จากรวันดาถึงไทย-กัมพูชา : เร่งถอดสลักความเกลียดชังก่อนข้ามเส้นความเป็นมนุษย์




เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2568 ที่ห้องออดิทอเรียม ชั้น 5 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ทีมงานวุฒิสมาชิกเทวฤทธิ์ มณีฉาย ร่วมกิจกรรมเสวนา “จากโฮเทล รวันดา สู่บทเรียนสังคมไทย” โดยมีผู้ร่วมเสวนาประกอบด้วย อังคณา นีละไพจิตร สมาชิกวุฒิสภา ศ. สมชาย ปรีชาศิลปกุล คณะนิติศาสตร์ ม.เชียงใหม่ วรา จันทร์มณี สื่อมวลชนและนักวิชาการอิสระ ทิชา ณ นคร ผู้อำนวยการศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชน (ชาย) บ้านกาญจนาภิเษก จะเด็จ เชาวน์วิไล ที่ปรึกษามูลนิธิหญิงชายก้าวไกลและขบวนการสร้างเสริมสุขภาพประชาชน และ ศ.เกียรติคุณ ดร. อรรถจักร์ สัตยานุรักษ์ คณะมนุษยศาสตร์ ม.เชียงใหม่ ดำเนินรายการโดย กรรณิการ์ กิจติเวชกุล ผู้จัดรายการ “เช้าทันโลก” FM 96.5
.
Hotel Rwanda เป็นภาพยนตร์ของเทอร์รี จอร์จ ผู้กำกับชาวไอริช ออกฉายปี 2547 สร้างจากเรื่องจริงของ พอล รุสซะซาบาจินา ผู้จัดการโรงแรมมิลล์คอลินส์ในกรุงคิกาลี ประเทศรวันดา ในช่วงเหตุการณ์ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ปี 2537 เมื่อชนเผ่าฮูตู ก่อการสังหารหมู่ชนเผ่าทุตซีอย่างโหดร้าย พอลซึ่งเป็นฮูตูโดยกำเนิดแต่มีภรรยาเป็นทุตซี ใช้ตำแหน่ง หน้าที่ และความกล้าหาญของตนเปิดโรงแรมให้เป็นที่หลบภัยของผู้ลี้ภัยกว่า 1,200 ชีวิต ท่ามกลางความเพิกเฉยของนานาชาติ หนังสะท้อนพลังของมนุษยธรรม ความกล้าท่ามกลางความโหดร้าย และตั้งคำถามต่อความล้มเหลวของโลกในการยับยั้งภัยพิบัติทางศีลธรรมครั้งใหญ่ในศตวรรษที่ 20
.
กิจกรรมเสวนาในครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางบริบทในสังคมไทยที่กำลังก้าวสู่ความแตกแยกและการปลุกเร้าความเกลียดชังในสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างไทย-กัมพูชาและกระแสชาตินิยมที่พุ่งสูง เมื่ออังคณา นีละไพจิตร สมาชิกวุฒิสภาและนักสิทธิมนุษยชน ออกมาตั้งคำถามกับการเปิดลำโพงเสียงดังที่ชายแดน ก็กลับถูกสังคมและสื่อมวลชนบางส่วนประณามอย่างรุนแรงจนนำไปสู่การคุกคาม ซึ่งก่อนเริ่มการเสวนาเยาวชนกลุ่มผู้ถูกเจียระไน ผู้จัดงานก็ได้ร้องเพลงและมอบดอกกุหลาบให้กำลังใจกับอังคณาด้วย
.
อังคณากล่าวว่าหนังเรื่องนี้ดูมาหลายปีแล้วและตั้งใจจะไม่ดูซ้ำเพราะดูทีไรก็สะเทือนใจ สักปีที่ผ่านมาก่อนมาเป็น สว. ตนก็เป็นผู้เชี่ยวชาญของสหประชาชาติ เห็นเหยื่อที่สูญเสียครอบครัวทั้งที่รวันดาและที่อื่น ๆ พยายามเรียกร้องความเป็นธรรม แม้ฝ่ายผู้นำจับมือกันแล้วก็ไม่จบเพราะคนที่ถูกทิ้งคือพลเรือน แล้วทำอย่างไรจะทำให้คนก้าวผ่านความทุกข์ทรมานไปได้ มีการเยียวยาจิตใจ
.
