นับถอยหลังสภาถกแก้รัฐธรรมนูญ เมื่อประชาชนล้อมวงสนทนาฝ่ายนิติบัญญัติ
เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2568 ซึ่งเป็นวันที่ 3 ของกิจกรรม “Walk to the future เดินเปลี่ยนอนาคต” ขบวนได้เดินมาถึงไทยพีบีเอส พร้อมจัดกิจกรรม “จังหวะวัดใจ อนาคตรัฐธรรมนูญไทย (ดีกว่านี้ได้)” ซึ่งเป็นกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้ตัวแทนภาคประชาชนได้มีส่วนร่วมส่งเสียงสะท้อนถึงรัฐธรรมนูญที่อยากเห็น
.
จากนั้นเป็นวงเสวนาที่เปิดโอกาสให้ตัวแทนภาคประชาชนมาพบกับตัวแทนของฝ่ายนิติบัญญัติในวาระที่กำลังจะมีการประชุมรัฐสภาเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญในวันที่ 10-11 ธันวาคมที่จะถึงนี้
.
ตัวแทนภาคประชาชนซึ่งประกอบด้วยยุพา สุขเรือง ประธานเครือข่ายผู้ติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์ ประเทศไทย ไพฑูรย์ สร้อยสด เลขาธิการสมัชชาคนจน จุฑามาศ ศรีหัตถผดุงกิจ ตัวแทนเครือข่ายประชาชนผู้เป็นเจ้าของแร่ ภูมิสิทธิ์ ศิระศุภฤกษ์ชัย นายกสมาคมคนรุ่นใหม่กับนวัตกรรมสังคม และอภิบาล สมหวัง ตัวแทนกลุ่มคณะก่อการล้านนาใหม่ เห็นตรงกันว่ารัฐธรรมนูญใหม่จะต้องแก้ไขได้ทุกหมวดทุกมาตราโดยไม่มีข้อยกเว้น โดยอำนาจสถาปนารัฐะรรมนูญต้องเป็นของประชาชน และประชาชนมีส่วนร่วมในการร่างรัฐธรรมนูญ
.
ด้านพริษฐ์ วัชรสินธุ สส. แบบบัญชีรายชื่อพรรคประชาชน และกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ รัฐสภา มองว่ารัฐธรรมนูญควรออกแบบระบบการเมืองที่ตอบโจทย์ประชาชนและเน้นการมีส่วนร่วมของประชาชน
.
อีกมุมหนึ่งนรเศรษฐ์ ปรัชญากร ประธานคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิ เสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภาเปิดเผยว่า ภายใน สว. เองมีความหลากหลายทางความคิด บางคนก็กังวลว่าไม่อยากเห็นความเปลี่ยนแปลงในบางเรื่อง แต่ส่วนตัวอยากเห็นรัฐธรรมนูญที่แก้ปัญหาในชีวิตประจำวันของประชาชน หรือ “รัฐธรรมนูญกินได้” แก้ปัญหาปากท้องและเศรษฐกิจได้ ซึ่งต้องมีการมีส่วนร่วมของประชาชนทั้งกระบวนการและเนื้อหา แม้กระบวนการจะจำกัดแต่ถ้าประชาชนมีส่วนร่วมเนื้อหาก็จะดีได้
.
นรเศรษฐ์เผยว่าปัจจุบันในกรรมาธิการฯ มักพูดกันเรื่องที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าประชาชนเลือก สสร. เองไม่ได้ ช่วง 6 เดือนที่ผ่านมาตนทำรายงานเรื่อง สสร. และลงพื้นที่ทุกภาค ประชาชนทั้งหมดบอกว่าอยากเลือก สสร. เอง แต่เมื่อคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญออกมาเช่นนั้นจึงต้องดึงรายงานกลับมาแก้ หากประชาชนมีส่วนร่วมในกระบวนการเลือกไม่ได้ก็ต้องให้มีส่วนร่วมเชิงเนื้อหา โดยให้ผู้ร่างออกไปรับฟังความคิดเห็นของประชาชน และต้องเป็นการมีส่วนร่วมที่มีความหมายที่แท้จริง ไม่ใช่ผู้ร่างอยากจะร่างแบบไหนก็ร่าง แม้ขณะนี้จะมีโอกาสสูงที่ประชาชนจะไม่ได้เลือก สสร. แต่หากมีการออกแบบกระบวนการมีส่วนร่วมที่มีความหมายก็จะดีขึ้น
.
