันธุ์ พจนะลาวัณย์ คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง ผู้เขียน โดยภิญญพันธุ์ตั้งข้อสังเกตว่าสังคมไทยให้ความสนใจกับสหภาพแรงงานน้อยเกินไปโดยเฉพาะในแวดวงการศึกษา ทั้งที่การศึกษาเป็นเรื่องการเมืองอย่างลึกซึ้งแต่กลับถูกมองว่าเป็นเพียงงานวิชาการ ทำให้สหภาพแรงงานการศึกษาในไทยแทบไม่เกิดขึ้นด้วยเหตุจากโครงสร้างการจ้างงาน ผู้นำ และกฎหมายที่ไม่เอื้อ ซึ่งทำให้ไทยเป็นหนึ่งในไม่กี่ประเทศที่แทบไม่มีสหภาพแรงงานการศึกษาเลย
.
จากการศึกษาสหภาพแรงงานในหลายประเทศพบว่าสหภาพมักเริ่มต้นจากสมาคมวิชาชีพและเติบโตขึ้นภายหลังยุคปฏิวัติอุตสาหกรรมเมื่อแรงงานถูกเครื่องจักรแทนที่และกดขี่มากขึ้น กระแสสหภาพฟื้นตัวหลังสงครามโลกครั้งที่ 1 และนำไปสู่การเกิดขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) ที่ผลักดันหลักการเสรีภาพในการรวมตัว ซึ่งไทยไม่ให้สัตยาบันและยังจำกัดสิทธิแรงงานหลายด้าน
.
ในหลายประเทศ สหภาพแรงงานการศึกษามีความหลากหลายตามบริบททางการเมืองและประวัติศาสตร์ ประเทศตะวันตกอย่างสหรัฐฯ มี National Education Association (NEA) และ American Federation of Teachers (AFT) ซึ่งเติบโตจากสมาคมวิชาชีพและขบวนการแรงงานตามลำดับ แต่ต้องเผชิญแรงกดดันจากการปฏิรูปเสรีนิยมใหม่ อังกฤษเองเคยมีสหภาพครูเข้มแข็งแต่ถูกลดบทบาทยุคแทตเชอร์ ส่วนเยอรมนี ฝรั่งเศส และฟินแลนด์ยังมีสหภาพที่ทรงอิทธิพล แม้สมาชิกจะลดลงและถูกท้าทายจากระบบประเมินอย่างโปรแกรมประเมินสมรรถนะนักเรียนมาตรฐานสากล (Programme for International Student Assessment – PISA) ก็ตาม ด้านประเทศในเอเชียและซีกโลกใต้ สหภาพครูมักเกิดจากการต่อสู้กับอาณานิคมหรือเผด็จการ เช่น สิงคโปร์ มาเลเซีย และอินเดียที่ตั้งสหภาพเพื่อต่อต้านการเลือกปฏิบัติ ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ที่สหภาพครูเป็นส่วนหนึ่งของการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยแม้ถูกเผด็จการกดปราบรุนแรง ในขณะที่จีน เม็กซิโก และจอร์แดนมีสหภาพภายใต้การควบคุมของรัฐอย่างเข้มงวด แต่ยังสะท้อนความพยายามของครูในการเรียกร้องสิทธิพื้นฐาน
.
ทั้งหมดนี้เผยให้เห็นว่าสหภาพแรงงานการศึกษาในประเทศต่าง ๆ แม้บริบทจะแตกต่างกันแต่ก็มีบทเรียนร่วมกัน สหภาพเหล่านี้ไม่ได้ต่อสู้เพียงเรื่องสิทธิแรงงานของครูเท่านั้น แต่ยังเป็นพลังทางสังคมและการเมืองที่ผลักดันให้สังคมก้าวหน้าในหลายบริบทแตกต่างกันไป ทั้งสร้างประชาธิปไตย ตรวจสอบอำนาจ และปกป้องความเสมอภาคในสังคม
.