อังคณาเปิดใจว่าตอนที่ตนโพสต์ข้อความตำหนิการเปิดเสียงดังกลางดึกตนไม่ได้คิดอะไร เพราะการบังคับไม่ให้คนนอนเป็นการทรมานอย่างหนึ่ง ในคุกกวนตานาโมก็มีการทำเช่นนี้ เมื่อคนจะนอนก็เอาน้ำมาสาด ในสามจังหวัดชายแดนใต้ก็มี ตนเห็นหนังสือของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนของกัมพูชาบอกว่าการเปิดลำโพงเป็นการทรมานประชาชนกัมพูชา โดยเฉพาะผู้หญิง เด็ก และคนป่วย ตนก็สงสัยว่าพลเรือนเข้าไปในพื้นที่กฎอัยการศึกยามวิกาลได้อย่างไร ตนตั้งใจจะถามรัฐแต่กลับกลายเป็นการแตะคนที่ไม่มีใครกล้าแตะ ตนไม่ได้คิดเลยว่าจะเกิดผลกระทบขนาดนี้ การพูดที่ตรงไปตรงมา ความกังวล ความห่วงใย กลับกลายเป็นปฏิกิริยาตอบกลับที่รุนแรง แต่ก็เห็นเพื่อน ๆ ที่ออกมายืนหยัดเคียงข้างด้วย ต้องขอบคุณทุกคน
.
ตนถามตัวเองว่านักสิทธิมนุษยชนไทยมีเพียงตนกับ สุณัย ผาสุขเท่านั้นหรือ หากเกิดอะไรขึ้นกับเราก็จะทำให้ทุกคนถูกปิดปากไม่พูดเรื่องความจริงกับความชอบธรรมหรือไม่ นักสิทธิมนุษยชนไม่มองพรมแดน เชื้อชาติ สีผิว ภาษา แต่มองทุกคนเท่าเทียมกัน แม้แต่รัฐธรรมนูญเองก็บอกว่าห้ามเลือกปฏิบัติ ปฏิญญาสากลที่ไทยเป็นภาคีทุกฉบับก็เขียนไว้เช่นนี้
.
อังคณากล่าวต่อว่าก่อนที่จะมีเรื่องเปิดเสียงดัง คนงานกัมพูชาถูกไล่จากงาน เด็กนักเรียนกัมพูชาถูกถอดเครื่องแบบแล้วส่งเข้าห้องขัง มีการตั้งคำถามว่าทำไมไทยต้องเสียเงินให้เด็กกัมพูชา จริง ๆ แล้วความผิดเดียวของเด็กคือการติดตามผู้ปกครองเข้ามาอยู่ไทย พูดกัมพูชาก็ไม่ได้ คิดว่าตนเองเป็นคนไทยมาตลอด เมื่อคนคัดค้านเรื่องนี้ก็ถูกตอบโต้ จากนั้นก็มีการโจมตีคนที่พูดเรื่องสิทธิขั้นพื้นฐานมากขึ้น
.
ด้าน ศ. สมชาย ปรีชาศิลปกุล ระบุว่ากรณีของอังคณาไม่ใช่คนแรก นักวิชาการและนักการเมืองไทยก็โดนป้ายสีแบบนี้มาแล้ว มี 3 เรื่องที่ทำให้เป็นเช่นนี้ ได้แก่ ชาติ ศาสนา และ ม.112 ใครที่ถูกมองเป็นปฏิปักษ์กับ 3 อย่างนี้จะถูกผลักให้เป็นคนอื่น พร้อมจะถูกขับไล่ เกลียดกลัวว่าคนแบบนี้จะสั่นคลอนสถาบันหลัก ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่ ชาตินิยมที่ไม่เกลียดชังคนอื่นสามารถทำได้ มีศาสนาโดยไม่เกลียดชังเพื่อนมนุษย์ได้ คนที่เกี่ยวพันกับ ม.112 ถูกผลักเป็นคนไม่ดี ใครที่ถูกกล่าวหาด้วยเรื่องนี้จึงต้องระวังว่าจริงหรือไม่
.
