ส่องสถานการณ์แรงงานแพลตฟอร์มไทย ในวันที่ 'พาร์ตเนอร์' ยังไม่ได้รับการคุ้มครองตาม กฎหมายแรงงาน
ในยุคสมัยปัจจุบันที่แรงงานไรเดอร์จากแพลตฟอร์มต่าง ๆ เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของผู้คนมากขึ้นและมีจำนวนคนทำงานแพลตฟอร์มเพิ่มมากขึ้นเรื่อง ๆ ตามห้วงเวลา แต่คุณภาพชีวิตและคุณภาพการจ้างงานของพวกเขากลับสวนทางการเติบโตของตลาดแรงงานแพลตฟอร์มไปคนละทิศทาง
.
ปัญหาของแรงงานแพลตฟอร์มในไทยสะท้อนความเปราะบางเชิงโครงสร้างของระบบจ้างงานยุคใหม่อย่างชัดเจน ทั้งค่าตอบแทนที่ไม่สอดคล้องกับค่าครองชีพและผันผวนตามอัลกอริทึม สภาพการทำงานที่ผลักภาระต้นทุนและความเสี่ยงให้แรงงานแบกรับฝ่ายเดียว ตั้งแต่อุปกรณ์ทำงานไปจนถึงความปลอดภัยบนท้องถนน ขณะที่สัญญาและกติกาต่าง ๆ ถูกกำหนดโดยแพลตฟอร์มอย่างเบ็ดเสร็จโดยไร้พื้นที่ให้ต่อรอง การจัดการข้อร้องเรียนไม่มีความไม่โปร่งใสและมักนำไปสู่โทษที่ไม่เป็นธรรม นอกจากนี้แรงงานยังขาดเสรีภาพในการรวมกลุ่มหรือมีตัวแทนต่อรอง ทั้งที่ถูกเรียกว่า “พาร์ตเนอร์” แต่กลับไม่มีอำนาจใดในการกำหนดค่ารอบ เงื่อนไขงาน หรืออนาคตของตนเอง ทั้งหมดนี้คือส่วนหนึ่งของข้อสรุปจากโครงการวิจัย “Fairwork Thailand 2025: ร่วมวางรากฐานสู่การทำงานที่เป็นธรรมในเศรษฐกิจแพลตฟอร์มของประเทศไทย” ซึ่งเปิดตัวรายงานวิจัยไปเมื่อ 18 พฤศจิกายน 2568 ที่ผ่านมา
.
ทั้งนี้ Fairwork เป็นการตรวจสอบบริษัทแพลตฟอร์มด้วยมาตรฐานตามการทำงานในบริษัททั่ว ๆ ไป และดูว่าทำตามมาตรฐานหรือไม่ โดยยึดหลักการงานที่มีคุณค่า (decent work) ได้แก่ ค่าตอบแทนที่เป็นธรรม สภาพการทำงานที่เป็นธรรม สัญญาจ้างที่เป็นธรรม การบริหารจัดการที่เป็นธรรม และการมีส่วนร่วมที่เป็นธรรม ดำเนินงานมาแล้ว 5 ปีใน 41 ประเทศ ร่วมประเมินกับ 712 บริษัทแพลตฟอร์ม มีบริษัทยินดีเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขการทำงาน 66 บริษัทรวม 414 ครั้ง แสดงว่ามีผลเกือบร้อยละ 10 ของบริษัท สัมภาษณ์แรงงานไป 7.4 พันคน สื่อรายงานข่าว 1.6 พันครั้ง ตีพิมพ์บทความ 68 ชิ้น ลงนามในสัตยาบันกับ 73 หน่วยงาน เป็นการเปลี่ยนแปลงด้านค่าตอบแทนที่เป็นธรรม 56 ครั้ง สภาพการทำงานที่เป็นธรรม 86 ครั้ง สัญญาจ้างที่เป็นธรรม 89 ครั้ง การบริหารจัดการที่เป็นธรรม 123 ครั้ง และการมีส่วนร่วมที่เป็นธรรม 36 ครั้ง
.