สำหรับประเทศไทย คำถามสำคัญคือหากต้องการสร้างสหภาพแรงงานการศึกษาจะเป็นการต่อสู้เพื่อปรับปรุงระบบการจ้างงานเพียงอย่างเดียว หรือจะเป็นส่วนหนึ่งของการขยับสังคมไปสู่ประชาธิปไตยเช่นเดียวกับหลายประเทศทั่วโลก ซึ่งอาจเป็นโจทย์ใหญ่ที่เรายังไม่เคยเริ่มต้นอย่างจริงจัง
.
จากนั้นเป็นกิจกรรมการเสวนา “เรื่องราว การต่อสู้ และกลยุทธ์ บทเรียนสหภาพแรงงานทั่วโลกสำหรับแรงงานภาคการศึกษาไทย” ร่วมเสวนาโดยร่วมเสวนาโดย ศ. ดร.ภิญญพันธุ์ พจนะลาวัณย์ คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง ผู้เขียน เทวฤทธิ์ มณีฉาย สมาชิกวุฒิสภา (สว.) และ กมธ. การแรงงาน วุฒิสภา ธนวรรธน์ สุวรรณปาล กลุ่มครูขอสอน ผศ. ดร.กฤษฎา ธีระโกศลพงศ์ คณะสังคมสงเคราะห์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ดำเนินรายการโดย ชลิต รัษฐปานะ กรรมการประกันสังคม
.
รศ. ดร.ภิญญพันธุ์กล่าวถึงบทเรียนจากต่างประเทศที่อาจนำมาประยุกต์ใช้กับไทยได้ว่าเราควรเรียนรู้จากเกาหลีใต้ได้ เกาหลีใต้อยู่ใต้เผด็จการมานานและรังเกียจสหภาพแต่ก็ต่อสู้จนได้ประชาธิปไตยสำเร็จ ตนได้ดูละครเกาหลีที่กล่าวถึงแม่บ้านในมหาวิทยาลัยที่รวมตัวกันตั้งสหภาพโดยมีทนายแรงงานช่วยเหลือ และนัดหยุดงานจนขยะท่วมมหาวิทยาลัย แต่นักศึกษากลับไม่เอาด้วยและรังเกียจ สุดท้ายเมื่อมีการสื่อสารว่าแม่บ้านถูกกดขี่อย่างไรคนจึงเข้าใจ จึงควรเรียนรู้ทั้งจากประวัติศาสตร์และละครเกาหลี แรงงานเป็นเรื่องสามัญ ไม่ใช่แค่ครูแต่ยังหมายถึงบุคลากรอื่น ๆ ด้วยไม่ว่าจะเป็นแม่บ้านหรือนักวิจัย นักวิจัยบางคนมีผลงานมากกว่าอาจารย์แต่กลับถูกปฏิบัติแย่มาก แรงงานทุกคนก็เป็นกลุ่มก้อนเดียวกัน เราควรศึกษากลไกการต่อสู้ของเกาหลีใต้ในระบอบที่ไม่เป็นประชาธิปไตย ไม่ควรรอให้ไทยเป็นประชาธิปไตยก่อนแล้วจึงสร้างสหภาพแต่ควรสร้างสหภาพและประชาธิปไตยไปพร้อมกัน
.
ด้านธนวรรธน์ให้ความเห็นว่าในสังคมไทยต้องทำงานทางความคิดอีกมาก ทำมาแล้วก็ต้องทำต่อ สร้างประชาธิปไตยในสังคมทุกระดับรวมทั้งสถาบันทางการเมือง และยังต้องทำความเข้าใจเรื่องสหภาพแรงงาน สร้างจิตสำนึกทางชนชั้นและการรวมตัวโดยเฉพาะในแวดวงการศึกษา ซึ่งครูและอาจารย์ในสังคมไทยมีลักษณะเฉพาะของโลกตะวันออกที่คนยอมรับสูง ถูกชูให้ยิ่งใหญ่และสูงส่งแต่ก็ถูกกดทับไม่ให้ตั้งสหภาพเพื่อต่อรองไปพร้อม ๆ กัน แต่ก็เริ่มมีการรวมตัวกันบ้างแล้ว แม้จะยังไม่ถึงขั้นนัดหยุดงานประท้วงแต่ก็มีการรวมตัวใส่ชุดดำประท้วงหน้าหน่วยงานช่วงสั้น ๆ ซึ่งไทยอยู่ภายใต้ระบบอุปถัมภ์ ครูบางส่วนก็ออกมาเองแต่บางส่วนก็ถูกเกณฑ์มา
.