ตนเกิดในยุคที่เสพสื่อผ่านสื่อกระแสหลัก มีการคุมกันว่าพูดเรื่องใดได้หรือไม่ได้ แต่ในโลกปัจจุบันมีสื่อใหม่และผู้มีอิทธิพลทางความคิดที่สามารถให้และส่งผ่านข้อมูลได้เร็วมาก ซึ่งเป็นประเด็นปัญหารูปธรรมที่สะเทือนอารมณ์ความรู้สึก คนจึงพร้อมเลือกข้างและข้ามเส้นต่าง ๆ รวมถึงกรณีกัมพูชาด้วย ที่พร้อมกระจายข้อมูลออกไปและดึงคนเข้ามาร่วม และหากำไรจากความสนใจของคน ทั้งที่เรารู้น้อยมากว่าเกิดอะไรขึ้นที่ชายแดนและอะไรจริงไม่จริง พร้อมทำให้ความเกลียดชังกระจายไปเร็วมาก การตรวจสอบตามไม่ทัน
.
สอดคล้องกับวรา จันทร์มณี ที่สะท้อนในฐานะสื่อมวลชนว่ากระแสสื่อในสถานการณ์ไทย-กัมพูชาสะท้อนความต่ำทรามของสังคม สื่อหลักคือพวกสถาบัน ส่วนสื่ออื่น ๆ คือสื่อที่ควบคุมไม่ได้ หนังเรื่องนี้เกิดมา 30 ปีแล้ว สื่อควรเอาเป็นบทเรียนแต่กลับไม่มีสำนึก คนไทยพร้อมที่จะมองคนเป็น “คนอื่น” ได้ตลอดเวลา
.
วราเสริมว่าสื่อหลักอาจปลุกกระแสชาตินิยมเพื่อสร้างความขัดแย้งและผลประโยชน์ เช่น ผลประโยชน์ทางการเมืองในการเลือกตั้งครั้งหน้า เพื่อขับไล่พรรคการเมืองที่เห็นต่าง แม้แต่ผู้มีอิทธิพลทางความคิดก็หาผลประโยชน์ แต่ยังดีที่เมื่อเกิดกรณีอังคณากระแสก็ตีกลับภายใน 2 วัน ตนเรียกร้องให้สื่อกระแสหลักและผู้มีอิทธิพลทางความคิดนำหนังเรื่อง Hotel Rwanda มาพูดถึง หรือฉายทางโทรทัศน์และที่ชายแดนบ้าง
.
อังคณาถูกกล่าวหาว่าเป็นแม่พระเขมร แล้วแม่พระไทยต้องเป็นแบบสันติอโศกหรือ น่าจะเป็นปีศาจร้ายในคราบนักบุญมากกว่า สิ่งที่สังคมไทยต้องพูดคือการทวงจิตสำนึกของสื่อมวลชน สื่อที่มีคุณภาพมีน้อย เช่น Thai PBS หรือสื่ออิสระบางช่องในเฟซบุ๊ก สื่อเป็นกระจกสะท้อนข้อเท็จจริงให้สังคมเห็นอย่างเที่ยงตรงและไม่มีอคติ และเป็นตะเกียงหรือไฟฉายที่จำแนกแยกแยะและชี้ทางออกให้สังคม
.