ในการเสวนา “หนทางสู่การจ้างงานที่เป็นธรรมในเศรษฐกิจแพลตฟอร์มของประเทศไทย” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมเปิดตัวรายงานวิจัยดังกล่าว มีผู้ร่วมเสวนาประกอบด้วย ประภาพร ผลอินทร์ กลุ่มไรเดอร์กรุงเทพฯ ฝั่งธนบุรี สฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง ประธานคณะกรรมาธิการการแรงงาน สภาผู้แทนราษฎร เทวฤทธิ์ มณีฉาย และแล ดิลกวิทยรัตน์ คณะกรรมาธิการการแรงงาน วุฒิสภา สุณีย์ สุริยาบุตร กองคุ้มครองแรงงานนอกระบบ กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน จิรพัชร พูลสุวรรณ บริษัท inDrive ประเทศไทย ดำเนินรายการโดย อรรคณัฐ วันทนะสมบัติ หัวหน้าโครงการวิจัย Fairwork ประเทศไทย
.
แลเปิดวงสนทนาโดยกล่าวว่าแรงงานในระบบสู้กันมาประมาณ 50 ปีแต่ยังไม่ค่อยเข้าหูผู้เกี่ยวข้อง แรงงานนอกระบบสมัยก่อนคือคนค้าขาย แต่ในปัจจุบันมากับเทคโนโลยีสมัยใหม่ ภาครัฐตามไม่ทัน แรงงานก็สับสนว่าตนเองเป็นอะไร ที่ว่าเป็นอิสระหมายถึงปลอดพ้นจากอะไรทั้งปวง รัฐกับการคุ้มครองแรงงานเป็นเรื่องสำคัญมากเพราะคนส่วนใหญ่เป็นแรงงาน การพัฒนาคนส่วนใหญ่คือการพัฒนาผู้ใช้แรงงานซึ่งไม่ใช่เรื่องพิเศษแต่เป็นหน้าที่ แต่กฎหมายก็ตามไม่ทัน
.
ฝ่ายออกกฎหมายคือฝ่ายนิติบัญญัติ ซึ่งกฎหมายมักไม่ได้เริ่มมาจากรัฐบาลหรือฝ่ายนิติบัญญัติเอง ต้องเป็นผู้ใช้แรงงานที่ริเริ่มแต่หลายครั้งรัฐก็ไม่ได้ทำตาม แรงงานจึงต้องไปสร้างแนวร่วม สมัยก่อนถ้านายจ้างขอตั้งสหภาพแรงงานก็จะถูกมองเป็นคอมมิวนิสต์และถูกจับกุมก่อนไปปล่อยในชั้นศาล ปัจจุบันนี้การรวมตัวเป็นเรื่องปกติแต่ก็ยังต้องมาพูดเรื่องการให้สัตยาบัน ILO 87 และ 98 อยู่ ซึ่งเป็นเรื่องสากลที่ทุกประเทศยอมรับเป็นเกณฑ์มาตรฐาน หากไทยยอมรับก็จะเป็นหน้าตาของประเทศด้วย หากผลักดันให้สำเร็จก็จะเป็นผลงานของทุกคนและช่วยแรงงานด้วย
.
ด้านสุณีย์ยืนยันว่ากองคุ้มครองแรงงานนอกระบบทำถึงมาตรฐานแรงงานไทยให้ใช้แรงงานด้วยดีและไม่กดขี่ ทั้งดูแลคนทำงานบ้าน กำหนดให้แรงงานต้องอายุไม่ต่ำกว่า 15 ปี ทำงานไม่เกิน 8 ชั่วโมง และได้ค่าจ้างขั้นต่ำ โดยทำงานร่วมกับภาคประชาสังคมและจัดการอบรมเพื่อสร้างการรับรู้ ส่วนเรื่องแพลตฟอร์มมี พรบ. ส่งเสริมและคุ้มครองแรงงานอิสระซึ่งอยู่ระหว่าง ครม. พิจารณาเพื่อนำเข้าสภาต่อไป
.