ไทยไม่มีระบบการต่อรองเหมือนประเทศอื่น ๆ แต่กลับใช้บุคคลไปรณรงค์วิ่งเต้นหรือตั้งองค์กรเพื่อส่งคนไปต่อรอง ซึ่งก็ยังไม่ใช่สหภาพอยู่ดีแต่เป็นเพียงกลุ่มผลประโยชน์ และก็นิยมใช้การวิ่งเต้นมากกว่าการรวมตัวต่อรอง สหภาพครูก็ตั้งไม่ได้ แต่ก็มีการรวมตัวการต่อรองเรียกร้องศักดิ์ศรีให้ครูประชาบาล ซึ่งมาพร้อมพัฒนาการทางประวัติศาสตร์ยุค 14 ตุลา หลังมีรัฐธรรมนูญ 2540 ครูเหล่านี้ก็ได้เป็นผู้บริหาร ปี 2546 ก็มีการตั้งสหภาพครูแห่งชาติ แต่จดในรูปสมาคมแทนเพราะตั้งสหภาพไม่ได้ คำถามคือองค์กรเหล่านี้สะท้อนความต้องการของครูและประชาชนจริง ๆ หรือไม่ เป็นประชาธิปไตยหรือไม่ หรือทำเพื่อผลประโยชน์ของผู้บริหาร
.
ขณะที่เทวฤทธิ์มองว่าคนในวงการศึกษาถ้าอยากมีชีวิตที่ดีก็ไต่เต้าไปตามปกติโดยไม่ก่อปัญหา เพราะครูและอาจารย์มีสถานะพิเศษ เริ่มจากเป็นเด็กดีในโรงเรียนแล้วก็เป็นเด็กดีในระบบ แต่งานศึกษาของภิญญพันธุ์ส่วนที่เน้นการนัดหยุดงานซึ่งไม่ใช่ส่วนหนึ่งของระบบ การจะจัดตั้งให้แรงงานมีพลังได้ก็ต้องจัดตั้งในคนที่มีพลังจริง ๆ ถ้าหยุดงานจะกระทบกระเทือนที่สะท้อนพลังอำนาจของคนงานที่แท้จริงและสร้างความเปลี่ยนแปลงได้ ปัจจุบันคนงานที่ไม่ยังไม่มีที่ทางหรือกฎหมายของรัฐนิยามและควบคุมอย่างชัดเจนคือแรงงานแพลตฟอร์มซึ่งกฎหมายยังไม่ยอมรับและยังไม่มีกลไกเชิงสถาบันมาถึง รวมถึงแรงงานข้ามชาติที่แม้จะถูกกลไกความมั่นคงแทรกแซงแต่ก็ยังต่อสู้และต่อรองอยู่ตลอด เพราะยังไม่มีกลไกที่ชัดเจนแน่นอนในการจัดความสัมพันธ์ที่ลงหลักปักฐาน
.
รูปแบบการจ้างงานที่มีมากในมหาวิทยาลัยคือแรงงานเหมาบริการ เมื่อต้นปีกระทรวงศึกษาธิการก็อยากเปลี่ยน แต่เมื่อพิจารณาใน พรบ. คุ้มครองแรงงานฉบับล่าสุดที่เพิ่งผ่านและประกาศใช้นอกจากเรื่องลาคลอดแล้วยังมีมาตรา 3 ที่คุ้มครองแรงงานเหมาบริการตาม พรบ. นี้ด้วย ซึ่งในภาครัฐมีประมาณ 5 แสนคน ใน สพฐ. ก็มี 7 หมื่นคน แต่ก็อาจได้รับผลกระทบว่าจะได้รับการจ้างต่อหรือไม่ หรือรูปแบบการจ้างอาจเปลี่ยนไปไหม ซึ่งถือเป็นการเขย่าที่สำคัญที่อาจมีผลต่อการเคลื่อนไหวเพื่อปกป้องและรักษาสิทธิของคนงานต่อ
.