ต่อประเด็นนี้พริษฐ์เสริมว่าตนจะพยายามให้เต็มที่ที่จะยืนยันข้อเสนอของพรรคประชาชน แม้จะไม่ง่าย บางเรื่องก็สำเร็จ บางเรื่องก็ไม่ แต่วันที่ 10 – 11 ธันวาคมนี้จะพยายามให้เต็มที่ หากถูกจำกัดที่ต้นทางไปแล้วก็ต้องมีการคุยกันที่กลางทางในเรื่องเนื้อหาว่าจะแก้ปัญหาอย่างไร เช่น เรื่องการทุจริตที่รัฐธรรมนูญ 2560 แก้ไขไม่ได้ก็ต้องมาคิดเรื่องการออกแบบสถาบันทางการเมืองที่ตรวจสอบทุจริตกันใหม่ให้มีประสิทธิภาพและความรับผิดชอบมากขึ้น หากนักการเมืองลงมติโดยไม่สนใจประชาชนก็ต้องทำให้สนใจมากขึ้น โดยมีระบบตรวจสอบและลงโทษ นอกสภาต้องมีฉันทามติร่วมกัน กดดันให้ทั้ง กมธ. และในสภาปฏิเสธไม่ได้ กระบวนการเลือกผู้ร่างจะเป็นอย่างไรก็ขึ้นกับการลงมติวันที่ 10 – 11 ธันวาคม ก่อนหน้านี้ทุกคนเห็นด้วยให้มี สสร. เลือกตั้ง แต่เมื่อมีคำวินิจฉัยศาลก็ต้องเปลี่ยน การเลือกผู้ร่างรัฐธรรมนูญต้องป้องกันการผูกขาดและให้ทุกฝ่ายได้เลือก
.
ขณะที่ฝ่ายภาคประชาชนสะท้อนถึงมุมมองเกี่ยวกับการมีส่วนร่วม โดยจุฑามาศระบุว่าเราทุกคนติดกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ทำให้กระบวนการต้นน้ำอาจมีโอกาสน้อย เสนอให้จัดกระบวนการกลางน้ำไปก่อนเลยเพื่อให้เห็นปัญหาของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เพราะหลายคนก็ยังมองรัฐธรรมนูญเป็นเรื่องไกลตัวและเอื้อมไม่ถึง กระบวนการแก้ก็แทบไม่อยากให้แก้ อาจต้องกลับมานับหนึ่งใหม่ ให้รัฐธรรมนูญเป็นวาระของประชาชนเสียที ประเทศไทยไม่พ้นวังวนรัฐประหารเพราะอำนาจอยู่ที่รัฐธรรมนูญจึงมีความพยายามแย่งชิงอำนาจนั้น จึงต้องเอากลางน้ำมาเป็นต้นน้ำและเดินไปด้วยกันกับประชาชน
.
ด้านไพฑูรย์มองว่าเราต้องมีความหวัง ต่อสู้ทีละยก การรับฟังกลางน้ำบรรยากาศต้องดี ตอนที่สมัชชาคนจนทำรัฐธรรมนูญคนจนปี 2562 บรรยากาศก็ไม่ได้ดีหรือเสรี มีฝ่ายความมั่นคงเข้ามาปิดกั้นการแสดงออก เหมือนอยู่ในสมรภูมิโดยเฉพาะภาคใต้ที่ กอ. รมน. เข้ามาครึ่งห้อง ทุกวันนี้ผู้นำชาวบ้านก็ยังถูกสันติบาลติดตาม นอกจากนี้รัฐธรรมนูญยังมีไว้ค้ำยันความมั่นคงของรัฐและอำนาจเก่า ประชาชนยังหวาดกลัว จึงต้องทำให้บรรยากาศความกลัวหายไปแล้วความคิดสร้างสรรค์และการแสดงออกจะเกิด
.