ระหว่างที่กฎหมายยังไม่ออกกรมฯ ก็ทำงานร่วมกับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมเพื่อดูแลแพลตฟอร์มไม่ให้เปลี่ยนสัญญาหรือทำสัญญาไม่เป็นธรรม ซึ่งไรเดอร์ก็มีทั้งที่สนับสนุนและไม่สนับสนุน พรบ. แรงงานอิสระฯ ระหว่างไม่มีกฎหมายก็ตั้งอนุ กมธ. ศึกษาเรื่องค่าจ้างไรเดอร์ไปก่อนเพื่อใช้เป็นเครื่องอ้างอิง และจะเสนอให้แพลตฟอร์มจัดหาเสื้อผ้าและอุปกรณ์ให้แรงงานโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย หาก พรบ. ผ่านสภาอนุ กมธ. ก็หมดวาระไป หาก พรบ. ไม่ผ่านและอนุกรรมการหมดวาระก่อนก็ต้องดูว่าจะต่ออายุหรือไม่
.
ขณะที่สฤษฎ์พงษ์บอกว่ากฎหมายแรงงานของไทยมีมากแต่ล้าสมัย กมธ. แรงงาน สภาผู้แทนฯ ก็ได้เข้าไปแก้ปัญหาหลายเรื่อง ไทยมีคนทำงานและคนไม่ทำงาน คนไม่ทำงานคือเด็กและคนชรา แต่กฎหมายก็ไปแยกเป็นแรงงานในและนอกระบบ ไรเดอร์มาร้องเรียนตนเยอะมาก มีการตั้งอนุ กมธ. ศึกษากฎหมาย แต่การเสนอกฎหมายก็ยากเพราะใกล้ยุบสภาแล้ว ต้องรับฟังความคิดเห็นประชาชน และถ้าเป็น พรบ. ทางการเงินก็ต้องให้นายกฯ ลงนาม ซึ่งก็ไม่เคยมีกฎหมายฉบับไหนมาจาก สส. โดยตรง ตนจึงไปแจ้งตรีนุช เทียนทอง รมว. แรงงานให้รัฐบาลเสนอแทน เพราะถ้าเป็นร่างกฎหมายของรัฐบาลโอกาสผ่านจะมีมาก จึงต้องไปเรียกร้องที่กระทรวงแรงงาน
.
ประธาน กมธ. การแรงงาน สภาผู้แทนราษฎร เสริมว่าไทยมักรอให้เกิดปัญหาก่อนแล้วค่อยออกกฎหมาย แต่ตนเสนอให้ออกกฎหมายก่อนจะมีปัญหา เช่น เรื่องยานพาหนะส่งของไร้คนขับ กฎหมายควบคุม AI เก็บภาษีหุ่นยนต์ และพัฒนาฝีมือแรงงานให้ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ได้ เรื่องแรงงานแพลตฟอร์มก็ต้องออกกฎหมายเช่นกัน โดยเฉพาะเรื่องการมีส่วนร่วมที่เป็นธรรม ทั้ง กมธ. การแรงงาน สส. และ สว. ก็จะร่วมออกกฎหมายต่อไป
.