เทวฤทธิ์เสริมว่าทั้งนี้เมื่อแรงงานเหมาบริการได้รับการคุ้มครองตาม พรบ. คุ้มครองแรงงานแล้ว ในพรบ.นี้ยังมีกลไกสร้างรูปแบบการต่อรองขึ้น คือ กรรมการสวัสดิการในสถานประกอบการ มีตัวแทนลูกจ้าง 5 คนที่มาจากการเลือกตั้ง ซึ่งอาจมาจากกรรมการลูกจ้างในกรณีที่่มีอยู่ แต่ถ้าไม่มีก็ต้องเลือกตัวแทนเหล่านี้ขึ้นมาเพื่อต่อรองหารือ กำกับติดตามเกี่ยวกับสวัสดิการ จึงอาจเปิดช่องให้นักเคลื่อนไหวด้านแรงงานสมัครเข้าไปจัดตั้งได้ สมัยหนึ่งนักกิจกรรมนักศึษาที่เกาหลีใต้ก็ไม่ได้เข้าป่าแต่ไปจัดตั้งในโรงงานแทน ซึ่งต้องการผู้นำที่อุทิตตน เราสามารถนำแนวคิดนี้มาใช้กับสหภาพการศึกษาโดยแรงงานเหมาบริการก็เป็นอีกจุดที่น่าสนใจ แต่ก็ต้องระวังการตั้งองค์กรใหม่มาครอบงำ บางองค์กรก็มีนายทุนเป็นเจ้าของและตั้งเพื่อมารักษาผลประโยชน์ของตนเองไม่ใช่แรงงาน ทำให้ขับเคลื่อนเรื่องสวัสดิการและค่าแรงได้ไม่เต็มที่
.
อีกด้านหนึ่ง ผศ. ดร.กฤษฎาระบุว่าเราไม่ควรมองเฉพาะครูอาจารย์แต่ต้องรวมถึงบุคลากรสายสนับสนุน แม่บ้าน รปภ. หรือนักเรียนด้วย สหภาพแรงงานมีทั้งแบบอุตสาหกรรม วิชาชีพ และสังคม แต่ในยุคเสรีนิยมใหม่ที่คนเป็นปัจเจกมากขึ้นอาจไม่เหมาะจะตั้งสหภาพแรงงานแยกเฉพาะอีกต่อไปเพราะจะตัดขาดจากสังคม หากเรียกร้องเพื่อตนเองอย่างเดียวสังคมก็จะมองไม่ดี จึงควรสร้างพันธมิตรด้วย อีกทั้งดูกลยุทธและใช้ช่องทางสื่อสารให้เป็น
.
การคุ้มครองสิทธิเป็นเรื่องสำคัญ ตนทำงานไม่ได้พักมาเพราะวันเสาร์ – อาทิตย์ก็ยังต้องทำงานอยู่ ก่อนมาอยู่ ม.ธรรมศาสตร์ ตนอยู่ ม.ศิลปากรก็เห็นปัญหาอยู่ มหาวิทยาลัยของรัฐบางแห่งก็ได้งบวิจัยแค่หมื่นบาท มีกฎเกณฑ์ต่าง ๆ มาบีบบังคับ เช่น การขอตำแหน่ง สภาพการทำงานก็ย่ำแย่แต่การรวมตัวกลับยาก จึงต้องรวมตัวกันเป็นกลุ่มเล็ก ๆ ที่มีประเด็นร่วมกันก่อนแล้วค่อยขยายออกไป
.