ส่วนอภิบาลเสนอว่าสถานการณ์ขณะนี้ไม่ใช่เรื่องเหตุผลแต่เป็นการรักษาผลประโยชน์ ทั้งพริษฐ์และนรเศรษฐ์อาจพยายามหาช่องทางหลบหลีก แต่ประชาชนไม่ควรหลบหลีก ทั้งสภาผู้แทนฯ และวุฒิสภามีอภิสิทธิ์มากมายขณะที่ประชาชนต้องต่อสู้กันเอง เราต้องผลักดันร่วมกับพรรคฝ่ายก้าวหน้า ให้เกียรติกัน เอาหลังพิงประชาชน ไม่ต้องไปตกลงกับฝั่งตรงข้ามแล้วถูกกดดันจากทั้งสองฝ่าย ถ้าล้มเหลวก็ช่วยผลักดันกันใหม่ ถ้าจะหลบหลีกก็ต้องหลบหลีกไปตลอด
.
นรเศรษฐ์ย้ำต่อว่าอยากให้ประชาชนมีส่วนร่วมตั้งแต่ต้นน้ำ และอย่าเพิ่งหมดหวัง นี่ไม่ใช่การนับหนึ่งใหม่ ที่มาถึงตรงนี้ได้ก็เพราะประชาชนผลักดันพรรคการเมืองได้และจังหวะเหมาะสม หากเป็นช่วงรัฐธรรมนูญ 2560 เพิ่งประกาศใช้คงเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ยากเพราะถูกปราบปราม แต่หลังเลือกตั้ง 2562 มาก็มีเสียงเรียกร้องเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ และผลักดันให้พรรคการเมืองมาแก้รัฐธรรมนูญในวันนี้ จึงไม่ใช่การเริ่มต้นใหม่ ถ้าเราอยากได้ทุกอย่างในขณะที่อีกฝั่งมีความกลัวก็คงได้ยาก แต่ถ้ามองว่ารัฐธรรมนูญฉบับหน้าเป็นฉบับเพื่อเปลี่ยนผ่านไปสู่ฉบับประชาชนจริง ๆ ก็ยังมีโอกาสสำเร็จ
.
นรเศรษฐ์ยังระบุว่าอยากให้มีการยกระดับการมีส่วนร่วม ไม่ใช่แค่จัดเวทีแบบปี 2540 เท่านั้น เพราะปัจจุบันยังมีความขัดแย้งของคนในบ้านเมืองอยู่ หากสามารถทำประชาพิจารณ์เพื่อหาฉันทามติแบบไม่ผูกมัดในเรื่องต่าง ๆ ที่สังคมถกเถียงกันได้ก็จะเอาฉันทามตินี้มาใช้ในการร่างรัฐธรรมนูญตามความเห็นของคนส่วนใหญ่ในประเทศ จะได้แก้ไขความขัดแย้งต่าง ๆ ได้ เช่น จะให้มี สว. หรือเป็นสภาเดี่ยว เป็นต้น ส่วนตัวมองว่า เรื่องรัฐธรรมนูญการมีส่วนร่วมของประชาชนต้องเข้มข้นและเข้าใจ เพื่อให้เกิดความรู้สึกเป็นเจ้าของรัฐธรรมนูญฉบับต่อไป
.