อีกด้านหนึ่ง เทวฤทธิ์ชี้ว่า Fairwork คือระบบที่พยายามทำให้ระบบทุนนิยมเป็นธรรมต่อคนงานมากขึ้น คำถามคือมูลค่าของแพลตฟอร์มเกิดขึ้นจากนายทุนเพียงลำพังหรือไม่ หรือเกิดจากแรงงานในอดีตที่ร่วมกันสะสมทุนและเทคโนโลยีขึ้นมาด้วย ถ้าเป็นเช่นนั้นค่าแรงอย่างเดียวก็อาจจะไม่เพียงพอ หากแพลตฟอร์มเป็นตัวกลางจริงแรงงานก็ควรได้มูลค่าส่วนเกินหรือเป็นเจ้าของร่วมด้วย เพราะใช้ความชำนาญของตนเอง แต่ที่ยังไม่ได้เพราะเรายังคิดอยู่บนฐานกรรมสิทธิส่วนตัวของแต่ละปัจเจคอยู่ ยังไม่คิดในระบบกรรมสิทธิส่วนรวม ที่อาจต้องสร้างแพลตฟอร์มที่เป็นระบบสหกรณ์แทน แต่ปัญหาเมื่อต้องแข่งขันกับเจ้าอื่นในตลาดก็อาจยังสู้กับแพลตฟอร์มใหญ่ไม่ได้ จึงต้องใช้แนวทางปฏิรูปในระบบแทน
.
กมธ. การแรงงาน วุฒิสภา รับเรื่องร้องเรียนส่วนหนึ่งจากแรงงานที่อยากผลักดัน พรบ. แรงงานอิสระฯ แต่แรงงานอีกบางส่วนก็ไม่อยากให้ออก พรบ. มาแบ่งแยก แม้จะเคยมีคำพิพากษาศาลฎีกาที่ว่าแรงงานอิสระไม่ใช่แรงงานจริงเพราะไม่มีอำนาจบังคับบัญชา แต่กรณีนั้นก็เป็นกรณีเฉพาะตัวที่ไม่ควรนำมาใช้กับแรงงานอิสระทั้งหมด เพราะโดยพฤตินัยแล้วแพลตฟอร์มก็มีอำนาจบังคับบัญชาแรงงานผ่านอัลกอริทึม รวมทั่งบทลงโทษและต้องให้สวมชุดยูนิฟอร์ม ดังนั้นข้อเสนอให้กระทรวงแรงงานออกกฎกระทรวงมาเพื่อยืนยันว่าแรงงานแพลตฟอร์มคือลูกจ้างจึงมีน้ำหนัก อย่างไรก็ตาม แม้เราอาจไม่อยากให้ออก พรบ. มาเพิ่มแต่หากดูแล้วหลีกเลี่ยงไม่ได้เพราะกระทรวงเองก็พยายามผลักดัน ดังนั้นแรงงานก็ควรร่าง พรบ. ของตนเองมาประกบ ซึ่งตาม รธน. 2560 หากประชาชนร่างกฎหมายของตนเองแล้วสภารับหลักการ ประชาชนเจ้าของร่างก็จะมีสัดส่วนใน กมธ.พิจารณ ร่างกฎหมายนั้น 1 ใน 3 ด้วย หากแนวทาง Fairwork เป็นแนวทางที่ควรเป็นก็ควรร่างเป็นกฎหมายส่งเข้าสภา ช่วงนี้ใกล้เลือกตั้งแล้วก็ควรรวมตัวเป็นเครือข่ายแล้วเอาข้อเสนอนี้ไปยื่นให้พรรคต่าง ๆ และสอบถามถึงนโยบายหากพรรคเห็นด้วยก็สนับสนุนในการเลือกตั้งครั้งหน้าเป็นอีกช่องทางในการผลักดันให้มีนโยบายจ้างงานที่เป็นธรรม
.
ในมุมมองของฝ่ายไรเดอร์ ประภาพรเปิดใจว่าไรเดอร์เป็นอาชีพอิสระหรือกึ่งอิสระ มีปัญหาในการขับขี่ วิ่งงานอิสระแล้วก็มีงานพ่วง เสี่ยงต่ออุบัติเหตุ การบาดเจ็บและเสียชีวิต ค่ารอบก็ลง บางคนก็ต้องรับงานพ่วง 2 – 3 งานในรอบเดียวและต้องเสียเวลารอของ ไรเดอร์ทั้งกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดต่างรวมตัวกันเรียกร้องค่ารอบและสัญญาจ้างที่เป็นธรรม แต่เราก็เลือกไม่ได้และก็ต้องยอมรับ ไรเดอร์มีคนหลายรุ่นตั้งแต่เด็กจนแก่และมีภาระที่ไม่เหมือนกัน ตนวิ่งมา 8 – 9 ปี ตอนแรกค่ารอบดีแต่หลัง ๆ ก็ลดลงและมีงานพ่วงมา
.