ในประเด็นเรื่องการกำหนดนโยบายการศึกษาและการจัดตั้ง ผศ. ดร.กฤษฎายังชี้ว่ามีข้อเรียกร้องของสหภาพการศึกษาทั่วโลก (Education International – EI) เรียกร้องถึงองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) เรื่องอัตราเงินเดือน การจ้างงานที่มั่นคง การคุ้มครองสิทธิ การพัฒนาวิชาชีพ เพราะปัจจุบันครูทำงานมากเกินไปทำให้ประสิทธิภาพลดลง ทาง ILO และ UNESCO ก็มีข้อแนะนำให้ประเทศสมาชิกปฏิบัติ ในไทยพูดเรื่องนัดหยุดงานยาก แต่ควรมีกลไกพูดคุยที่ไม่ใช่ไตรภาคีและให้แรงงานมามีส่วนร่วมจริง ๆ และยังมีการแบ่งแยกทางอาชีพ แรงงานครูไปอยู่กับกระทรวงศึกษาธิการแทนที่จะมีกระทรวงแรงงานมาร่วมด้วย แม้ข้อแนะนำของ ILO และ UNESCO จะไม่ใช่กฎหมายแต่ก็ใช้อ้างอิงให้ทำตามได้
.
กฤษฎาเสริมว่าสหภาพแรงงานมี 2 ประเภท คือ ทางเศรษฐกิจกับทางสังคม อย่างแรกเรียกร้องผลตอบแทน อย่างหลังเรียกร้องความเป็นธรรมทางสังคม ของไทยสมัยก่อนบอกว่าครูเป็น “เรือจ้าง” ที่มีบุญคุณ แต่ปัจจุบันนักศึกษาก็ไม่ได้มองครูว่ามีบุญคุณอีกแล้ว ครูจึงไม่อาจเรียกร้องเพื่อตัวเองได้อย่างเดียวแต่ต้องเรียกร้องสิทธิให้นักศึกษาด้วย เช่น คัดค้านมหาวิทยาลัยออกนอกระบบที่จะกระทบกับทั้งครูและนักศึกษา
.
ขณะที่ รศ. ดร.ภิญญพันธุ์ กล่าวในประเด็นนี้ว่าปัจจุบันฝ่ายขวาและฝ่ายต่อต้านแรงงานเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ สัปดาห์ก่อนคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ก็ออกมาต่อต้านกฎหมาย 3 ฉบับ ควรมีองค์กรกลางมาแถลงเรื่องปัญหาในระบบการศึกษาให้สื่อไปนำเสนอต่อ อย่าปล่อยให้เป็นการบ่นให้เพื่อนฟัง ควรสร้างเนื้อหาเกี่ยวกับวิชาชีพ ครูต้องจ่ายเงินเพื่อเป็นสมาชิกคุรุสภาแต่ประธานกรรมการกลับเป็น รมว. ศึกษาธิการ ครูไม่มีอำนาจ จึงต้องเอา รมว. ออกไป ให้ครูมีอำนาจจริง ๆ ไม่ใช่ให้ครูจ่ายเงินเพื่อต่อใบอนุญาตในวิชาชีพเท่านั้น
.
กฎหมายเป็นอุปสรรคในการจัดตั้งสหภาพ ครูอยู่ในสถานศึกษาซึ่ง พรบ. ยกเว้นไม่ให้ตั้งสหภาพ การหาสมาชิกที่ยอมจ่ายเงินค่าบริหารสหภาพก็ยาก ต้องมีงานวิจัยปัญหาในสถานศึกษาและสื่อสารต่อสาธารณะ ครูต้องออกไปเดินขบวนวันแรงงานในทุกจังหวัด รวมถึงพูดถึงปัญหาในวันครูไม่ใช่ให้ไหว้ครูอย่างเดียว ต้องเรียกร้องเรื่องสภาพการจ้างงานและเชื่อมต่อกับระดับสากล เช่น EI หรือมูลนิธิ 18 พฤษภารำลึกของเกาหลีใต้ ไปให้ความรู้และเปิดรับสมาชิกตามโรงเรียนและมหาวิทยาลัยต่าง ๆ จากนั้นจึงขอจดทะเบียนตั้งสหภาพ ถ้าไม่ได้ก็เรียกร้องให้แก้กฎหมายตั้งแต่ พรบ. แรงงานสัมพันธ์หรือรัฐธรรมนูญ งานหลังบ้านต้องรวบรวมเรื่องราวมาเล่าและจัดการเรื่องการเงิน หากจะจัดตั้งสหภาพให้สำเร็จก็ต้องลงแรงและลงทุน เรามี สว. เสียงข้างน้อยในวุฒิสภา ครู และพนักงานมหาวิทยาลัยแล้ว ต้องเรียกร้องไม่ใช่เพื่อครูอย่างเดียวแต่ต้องสร้างประชาธิปไตยด้วยเหมือนที่เกาหลี
.