ก่อนที่ตนจะมารับตำแหน่งเมื่อปีก่อนก็เป็นประชาชน มีความตั้งใจมาตลอดว่าจะผลักดันการแก้รัฐธรรมนูญ ตนอยากสื่อสารถึงทุกคนว่าครั้งนี้ใกล้เคียงที่สุดตั้งแต่ที่ประชาชนสู้มาที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ สิ่งใดที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 10 – 11 ก็อยากให้ประชาชนมีความหวัง เพราะฉันทามติของประชาชนเป็นเครื่องผลักดันพรรคการเมืองในเรื่องต่าง ๆ รวมทั้งเรื่องแก้รัฐธรรมนูญด้วย
.
ด้านพริษฐ์ชี้ว่าเรื่องต้นน้ำเราชนะ 1 แพ้ 2 โดยแพ้เรื่องสภาที่ปรึกษาจากการเลือกตั้งโดยตรง แม้จะไม่ใช่ผู้ร่างก็ตาม และการให้ประชาชนเลือกผู้ร่าง 70 คนแล้วให้รัฐสภาเลือกเหลือ 35 แต่ กมธ. เสียงข้างมากก็ยังกังวล แต่เรื่องที่ชนะคือสูตร 20 หยิบ 1 เพื่อไม่ให้เสียงข้างมากผูกขาด แม้สูตรนี้จะไม่สมบูรณ์แบบแต่ก็จะไม่มีสีใดสีหนึ่งผูกขาด และแม้ สว. ที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งจะยังมีส่วนร่วมแต่ก็ทำให้การเลือกตั้งครั้งหน้าเป็นการเลือกผู้ร่างโดยปริยาย เรื่องที่แพ้จะเอาไปสู้ในรัฐสภาวาระ 2 ต่อไป
.
ความกลัวที่ฝ่ายคัดค้านพูดคือเกรงจะขัดคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ แม้เราจะอธิบายว่าไม่ขัดแต่เสียงข้างมากเห็นว่าขัด และตนก็ยังยืนยันหลักการบางอย่างไว้ เช่น เปลี่ยนสภาที่ปรึกษาเป็นคณะกรรมการรับฟังความเห็น แม้จะไม่มีการเลือกตั้งผู้ร่างโดยตรงแต่ก็ยังให้ผู้สมัครเขียนวิสัยทัศน์ หาก สส. และ สว. เลือกคนที่เขียนวิสัยทัศน์ไว้ไม่ดีก็ต้องรับผิดชอบ และหากผู้ร่างได้รับเลือกแล้วไม่ทำตามก็จะเป็นหลักฐานให้ทวงถามได้
.
ที่ผ่านมาการผลักดันรัฐธรรมนูญใหม่ในปี 2562 พยายามผลักดันแต่ไม่สำเร็จ แต่ปี 2566 ทุกพรรคกลับเห็นตรงกันแทบเป็นเอกฉันท์แม้พรรคที่เคยไม่เห็นด้วย อาจไม่ใช่เพราะเปลี่ยนใจแต่เพราะประชาชนช่วยกันผลักดัน ทำให้วาระที่เป็นไปไม่ได้กลายเป็นวาระที่ปฏิเสธไม่ได้ ถ้าอยากให้เนื้อหารัฐธรรมนูญใหม่เป็นอย่างไรก็ผลักดันวาระดังกล่าวสู่สังคมให้ปฏิเสธไม่ได้แล้วจะสำเร็จ
.
พริษฐ์ชี้ว่าศึกนี้ไม่ง่ายเพราะรัฐธรรมนูญ 2560 ออกแบบมาไม่ให้แก้ไขเพราะให้มีเสียง สว. ที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งและยังมีศาลรัฐธรรมนูญคอยควบคุม ที่มวลชนบอกให้ตนกลับบ้านนั้นตนไม่เคยไปไหน ตนผลักดันมาตลอดตั้งแต่ให้ประธานบรรจุร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่ก็มีบางพรรคเดินออกและยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญ
.