ไรเดอร์ผู้นี้ยังเผยว่าตนไม่มีเงินเดือนจึงต้องตั้งรายได้ของตนเอง ก่อนหน้านี้ 6 โมงหรือหนึ่งทุ่มก็ได้เงินแล้ว แต่ตอนนี้ต้องวิ่งถึง 5 ทุ่มและตื่นเช้าทำให้สุขภาพไม่ดี อยากให้ภาครัฐและแพลตฟอร์มดูแลคุ้มครองไรเดอร์ เพราะถ้าไม่ทำงานหรือป่วยก็ไม่ได้เงิน ถ้าประสบอุบัติเหตุก็ต้องจ่ายเอง ถ้าค่ารอบสมเหตุสมผลพออยู่ได้ก็ไม่มีใครเรียกร้อง สัญญาก็ไม่เป็นธรรม อัลกอริทึมก็เช่นกัน ไรเดอร์ต้องมีเงินในบัญชีไว้เติมรวมถึงเตรียมเงินไว้ซื้อของให้ลูกค้า บางคนวิ่งงานทุกวันแต่กลับได้งานน้อยขณะที่บางคนก็ได้มาก หากออกกฎหมายมาก็อยากให้ไรเดอร์มีส่วนตัดสินใจในค่ารอบและอัลกอริทึม เห็นด้วยกับเทวฤทธิ์เรื่องเป็นเจ้าของร่วมกัน เพราะเราถูกเรียกว่าพาร์ตเนอร์แต่กลับเรียกร้องอะไรไม่ได้ ขอแค่ความยุติธรรม
.
ไรเดอร์ไม่ได้มีแต่ผู้ชาย มีทั้งผู้หญิง แม่เลี้ยงเดี่ยว คนหลากหลายทางเพศ อยากให้หาทางออกร่วมกัน ที่โดนลวงไปจี้ในที่เปลี่ยวก็มีทั้งหญิงชาย จะแก้อย่างไรได้บ้าง มีปุ่มที่กดแล้วแจ้งตำรวจและแพลตฟอร์มได้ไหม สวัสดิการก็ไม่มี ใช้ได้แต่บัตรทอง หากมีกองทุนให้ไรเดอร์เวลาเกิดอุบัติเหตุหรือขาดรายได้ก็จะดีมาก อยากให้รัฐบาลดูแลการจัดการทรัพยากรและกฎหมาย ทำทุกอย่างให้ง่ายขึ้นรวมทั้งทะเบียน รย.17 (จักรยานยนต์สาธารณะ) ต้องออกง่ายขึ้น ไรเดอร์จะได้ไม่ต้องไปทะเลาะกับวินจักรยานยนต์
.
ในส่วนผู้ให้แพลตฟอร์ม จิรพัชรระบุว่า inDrive ถือเป็นแพลตฟอร์มขนาดเล็ก เราอาจมองข้ามบางจุดไป แต่ก็ได้รับข้อมูลเพื่อปรับปรุงแก้ไข เรามีบริการทั่วประเทศและก่อตั้งบนพื้นฐานด้วยแนวคิดความยุติธรรมในการจ้างงาน โปร่งใสทั้งการเลือกงานและรายได้ซึ่งสามารถเลือกเองได้ นโยบายของแพลตฟอร์มก็มีการหารือกับคนทำงานและไรเดอร์ทั่วประเทศ แม้เราจะเล็กแต่ก็อยากช่วยพัฒนา
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น