ด้านธนวรรธน์เผยว่าผู้อาวุโสในสหภาพแห่งชาติครูยังมีการพูดเรื่อง ILO 87 และ 98 อยู่แต่คนรุ่นใหม่ ๆ ไม่ค่อยพูดกันแล้ว จึงต้องรณรงค์เรื่องนี้ต่อรัฐบาล คุรุสภาก็จัดงานวันครูโลกทุกปีแต่ไม่พูดเรื่องข้อแนะนำของ ILO และ UNESCO เลย ทั้ง ๆ ที่เป็นต้นกำเนิดของวันครูโลก เราตั้งกลุ่มครูขอสอนช่วงปี 2561 – 2562 ซึ่งคำว่าสหภาพยังเป็นลบอยู่ เราก็พูดเรื่องปัญหาการศึกษาและสื่อสารต่อสังคมถึงปัญหาของครูซึ่งมีภาระงานที่ไม่เกี่ยวกับการสอนมากเกินไป ซึ่งจะกระทบต่อนักเรียน ผู้ปกครอง และนายจ้างด้วย จากนั้นจึงขยายไปเป็นเรื่องประชาธิปไตยในโรงเรียน
.
ตนเคยเข้าไปเป็นรองเลขาธิการสหภาพครูแห่งชาติ ช่วงรุ่งเรืองมีคนเข้าไปประชุมเป็นพันคนและเชื่อมโยงกับ EI แต่ปัจจุบันมีคนเข้าประชุมหลักสิบคน หลักการต่าง ๆ ก็ก้าวหน้าเพราะเอามาจาก EI ILO และ UNESCO จึงยังพอต่อยอดได้ แม้กรรมการจะเป็นระดับผู้บริหารโรงเรียนเสียมากแต่ก็มีทรัพยากรและเวลา สามารถร่วมงานด้วยได้ สหภาพครูแห่งชาติก็อยากขยายเช่นกัน เพราะที่ผ่านมาขยายผ่านเครือข่ายผู้บริหาร สหภาพนี้ยังเป็นฐานให้พรรคครูไทยเพื่อประชาชนด้วย ทำให้ได้ สส. บัญชีรายชื่อมา 1 คน อนาคตจะต้องเชื่อมโยงกับสหภาพครูต่าง ๆ ที่กระจัดกระจายให้เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันเพื่อก้าวต่อไป รวมถึงเชื่อมโยงกับสหภาพครูต่าง ๆ ระหว่างประเทศด้วย ซึ่งหากส่งเรื่องร้องเรียนไป EI ก็อาจออกแถลงการณ์ให้
.
เดิมสหภาพครูแห่งชาติจะต้องส่งใบสมาชิกเพื่อสมัครและใช้กลไก กมธ. การศึกษา ใช้งบประมาณไปจัดสัมมนาและเปิดรับสมาชิก แต่กฎระเบียบต่าง ๆ มีมาตั้งแต่ 20 ปีก่อนและเปิดเฉพาะครู ศึกษานิเทศก์ ผู้บริหารการศึกษา และผู้บริหารสถานศึกษา ตนเห็นว่าควรเปิดกว้างมากขึ้นให้รับครูเอกชนและนอกระบบด้วย ขณะที่ปัญหาของสหภาพครูแห่งชาติมีโครงสร้างใหญ่เกินไป ตัวแทนครูและการจัดตั้งมวลชนน้อยเกินไป เคลื่อนไหวน้อยเกินไป แม้ครูเองก็ยังไม่รู้ว่ามีสหภาพนี้อยู่และจะเข้าหาอย่างไร
.
