คัดค้านล้มการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม: อย่าริดรอนประชาธิปไตยของผู้ประกันตน
ผมติดตามความพยายามในการแก้ไขระเบียบการเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคมด้วยความกังวลอย่างยิ่ง เพราะสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นไม่ใช่เพียงการปรับเปลี่ยนกลไกทางเทคนิค หากแต่เป็นความพยายามลดทอนสาระสำคัญของประชาธิปไตยในระบบประกันสังคม ซึ่งเป็นระบบที่เกี่ยวข้องกับชีวิต แรงงาน และความมั่นคงของผู้ประกันตนหลายสิบล้านคนทั่วประเทศ
.
ต้องย้ำให้ชัดว่ากองทุนประกันสังคมไม่ใช่ทรัพย์สินของรัฐ ไม่ใช่ของข้าราชการ และไม่ใช่ของกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง หากแต่เป็นเงินสมทบของผู้ใช้แรงงานและนายจ้างที่ถูกสะสมมาอย่างยาวนาน การบริหารจัดการกองทุนขนาดมหาศาลเช่นนี้จึงจำเป็นต้องตั้งอยู่บนหลักความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และการมีส่วนร่วมของเจ้าของเงินสมทบอย่างแท้จริง
.
การเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมที่เกิดขึ้นครั้งแรกในปี 2566 คือก้าวสำคัญของการปฏิรูปโครงสร้างการบริหารกองทุน จากระบบแต่งตั้งแบบปิดไปสู่ระบบที่เปิดให้ผู้ประกันตนและนายจ้างเลือกตัวแทนของตนเอง การเลือกตั้งครั้งนั้นอาจยังไม่สมบูรณ์แบบแต่ก็เป็นหลักประกันเชิงโครงสร้างว่าเสียงของผู้ประกันตนจะไม่ถูกกันออกจากระดับผู้ตัดสินใจอีกต่อไป และเป็นการสะท้อนเจตจำนงของผู้ประกันตนในการเลือกทีมที่ต้องการเข้าไปบริหารกองทุนที่พวกเขาเป็นเจ้าของเงิน
.
แต่สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในขณะนี้คือความพยายามเปลี่ยนกติกาการเลือกตั้งในทิศทางตรงกันข้าม ไม่ว่าจะเป็นการลดสิทธิของผู้ประกันตนจากการเลือกเป็นทีมเหลือเพียงการเลือกเป็นรายบุคคล การออกแบบระบบที่ทำให้ไม่สามารถสะท้อนเจตจำนงเชิงนโยบายของผู้ลงคะแนนได้อย่างแท้จริง หรือการเพิ่มดุลพินิจให้ฝ่ายบริหารและเจ้าหน้าที่มากขึ้นโดยอ้างเหตุผลเรื่องความเป็นธรรม ทั้งที่ในทางปฏิบัติกลับทำให้ความไม่เป็นธรรมเชิงโครงสร้างยิ่งฝังลึก
.
ที่น่ากังวลยิ่งกว่านั้นคือกระบวนการยกร่างและผลักดันการแก้ไขระเบียบดังกล่าวไม่ได้เปิดพื้นที่ให้ผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่ายมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง การตั้งคณะอนุกรรมการที่ประกอบด้วยบุคคลจากฝ่ายเดียว การไม่เปิดให้ตัวแทนผู้ประกันตนเข้าไปมีส่วนร่วมในการพิจารณา และการนำร่างระเบียบเข้าที่ประชุมในลักษณะ “แจ้งเพื่อทราบ” ทั้งที่มีผลกระทบโดยตรงต่อสิทธิขั้นพื้นฐาน ล้วนสะท้อนปัญหาความชอบธรรมของกระบวนการอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
.
ผมไม่อาจยอมรับแนวคิดที่พยายามอธิบายว่าการลดทอนการเลือกตั้งคือการทำให้ระบบ “ปลอดการเมือง” เพราะในความเป็นจริงการตัดเสียงของผู้ประกันตนออกจากกระบวนการตัดสินใจต่างหาก คือการเมืองในรูปแบบที่อันตรายที่สุด เป็นการเมืองที่ไม่ต้องรับผิด ไม่ต้องแข่งขัน และไม่ต้องถูกตรวจสอบจากเจ้าของเงินสมทบ
.
การอ้างว่าประชาธิปไตยต้องมีการ “แฮนดี้แคป” หรือการวางเงื่อนไขการเสียเปรียบเพื่อไม่ให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งชนะอย่างเด็ดขาดอาจฟังดูสวยงามในเชิงถ้อยคำ แต่ในเชิงหลักการแล้วประชาธิปไตยไม่ใช่สนามกอล์ฟและบอร์ดประกันสังคมไม่ใช่พื้นที่เล่นเกม หากแต่เป็นกลไกบริหารผลประโยชน์ของคนทำงานทั้งประเทศ เสียงของผู้ประกันตนต้องมีน้ำหนักเท่ากันและผลการเลือกตั้งต้องสะท้อนเจตจำนงของผู้ใช้สิทธิอย่างตรงไปตรงมา
.
ผมเห็นว่าความพยายามล้มการเลือกตั้งหรือทำให้การเลือกตั้งหมดความหมายในทางปฏิบัติคือการเปิดทางให้โครงสร้างอำนาจแบบเดิม กลุ่มผลประโยชน์เดิม และวัฒนธรรมการบริหารแบบไม่โปร่งใสกลับเข้ามาครอบงำระบบประกันสังคมอีกครั้ง ทั้งที่ที่ผ่านมาการมีบอร์ดที่ยึดโยงกับผู้ประกันตนได้พิสูจน์แล้วว่าสามารถตั้งคำถาม ตรวจสอบ และหยุดยั้งโครงการที่สุ่มเสี่ยงต่อการทุจริตและการใช้เงินกองทุนอย่างไม่เหมาะสมได้จริง
.
หากเรายอมให้การเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมถูกบ่อนทำลาย วันนี้อาจเป็นเพียงการเปลี่ยนกติกา แต่วันข้างหน้าอาจหมายถึงการทำให้เสียงของผู้ประกันตนหายไปจากระบบโดยสิ้นเชิง นี่ไม่ใช่เรื่องของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ไม่ใช่เรื่องของทีมใดทีมหนึ่ง แต่เป็นเรื่องของหลักการว่าเราจะยอมให้สถาบันที่บริหารเงินของแรงงานถอยหลังออกห่างจากประชาธิปไตยหรือไม่
.
ผมขอยืนยันจุดยืนอย่างชัดเจนว่า การเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมต้องเดินหน้าต่อไป หากคนยังมาใช้สิทธิน้อยก็รณรงค์และอำนวยความสะดวกให้คนออกมาใช้สิทธิให้มากขึ้น กติกาใดที่กระทบสิทธิของผู้ประกันตนต้องถูกทบทวนอย่างรอบคอบและโปร่งใส และการปฏิรูปประกันสังคมจะไม่มีความหมายเลยหากปราศจากการมีส่วนร่วมของเจ้าของเงินสมทบอย่างแท้จริง เพราะประชาธิปไตยของผู้ประกันตนไม่ควรถูกล้มและไม่ควรถูกลดทอนด้วยข้ออ้างใด ๆ ทั้งสิ้น
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น