วราเผยว่า บก. ช่องอมรินทร์กล่าวในคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน สภาผู้แทนราษฎรว่าไม่ได้นำเสนอความเท็จ เสนอแต่ข้อเท็จจริงจากทั้งสองฝ่าย แต่ไม่ได้ตรวจสอบ มีแต่ข้อถกเถียงจากแม่ค้านายทุนเงินกู้ สื่อไม่ควรสนับสนุนการรบราฆ่าฟันแต่ต้องส่งเสริมสังคม สังคมเองก็ต้องส่งเสียงถึงสื่อ รวมทั้งทุนและนักการเมืองที่กำกับสื่อให้มีจิตสำนึก
.
ขณะที่ทิชา ณ นคร ให้ความเห็นว่าเราต้องไม่เชื่อว่าความรุนแรงแก้ปัญหาได้ก่อนแล้วถึงจะคิดวิธีอื่นได้ เครื่องมือหนึ่งก็คือหนัง แต่หนังก็เป็นอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ไม่ใช่สื่อการสอน จึงมีด้านมืดอยู่ในหนัง แต่เด็กและเยาวชนก็เข้าถึงหนังได้ ทำอย่างไรจึงจะเปลี่ยนเชื้อโรคในหนังให้เป็นวัคซีน แต่ก่อนอื่นต้องเชื่อในมนุษย์ก่อน เด็กบ้านกาญจนาภิเษกมีความมนุษย์ที่คนอื่นมองไม่เห็น เมื่อเขาดูหนังแล้วก็ไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่เกิดขึ้น
.
ตนได้ยินเรื่อง “คนอื่น” ครั้งแรกจาก ศ.นิธิ เอียวศรีวงศ์ เมื่อเห็นคนเป็น “คนอื่น” แล้วก็ทำร้ายได้ง่าย เช่นเด็กช่างที่ออกไปฆ่าคู่อริโดยไม่คิดอะไร ไม่คิดถึงความเสียหายที่ต่อเนื่องตามมา แต่หนังทำให้มอง “คนอื่น” เป็นคน เมื่อคนถูกเรียกเป็นแมลงสาบได้ก็ทำให้คนออกไปฆ่า เราต้องมีความเชื่อเดิมเป็นพื้นฐานก่อนว่าเด็ก ๆ ไม่ได้เกิดมาเป็นปิศาจ แต่ปิศาจถูกสร้างขึ้นมาทีหลัง อย่างกรณีกราดยิงที่สยามพารากอน ปิศาจอยู่ที่เราด้วยในฐานะคนเกิดก่อน รวมถึงรัฐบาลที่ออกนโยบาย
.
ในมุมของภาคประชาสังคม จะเด็จ เชาวน์วิไล ชี้ว่านักพัฒนาเอกชนก็มักคิดว่าตัวเองเป็นคนดีเช่นกัน และก็ไปอยู่อีกฝั่งหนึ่งที่ทำร้ายคนเสื้อแดง ซึ่งชนชั้นนำก็ฉลาดที่รู้จักใช้งาน แต่ตอนหลังนักพัฒนาเอกชนก็ฉลาดขึ้น ชนชั้นนำจึงหันไปใช้ผู้มีอิทธิพลทางความคิดแทน ตอบโต้กันไปมาและดึงประชาชนที่ไม่เท่าทันเอาเป็นส่วนหนึ่งด้วย เอาประวัติศาสตร์ขัดแย้งระหว่างชนชาติมาใช้ ทั้ง ๆ ที่คนไปมาหาสู่กัน ใช้ภาษาและวัฒนธรรมซึ่งกันและกัน แต่กลับพูดแต่เรื่องขอมและพระยาละแวกเพื่อให้ทะเลาะกัน ช่วงแรกที่ยิงกันก็มีวัยรุ่นไทยไปไล่ล่าคนเขมร และในกัมพูชาก็มีการไปไล่ล่าคนไทย คนที่เดือดร้อนคือคนธรรมดาหาเช้ากินค่ำ แต่ชนชั้นนำนักธุรกิจไม่เดือดร้อน จึงต้องตั้งคำถามกับผู้ทรงอิทธิพลทางความคิด ต้องขอบคุณอังคณาที่ทำให้กระแสตีกลับและคนตั้งคำถามมากขึ้น
.