คนที่ไม่อยากให้แก้ไขพยายามทำให้รัฐธรรมนูญเป็นเรื่องไกลตัวและเป็นเรื่องเทคนิค จึงต้องทบทวนให้ประชาชนตระหนักว่ารัฐธรรมนูญเป็นเรื่องใกล้ตัว เช่น ทำให้ความโปร่งใสน้อยลง รัฐบาลทำงานไม่มีประสิทธิภาพ นโยบายไม่ตอบสนองประชาชน รัฐธรรมนูญเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะทำให้แก้ปัญหาได้ ส่วนที่บอกว่านักการเมืองเป็นปัญหา ถ้ารัฐธรรมนูญเขียนถึงนักการเมืองแบบไหนก็จะได้แบบนั้น หากเขียนให้นักการเมืองย้ายพรรคง่ายและต้องพึ่งพาอำนาจทุนก็จะทำให้ได้นักการเมืองที่ไม่สู้เพื่อประชาชน อยากให้รณรงค์เรื่องเนื้อหามาก ๆ
.
เมื่อถามตัวแทนภาคประชาชนถึงสิ่งที่อยากถึงผู้แทนประชาชนในการประชุมรัฐสภาที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 10-11 ธันวาคมนี้ ไพฑูรย์บอกว่าตนไม่มีทางหมดหวัง แม้ สว. จะไม่ได้มาจากประชาชนแต่ก็ควรสำนึกบุญคุณประชาชนอยู่แล้ว เพราะเงินเดือน สว. ส่วนหนึ่งก็มาจากภาษีประชาชนเช่นกัน จึงควรฟังกันบ้าง
.
ขณะที่ยุพาได้ฝาก สส. ที่เราเลือกมาให้ทำหน้าที่ผู้แทนประชาชนจริง ๆ ให้ความเห็นแลกเปลี่ยนให้ร่างรัฐธรรมนูญมีความเปลี่ยนแปลง หากไม่ทำก็ไม่รู้ว่าเลือกตั้งครั้งหน้าจะอยู่หรือไป
.
ด้านจุฑามาศระบุว่าเราอยู่ใต้อำนาจศาลรัฐธรรมนูญมากเหลือเกิน แม้ทุกพรรคจะอยากแก้รัฐธรรมนูญและเห็นด้วยที่ประชาชนจะมีส่วนร่วมทั้งหมดแต่ก็กลัวศาล เป็นไปได้ไหมที่ สส. สว. และนักการเมืองจะกล้าชนกับศาลรัฐธรรมนูญ หากอยู่ข้างประชาชนจริง ๆ ก็ต้องลงมติค้านศาลรัฐธรรมนูญทั้งสภา แล้วศาลรัฐธรรมนูญจะกล้าถอดถอนทุกคนหรือไม่
.
ตนไม่อยากเห็นการเอาประชาชนเป็นตัวประกันด้วยสูตร 20 หยิบ 1 แล้วให้ประชาชนไปเลือกพรรคการเมือง แต่ตนอยากเห็นความตั้งใจของพรรคการเมืองก่อนเลือกตั้งให้ชัดเจนก่อน ไม่ใช่ออกสูตรมาบีบประชาชน เราไม่ต้องการให้ สว. เข้ามาร่วมแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะ สว. ไม่ได้มาจากประชาชน
.
ด้านภูมิสิทธิ์ขอให้ สส. และ สว.ทำหน้าที่ให้ดีที่สุดตามหลักการ คนรุ่นใหม่จับตาดูอยู่และวันหนึ่งจะโตขึ้นมาใช้สิทธิเลือกตั้ง
.
ส่วนอภิบาลเข้าใจว่า สว. สีน้ำเงินมีมาก จะขยับอะไรก็ลำบาก ศาลรัฐธรรมนูญก็ไม่ใช่ของประชาชน เมื่อพรรคประชาชนจะเข้าไปเล่นในเกมของศาลรัฐธรรมนูญตนเห็นความพยายามแต่ก็เหนื่อยมากและเสียผลประโยชน์ จึงเสนอให้กลับมาอยู่กับประชาชนโดยไม่ต้องบิดอะไรต่อไป
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น