สัญญาณลมหนาว: ย้ำจุดยืนสนับสนุนกฎหมายอากาศสะอาด คนไทยต้องมีสิทธิในอากาศบริสุทธิ์



ในวันที่ลมหนาวเริ่มโชยมา เป็นสัญญาณว่าปัญหาฝุ่นพิษ PM 2.5 กำลังกลับมาเยือนคนไทยอีกครั้ง ปัญหาอากาศเป็นพิษในประเทศไทยไม่ใช่เรื่องไกลตัว ไม่ใช่ข่าวที่ผ่านไปวันต่อวัน และไม่ใช่เพียงค่าฝุ่นที่ปรากฏบนหน้าจอมือถือ แต่เป็นปรากฏการณ์ที่กระทบต่อสุขภาพของผู้คนอย่างเงียบงันและรุนแรงกว่าที่คิด หลายครอบครัวต้องเผชิญโรคเรื้อรังโดยไม่ทันได้ตั้งตัว หลายชีวิตต้องสูญเสียเพราะมะเร็งปอดและโรคทางเดินหายใจ ผู้คนจำนวนมากต้องหายใจเอาฝุ่นพิษเข้าไปทุกวันโดยไม่มีทางเลือกใดนอกจากจำยอมอยู่กับอากาศที่เป็นอันตรายต่อชีวิต
.
ด้วยสภาพการณ์เช่นนี้ ประชาชนธรรมดาซึ่งเป็นผู้ได้รับผลกระทบโดยตรงจึงต้องลุกขึ้นมาทำในสิ่งที่รัฐยังทำไม่พอ นั่นคือการรวมตัวกันเป็น “เครือข่ายอากาศสะอาด“ เพื่อผลักดันให้ประเทศไทยมีกฎหมายที่คุ้มครองสิทธิในการหายใจอย่างแท้จริง นี่คือกฎหมายที่เกิดจากประสบการณ์ตรง ความเจ็บป่วย และความหวังของประชาชนตัวเล็ก ๆ ทั่วประเทศ จนรวบรวมรายชื่อ 22,251 รายชื่อเสนอร่าง พรบ. อากาศสะอาดฉบับประชาชนได้ในที่สุด
.
ตลอดห้วงเวลาปีที่ผ่านมาประชาชนเหล่านี้ทำงานอย่างเป็นระบบและอดทน พวกเขานำเสนอข้อมูล เข้าร่วมประชุมชั้นกรรมาธิการนับร้อยครั้ง ทำงานร่วมกับนักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญหลายแขนง และร่วมกันพัฒนาร่าง พรบ.อากาศสะอาดให้เป็นไปได้จริง กฎหมายฉบับนี้เข้าสู่ชั้นสภาผู้แทนราษฎรจยผ่านวาระ 1 ผ่านการพิจารณาในชั้นกรรมาธิการเป็นเวลายาวนานกว่า 1 ปี 8 เดือน และผ่านวาระ 2–3 จนพร้อมเข้าสู่การพิจารณาของวุฒิสภา ซึ่งเป็นขั้นตอนสุดท้ายก่อนจะกลายเป็นกฎหมายที่ใช้คุ้มครองประชาชนทั้งประเทศ
.
แต่เมื่อกฎหมายกำลังจะเดินถึงปลายทางก็กลับมีความเคลื่อนไหวที่น่ากังขา เมื่อสามสถาบันเศรษฐกิจใหญ่ร่วมกันออกแถลงการณ์คัดค้านร่างกฎหมาย โดยให้เหตุผลว่าไม่ได้ร่วมรับฟังความคิดเห็น ทั้งที่ข้อเท็จจริงปรากฏชัดว่าภาคธุรกิจได้รับการเชิญเข้าร่วมประชุมหลายครั้ง ส่งข้อสังเกตเข้ามาอย่างต่อเนื่อง และมีบางองค์กรถึงขั้นร่วมเป็นที่ปรึกษาในชั้นกรรมาธิการด้วยซ้ำ นอกจากนี้เมื่อหลายปีก่อนภาคประชาชนเคยชวนหอการค้ามาร่วมกันผลักดันกฎหมายฉบับนี้แต่กลับถูกปฏิเสธ และพยายามเสนอร่างกฎหมายของตัวเองซึ่งก็ไม่สามารถเดินหน้าได้
.
ในขณะเดียวกัน การพิจารณาในชั้นวุฒิสภาก็มีสัญญาณน่ากังวล ทั้งการประชุมที่ล่าช้า การขยายเวลายาวถึง 30 วัน และความพยายามแก้ไขสาระสำคัญของกฎหมายเพื่อเปิดพื้นที่ให้อำนาจทุนเข้าไปมีบทบาทในคณะกรรมการบริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด หากปล่อยให้เป็นเช่นนั้นผู้ก่อมลพิษอาจมีอำนาจเหนือหน่วยงานที่ควบคุมตนเอง ซึ่งเป็นแนวโน้มอันตรายที่อาจทำให้กฎหมายด้อยประสิทธิภาพลงจนไม่สามารถปกป้องสุขภาพของประชาชนได้อย่างแท้จริง ที่สำคัญความพยายามยื้อเวลาในชั้นวุฒิสภาอาจทำให้กฎหมายฉบับนี้อาจประกาศใช้ไม่ทันการยุบสภา ซึ่งอาจต้องใช้เวลาอีก 1-2 ปี เพื่อยื่นร่างกฎหมายฉบับใหม่ หากรัฐบาลใหม่มาขอมติให้สภาดำเนินการต่อภายใน 60 วัน หลังจากประชุมสภาครั้งแรก
.
ในโอกาสที่เครือข่ายอากาศสะอาดจะแถลงข่าวครั้งสำคัญในวันที่ 20 พฤศจิกายนนี้ ผมขอแสดงจุดยืนอย่างชัดเจนว่าผมสนับสนุน พรบ. อากาศสะอาด ท้ายที่สุดแล้ว พรบ. อากาศสะอาด เป็นเรื่องของ “สิทธิในการหายใจ” ของประชาชนทั้ง 70 ล้านคน กฎหมายฉบับนี้จึงเป็นสิ่งที่ประเทศไทยและคนไทยต้องการอย่างเร่งด่วน ผมยืนยันว่านี่คือเวลาที่รัฐสภาต้องยืนอยู่ข้างประชาชน และทำให้กฎหมายฉบับนี้เดินหน้าเพื่อพิทักษ์สิทธิขั้นพื้นฐานที่สุดของมนุษย์ทุกคน สิทธิที่จะมีชีวิตอยู่ในอากาศที่ปลอดภัย

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

เอกสารงบประมาณ 2569 (ขาวคาดแดง)

แจกเอกสารประกอบการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ 69 : เศรษฐกิจ-สังคม-ความมั่นคง-ภัยพิบัติ-บริหาร

เก็บตกข้อเสนอภาควิชาการ เลือกตั้งเสรีและเป็นธรรม หน้าตาเป็นอย่างไร?