คนดีไม่มีอยู่จริง ทุกคนมีทั้งดีทั้งเสียอยู่ในตัว อย่าคิดไปเองว่าทำงานทางสังคมแล้วจะเป็นคนดี ทุกคนต้องถูกวิจารณ์ตรวจสอบได้ มิฉะนั้นก็ย่อมไม่รู้ว่าทำดีจริงหรือไม่ ความดีไม่ใช่แค่เรื่องชาติ ศาสนา แต่ยังเป็นการช่วยเหลือคนอื่นและสร้างความเป็นธรรมด้วย โครงการใดที่นักพัฒนาเอกชนเข้าไปสนับสนุนก็อาจถูกมองว่าขายชาติ แต่ความดีงามไม่ใช่เรื่องของชาติอย่างเดียว โครงการขนาดใหญ่ก็อาจทำร้ายชาวบ้านได้ จึงต้องเข้าไปช่วย นักพัฒนาเอกชนต้องถูกตรวจสอบ เราเองก็เคยผิดพลาดไปอยู่อีกฝั่งจนเกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองจนต้องกลับมาแก้ไข อยากให้เรียนรู้และเปลี่ยนตัวเอง มิฉะนั้นก็จะถูกเอาไปอ้างว่าเขมรเป็นคนเลวและต้องทำลายให้หมด
.
ในช่วงท้าย ศ. เกียรติคุณ ดร. อรรถจักร์ ชี้ให้เห็นทางออกจากวังวนความเกลียดชังครั้งนี้ว่าปรโตโฆสะหรือเสียงจากผู้อื่นเป็นสิ่งสำคัญมากในศาสนาพุทธ หากไม่มีเสียงเช่นนี้แล้วก็จะเป็นแบบรวันดา จะถูกระบอบอารมณ์ความรู้สึกหนึ่งกำกับเอาไว้และครอบคลุมการตัดสินใจทั้งหมด บงการให้เกิดการทำลายสิ่งที่ทำลายความรู้สึก เมื่ออังคณากลายเป็น “เสียงอื่น” ก็กลายเป็นผู้ทำลายความเป็นไทย เชื่อมให้คนมีพลังร่วมและรู้สึกว่าตนได้กระทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่ จนสลายความรู้สึกผิดชอบชั่วดีเยี่ยงมนุษย์เพราะอยากกำจัดสิ่งระคายเคือง ในรวันดาใช้คำว่า “แมลงสาบ” ชัดเจน หรือคำว่า “ควายแดง” ก็ชัดเจน คำว่า “นักสิทธิมนุษยชน” ก็กลายเป็นคำที่ไม่ดีของอีกฝั่ง
.
อุดมการณ์ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ถูกสร้างมานานและถูกผลักดันให้สูงส่งที่สุด แปดเปื้อนระคายเคืองไม่ได้เพราะเป็นอัตลักษณ์ร่วม ปัจเจกชนในสังคมไทยไม่มีความหมาย จะมีความหมายเมื่อเชื่อมกับชาติ เรื่องนี้จริงหรือไม่ก็ไม่สำคัญแต่เป็นความเชื่อ ความเชื่อนี้กระจายออกไปในทุกมิติเหมือนรากฝอยของต้นไม้ เช่น “ไทยนี้รักสงบ แต่ถึงรบไม่ขลาด” หรือ ม.112 อารมณ์ความรู้สึกนี้ข้ามพ้นศีลธรรมหรือกฎหมาย
.