เทวฤทธิ์ชี้ว่าอาจต้องแก้ข้อบังคับหรือธรรมนูญองค์กรรวมถึงพาคนเข้าไปสมัคร หากใช้องค์กรที่มีอยู่ต่อยอดก็จะไม่ต้องเริ่มจากศูนย์ คุรุสภาอ้างว่าเป็นตัวแทนวิชาชีพครู ใครจะเชิญครูหรือบุคลากรด้านการศึกษาไปดำรงตำแหน่งในกลไกรัฐต่างๆ ก็ต้องเชิญมายังคุรุสภา แต่ตนดูโครงสร้างองค์กรแล้วไม่มีครูหรือคนงานด้านการศึกษาจริง ๆ ที่กุมอำนาจคุรุสภาเลยจึงเสนอให้ล่ารายชื่อแก้ไข พรบ. คุรุสภา ที่ฟินแลนด์ตัวแทนสหภาพเข้าไปอยู่ใน กมธ. ร่างกฎหมายและ กมธ. งบประมาณ ในรัฐธรรมนูญไทยเองก็เปิดช่องให้คนนอกเข้ามาใน กมธ. วิสามัญร่างกฎหมายที่เกี่ยวกับกลุ่มเปราะบางได้ โดยจะต้องมีสัดส่วน 1 ใน 3 หรือหากประชาชนล่ารายชื่อร่างกฎหมายก็จะได้สัดส่วนใน กมธ. 1 ใน 3 เช่นกัน หากนักการศึกษาร่วมกันล่ารายชื่อแก้ พรบ. คุรุสภาก็จะมีสิทธิเข้าไปอยู่ใน กมธ. พิจารณาร่าง พรบ. เช่นกัน ในอนาคตต้องแก้รัฐธรรมนูญเพื่อเพิ่มสิทธิให้ประชาชนที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายในประเด็นนั้นๆ เข้ามาอยู่ในสัดส่วน กมธ. พิจารณากฎหมายด้วย ไม่ควรจำกัดเพียงกลุ่มคนเปราะบางจากเดิม รวมทั้งการพิจารณาร่าง พรบ. งบประมาณก็ควรมีส่วนตัวแทนแรงงานในกระทรวงนั้นๆ มาร่วมพิจารณา
.
ทั้งนี้การออกแบบการพัฒนาการมีส่วนร่วมของสหภาพแบบในต่างประเทศต้องระวัง เพราะอาจมีคนไปตั้งสหภาพใหม่เพื่อส่งตัวแทนได้ ในวุฒิสภาแม้จะมีกลุ่มอาชีพการศึกษาแต่ก็มักเป็นข้าราชการและเจ้าของโรงเรียนและสถาบันการศึกษา จริง ๆ แล้วทุกวิชาชีพหากเลือกกันเองชนชั้นแรงงานที่มากกว่าจะได้เปรียบและมีโอกาสเข้ามาเป็น สว. ได้ แต่กลับถูกพรรคการเมืองช่วงชิงไป การสื่อสารกับผู้กำหนดนโยบายก็สำคัญแต่ไม่ควรจบแค่การโพสต์ในเฟซบุ๊กหรือส่งบัตรสนเท่ห์ แต่ควรรวมกลุ่มกันไปยื่นหนังสือร้องเรียนกับผู้บริหารด้วย
.
การปฏิรูปการศึกษาและให้มหาวิทยาลัยออกนอกระบบมาถึงไทยเช่นกัน ตอนที่ พรบ. มหาวิทยาลัยอุบลราชธานีมาถึงวุฒิสภาตนพยายามแปรญัตติเพื่อคุ้มครองสวัสดิการและสิทธิในการรวมกลุ่มของพนักงาน แต่กฤษฎีกาไม่เห็นด้วยเพราะจะไม่เสมอภาคและเท่าเทียมกับมหาวิทยาลัยอื่น จึงเสนอให้แก้ พรบ. กลางที่ครอบคลุมทุกมหาวิทยาลัยซึ่งคุ้มครองพนักงานที่มีลักษณะทั่วไปแทน
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น