อรรถจักร์ระบุว่าอังคณาก็เหมือนทุกคนที่พร้อมตกเป็นเหยื่อถ้าเป็น “เสียงอื่น” ถ้าไม่อยากโดนก็ต้องพูดให้เหมือนกัน นอกจากการทำร้ายทางอารมณ์แล้วยังมีโอกาสทำร้ายจริง ๆ ด้วย ถ้าคนทั่วไปไม่เชื่อมกับสิ่งสูงสุดก็คงไม่ทำสิ่งที่ละเมิดศีลธรรมเช่นนี้ ที่รวันดาก็เป็นเช่นนี้ มีการสร้างชาติพันธุ์หนึ่งให้สูงส่งกว่า ใช้คำอย่าง “แมลงสาบ” เป็นรากฝอย มองเห็นอนาคตของสังคมเพียงการขจัดสิ่งแปดเปื้อน ในรวันดาวันนี้แม้จะสมานฉันท์กันแล้วก็ยังคงมีบาดแผลทางอารมณ์เหลืออยู่ ของไทยก็ยังมีบาดแผลจากเหลือง – แดงตกค้าง
.
ความประสงค์ร้ายต่ออังคณาคือผลผลิตของการสร้างพันธนาการของระบอบอารมณ์ความรู้สึก ทำให้เกิดปฏิบัติการข้ามศีลธรรมหลายครั้ง หากปัจเจกชนเชื่อมกับสิ่งที่สูงส่งดังกล่าวก็พร้อมข้ามศีลธรรมด้วย จะถอดถอนพันธนาการทางอารมณ์ร่วมกันได้คือการรื้อฟื้นเสรีภาพของมนุษย์และชาติ เราสามารถมีชาติที่คนเสมอภาคกันได้ คืนเสรีภาพให้ชาติที่ถูกจองจำด้วยกรอบคิด เสริมมิติความเป็นมนุษย์ที่เรามีเหมือนกันทั้งลาว ไทย เขมร ซึ่งวัฒนธรรมแทบจะเป็นเนื้อเดียวกัน
.
หากเชลยศึกเขมรอยากทำฟันฟรีก็ควรให้ทำ เรามีความเห็นอกเห็นใจส่วนตนแต่ไม่มีความเห็นอกเห็นใจทางสังคม บ้านกาญจนาภิเษกก็พยายามสร้างเรื่องนี้ สังคมก็ต้องสร้างด้วย ชาติเป็นส่วนผสมของทุกคน ทั้งเจ๊ก แขก ไทย ฝรั่ง มอญ ไพร่ เจ้า หากทำเช่นนี้ได้ไทยก็จะไม่เป็นแบบรวันดา ต้องผ่อนคลายพันธนาการที่ผูกรัดอารมณ์ความรู้สึก ความเป็นไทยคือการที่เด็กคลานเข่าเข้าไปหาครู เราเคารพครูได้โดยไม่ต้องคลานเข่า จึงต้องสร้างความเป็นไทยชุดใหม่ที่เสมอภาค
.
สิ่งที่เกิดกับอังคณาทำให้มีคนออกมาช่วยภายใน 2 วัน นี่คือทางเดินที่จะไปถอดถอนพันธนาการหลัก อยากให้กำลังใจอังคณาและนักสิทธิมนุษยชนทุกคน ต้องสร้างการเติบโต มิฉะนั้นสื่อก็จะกลายเป็นผู้ปลุกกระแสเสียเอง รวมทั้งสื่อกระแสหลักด้วย ถ้าเราไม่เห็นระบอบอารมณ์ความรู้สึกที่กำกับเราก็จะสู้ลำบาก คนรุ่นเก่าจะต้องรับผิดชอบให้มากขึ้นเพื่อลดทอนพลังตรงนี้ ให้คนทุกรุ่นได้สัมพันธ์กันอย่างงดงาม

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

เอกสารงบประมาณ 2569 (ขาวคาดแดง)

แจกเอกสารประกอบการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ 69 : เศรษฐกิจ-สังคม-ความมั่นคง-ภัยพิบัติ-บริหาร

เก็บตกข้อเสนอภาควิชาการ เลือกตั้งเสรีและเป็นธรรม หน้าตาเป็นอย่างไร?